สขค. ร่วมมือ กกพ. รุกวางกรอบกำกับธุรกิจพลังงาน หนุนการแข่งขันเสรี เป็นธรรม สู่การแข่งขันทางการค้าอย่างมีประสิทธิภาพ

สำนักงานคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า (สขค.) ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (สำนักงาน กกพ.) รุกความร่วมมือด้านการกำกับดูแลการแข่งขันในการประกอบกิจการพลังงาน เพื่อสร้างความเข้มแข็งและยกระดับประสิทธิภาพของทั้ง 2 หน่วยงานในการกำกับดูแลการประกอบกิจการพลังงานให้ผู้ประกอบธุรกิจได้แข่งขันอย่างเสรีและเป็นธรรม พร้อมทั้งบูรณาการทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิด โดยสาระสำคัญของความร่วมมือดังกล่าวประกอบด้วยการเพิ่มแนวทางการทำงานด้านต่าง ๆ อาทิ การแลกเปลี่ยนข้อมูล การส่งเสริมการศึกษาวิจัยในประเด็นต่างๆ ร่วมกัน

นายสมศักดิ์ เกียรติชัยลักษณ์ เลขาธิการคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า กล่าวว่า การลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือด้านการกำกับดูแลการแข่งขันในการประกอบกิจการพลังงานในครั้งนี้ เป็นการสร้างการบูรณาการในการทำงานร่วมกันระหว่าง สขค. ในฐานะหน่วยงานกำกับดูแลการแข่งขันทางการค้า ที่มีความเชี่ยวชาญในการกำกับดูแลเชิงโครงสร้างอย่างการรวมธุรกิจ และในเชิงพฤติกรรมการประกอบธุรกิจของผู้ประกอบธุรกิจสินค้าและบริการ กับสำนักงาน กกพ. ในฐานะหน่วยงานกำกับดูแลธุรกิจเฉพาะที่มีความเชี่ยวชาญด้านธุรกิจพลังงาน ได้แก่ ไฟฟ้าและก๊าซธรรมชาติ โดยความร่วมมือดังกล่าว จะนำไปสู่การกำกับดูแลการแข่งขันอย่างมีประสิทธิภาพ การพัฒนาการของรูปแบบ และพฤติกรรมการประกอบธุรกิจซึ่งมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา อันเป็นวัตถุประสงค์สำคัญของบันทึกข้อตกลงฯ

นอกจากนี้ ทั้งสองฝ่ายยังต้องการผลักดันให้เกิดการศึกษาและเผยแพร่ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการกำกับดูแลการประกอบกิจการพลังงานตามกฎหมายว่าด้วยการประกอบกิจการพลังงาน และการประกอบธุรกิจที่มีการแข่งขันอย่างเสรีและเป็นธรรมตามกฎหมายการแข่งขันทางการค้า ซึ่งจะเกิดประโยชน์กับทั้งผู้กำกับดูแลอย่างหน่วยงานภาครัฐ และผู้อยู่ภายใต้การกำกับดูแลอย่างผู้ประกอบประกอบกิจการพลังงาน โดยบันทึกข้อตกลงฯ ได้กำหนดแนวทางความร่วมมือเพื่อให้การทำงานร่วมกันใกล้ชิดยิ่งขึ้น ในรายละเอียด ได้แก่ 1.ด้านการประสานนโยบายของผู้บริหารระดับสูง โดยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและมุมมองต่อการแข่งขันทางการค้าของผู้บริหารระดับสูงของทั้งสองฝ่าย 2.ด้านการพิจารณาการบังคับใช้กฎหมายในประเด็นการแข่งขันทางการค้า โดยการแต่งตั้งคณะทำงานร่วมกันตามความเหมาะสม 3.ด้านการแลกเปลี่ยนข้อมูล 4.ด้านวิชาการ โดยการส่งเสริมการศึกษาวิจัยในประเด็นต่างๆ ร่วมกัน 5.ด้านการแลกเปลี่ยนบุคลากร และ 6. ด้านการเผยแพร่และประชาสัมพันธ์ โดยร่วมกันจัดกิจกรรมให้ ความรู้ที่เกี่ยวข้องให้ประชาชนทราบ

“ทั้งสองหน่วยงานได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของธุรกิจพลังงาน ซึ่งมีความสำคัญอย่างมากในยุคที่พลังงานเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับผู้ประกอบธุรกิจต่างๆ รวมทั้งประชาชนทั่วไปที่ต้องพึ่งพาพลังงานมากขึ้นในการดำเนินชีวิต การจัดทำบันทึกข้อตกลงฯ ในครั้งนี้ จึงเป็นเครื่องมือสำคัญที่จะช่วยสนับสนุนการปฏิบัติงานของ สขค. และสำนักงาน กกพ. ให้เกิดประสิทธิภาพและพัฒนาไปสู่มาตรฐานสากลยิ่งขึ้นต่อไป” นายสมศักดิ์ กล่าวสรุป

ด้าน นายคมกฤช ตันตระวาณิชย์ เลขาธิการสำนักงาน สำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน กล่าวว่า ภายหลังจากที่ได้ลงนามบันทึกข้อตกลงแล้วนั้น ทั้งสองหน่วยงานจะเร่งทำการศึกษา แลกเปลี่ยนความรู้ระหว่างกันทั้งในเชิงวิชาการและประสบการณ์ในการกำกับดูแลกิจการพลังงานและการแข่งขันทางการค้า เพื่อให้การกำกับดูแลเป็นไปตามมาตรฐานสากล เหมาะสมกับกิจการที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแล รวมถึงดำเนินไปในบรรยากาศการแข่งขันที่เป็นธรรม เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อทั้งผู้ประกอบกิจการพลังงานและผู้บริโภค

ที่มา: เจซีแอนด์โค คอมมิวนิเคชั่นส์