Minor Hotels ประกาศการเปิดตัวแบรนด์ Anantara ในแคริบเบียนครั้งแรก บนหมู่เกาะเติกส์และเคคอส

Minor Hotels กลุ่มบริษัทเจ้าของ ผู้บริหาร และนักลงทุนด้านโรงแรมระดับนานาชาติ เปิดเผยแผนการนำแบรนด์โรงแรมหรู อนันตรา (Anantara) เข้าสู่ภูมิภาคแคริบเบียนเป็นครั้งแรก โดยโครงการ อนันตรา เติกส์ แอนด์ เคคอส รีสอร์ท แอนด์ เรสซิเดนเซส (Anantara Turks and Caicos Resort & Residences) มีกำหนดเปิดให้บริการในปี 2029 ซึ่งการพัฒนาครั้งนี้สะท้อนถึงกลยุทธ์การขยายแบรนด์สู่จุดหมายปลายทางระดับลักชัวรีชั้นนำทั่วโลกอย่างต่อเนื่อง

โครงการซึ่งตั้งอยู่ริมชายฝั่งแซนดี้ พอย์ท (Sandy Point) อันบริสุทธิ์ของเกาะนอร์ท เคคอส (North Caicos) เป็นการพัฒนาแบบ low density ที่มีความหนาแน่นน้อย ประกอบด้วยเรสซิเดนซ์จำนวน 78 ยูนิต รวมถึงวิลล่าริมชายหาด ซึ่งทุกยูนิตเปิดให้ถือครองกรรมสิทธิ์แบบส่วนบุคคล ออกแบบเพื่อนำเสนอสุนทรียะแบบร่วมสมัยที่ ผสานความสงบงามของธรรมชาติบนเกาะกับการใช้ชีวิตแบบเชื่อมต่อพื้นที่ภายในและภายนอกอย่างกลมกลืน โดยมีบริษัทสถาปัตยกรรมและออกแบบระดับรางวัลจากไมอามี RAD และ Meyer Davis ซึ่งมีผลงานในโครงการโรงแรมและที่อยู่อาศัยหรูระดับไอคอนทั่วโลก เป็นผู้รับหน้าที่ออกแบบ

North Caicos ตั้งอยู่ไม่ไกลจากไมอามี โดยใช้เวลาเดินทางโดยเครื่องบินไม่นาน และเป็นที่รู้จักในนาม “Garden Island” ด้วยลักษณะธรรมชาติที่ได้รับการอนุรักษ์ไว้อย่างดี ความเป็นส่วนตัว วิถีชีวิตของผู้คน และชายหาดอันสวยงามไร้การรบกวน บรรยากาศอันเงียบสงบที่ขับเคลื่อนด้วยธรรมชาตินี้ ให้ความรู้สึกถึงพื้นที่อันกว้างขวาง ความเป็นส่วนตัว และความงามตามธรรมชาติที่หาได้ยากตลอดแนวชายฝั่งที่ทอดยาวของเกาะ โครงการดังกล่าวพัฒนาอาศัยข้อได้เปรียบด้านการเข้าถึงที่สะดวก เสน่ห์ระดับโลกของชายหาด และตลาดลักชัวรีที่แข็งแกร่งของจุดหมายปลายทาง เพื่อตอบรับความต้องการที่เพิ่มขึ้นของที่อยู่อาศัยในทำเลรีสอร์ทระดับไฮเอนด์

หมู่เกาะเติกส์และเคคอสซึ่งเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางที่ได้รับการยกย่องสูงสุดของแคริบเบียน ตั้งอยู่ห่างจากไมอามีไปทางตะวันออกเฉียงใต้เพียง 575 ไมล์ และมีเที่ยวบินตรงจากเมืองหลักในสหรัฐอเมริกาและแคนาดาหลายแห่ง ทำให้เป็นตลาดสำคัญสำหรับนักเดินทางและเจ้าของบ้านระดับลักชัวรี โครงการนี้ยังจะมีท่าจอดเรือส่วนตัว ทำให้สามารถเชื่อมต่อไปยังเกาะเล็ก ๆ โดยรอบ รวมถึงหมู่เกาะอื่น ๆ

ประสบการณ์ทางด้านสุขภาพ ที่หล่อหลอมจากผืนดิน ทะเล และท้องฟ้า

อนันตราให้ความสำคัญต่อจังหวะชีวิตอันเนิบช้าของ North Caicos จึงสร้างสรรค์ประสบการณ์รูปแบบใหม่ที่ยึดโยงกับความเป็นส่วนตัว ความแท้จริง และการเชื่อมโยงกับธรรมชาติอย่างลึกซึ้ง พร้อมแนวคิดด้านสุขภาพที่ได้รับแรงบันดาลใจโดยตรงจากภูมิทัศน์ของเกาะ พันธุ์ไม้ท้องถิ่น สมุนไพรทางยา และพืชดอกในสวนของรีสอร์ต ยังจะถูกนำมาใช้เป็นแรงบันดาลใจในการทรีตเมนต์ของ อนันตรา สปา (Anantara Spa) แบบครบวงจร ภายใต้ท้องฟ้าที่แทบไร้มลภาวะทางแสง หอดูดาวภายในโครงการจะเพิ่มมิติแห่งจักรวาลให้กับกิจกรรมสันทนาการ ผ่านโปรแกรมที่สอดคล้องกับวัฏจักรของดวงจันทร์ การจัดเรียงตัวของดาวเคราะห์ และฤดูกาลต่าง ๆ ควบคู่กับกิจกรรมผ่อนคลายในยามค่ำ กิจกรรมเพื่อการนอนที่มีคุณภาพ และกิจกรรมรับอรุณ นอกจากนี้ยังมีศูนย์ฟิตเนสและสตูดิโอโยคะ สนามเทนนิส พาเดล และพิกเคิลบอล ศูนย์กีฬาทางน้ำ และสระว่ายน้ำหลายจุดที่เหมาะสำหรับการพักผ่อนในบรรยากาศรีสอร์ท

การเชื่อมโยงระหว่างธรรมชาติและสุขภาวะที่ดีแบบองค์รวมยังสะท้อนต่อเนื่องไปถึงประสบการณ์อาหารอันเป็นเอกลักษณ์ของรีสอร์ทที่เน้นการใช้สมุนไพรและวัตถุดิบจากสวนและแปลงปลูกภายในโครงการ สถานที่รับประทานอาหารริมชายหาดแบบสบาย ๆ ห้องเก็บไวน์ และบาร์บนดาดฟ้าชมพระอาทิตย์ตก ล้วนช่วยเติมเต็มประสบการณ์โดยรวมของรีสอร์ท ซึ่งการออกแบบทั้งหมดถ่ายทอดภาพของสถานที่พักผ่อนบนเกาะที่และเชื่อมโยงกับบริบททางธรรมชาติโดยรอบอย่างลึกซึ้ง

ดิลิป ราชากาเรีย (Dillip Rajakarier) ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล บริษัทแม่ของ ไมเนอร์ โฮเทลส์ กล่าวว่า “การนำแบรนด์อนันตราเข้าสู่แคริบเบียนนับเป็นหมุดหมายสำคัญของกลุ่มเรา หมู่เกาะเติกส์และเคคอสเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางระดับลักชัวรีที่ได้รับการยอมรับมากที่สุดของโลก และเกาะ North Caicos เป็นทำเลที่เหมาะสมอย่างยิ่งสำหรับโรงแรมที่ขับเคลื่อนด้วยประสบการณ์และความยั่งยืนของเรา โครงการนี้ช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้กับการดำเนินงานของเราในทวีปอเมริกา และยังสะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการขยายสู่จุดหมายปลายทางที่ส่งเสริมการเดินทางอย่างมีความหมาย พร้อมกับการขยายฐานโรงแรมหรูในอเมริกาเหนือให้สอดคล้องกับเป้าหมายการเติบโตในภูมิภาคของเรา”

คาโรลีน โดมางจ์ (Caroline Domange) ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Octans และผู้ร่วมก่อตั้ง Cheval Blanc ภายใต้ LVMH ซึ่งเป็นหนึ่งในทีมเจ้าของโครงการ กล่าวว่า “มีเพียงจุดหมายปลายทางไม่กี่แห่งที่สามารถมอบทั้งการเข้าถึงที่สะดวกสบาย ควบคู่กับความสงบ ชายหาด น้ำทะเลสีเทอร์ควอยซ์ และความงดงามทางธรรมชาติอันโดดเด่น ซึ่งทำให้เกาะ Providenciales เป็นที่รู้จักไปทั่วโลก ชายฝั่งซึ่งได้รับการอนุรักษ์ของ North Caicos และผู้คนบนเกาะยิ่งเติมเต็มความรู้สึกของความสงบและความสุขให้เด่นชัดยิ่งขึ้น ด้วยความร่วมมือกับอนันตราและทีมงานที่มีประสบการณ์ซึ่งพิสูจน์จากความสำเร็จในโครงการสำคัญอื่น ๆ เรากำลังสร้างโอกาสการลงทุนที่เชื่อมโยงอย่างลึกซึ้งกับวิถีชีวิตที่เปี่ยมคุณค่าในแบบที่เราทุกคนใฝ่หา”

ด้าน ร็อบ เอเยอร์ (Rob Ayer) นักพัฒนาโครงการท้องถิ่นและหนึ่งในทีมเจ้าของโครงการ กล่าวเสริมว่า “ตั้งแต่เริ่มต้น วิสัยทัศน์ของเราคือการต่อยอดจากทุกสิ่งที่ทำให้หมู่เกาะเติกส์และเคคอสมีเสน่ห์อย่างไม่เสื่อมคลาย พร้อมนำเสนอประสบการณ์ที่เป็นแก่นแท้ของจุดหมายปลายทางแห่งนี้”

ขณะที่ ฯพณฯ ชาร์ลส์ วอชิงตัน มิซซิก (Charles Washington Misick) นายกรัฐมนตรีแห่งหมู่เกาะเติกส์และเคคอส แสดงความคิดเห็นว่า “อนันตราเป็นแบรนด์โรงแรมที่เป็นที่รู้จักในระดับโลก ซึ่งความใส่ใจในรายละเอียดรวมถึงการเน้นประสบการณ์แบบองค์รวมถือเป็นเอกลักษณ์ของโรงแรมทั่วโลกของแบรนด์ และสอดคล้องอย่างเป็นธรรมชาติกับวัฒนธรรมด้านสุขภาวะที่หยั่งรากลึกใน North Caicos นี่คือจุดเริ่มต้นของบทใหม่สำหรับไลฟ์สไตล์ลักชัวรีในหมู่เกาะเติกส์และเคคอส”

การเดินทางมายัง อนันตรา เติกส์ แอนด์ เคคอส รีสอร์ท แอนด์ เรสซิเดนเซส สามารถเดินทางได้สะดวกผ่านสนามบินนานาชาติ Providenciales (PLS) ต่อด้วยเรือส่วนตัวระยะสั้นสู่ท่าจอดเรือของรีสอร์ทโดยตรง หรือผ่านสนามบิน North Caicos ซึ่งกำลังอยู่ระหว่างการปรับปรุงเพื่อยกระดับการรองรับเที่ยวบินส่วนบุคคล

เรสซิเดนซ์ของแบรนด์ได้เปิดให้พรีเซลแล้ว โดยสามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.anantaraturksandcaicos.com 

โรงแรมอนันตรายังคงขับเคลื่อนการเติบโตผ่านการขยายเชิงกลยุทธ์ในจุดหมายปลายทางสำคัญทั่วโลก ในภูมิภาคอเมริกา โดย อนันตรา เติกส์ แอนด์ เคคอส รีสอร์ท แอนด์ เรสซิเดนเซส นับเป็นโครงการลำดับที่ 5 ของแบรนด์ที่มีการประกาศแล้ว โดยปัจจุบัน อนันตรามีรีสอร์ท 2 แห่งอยู่ระหว่างพัฒนาในบราซิล 1 แห่งในเมืองอูชัวยา ทางตอนใต้ของอาร์เจนตินา และอีก 1 แห่งที่เพิ่งประกาศในไมอามี สหรัฐอเมริกา

ที่มา: Minor Hotel Group