กรมการท่องเที่ยวแห่งราชอาณาจักรภูฏาน เผย 5 การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพเพื่อผ่อนคลายและฟื้นฟูร่างกายจิตใจ ที่โดดเด่นที่สุดในราชอาณาจักรภูฏาน ด้วยพื้นที่กว่าสามในสี่ของประเทศปกคลุมด้วยผืนป่า ดินแดนแห่งมังกรสายฟ้าแห่งนี้ จึงเป็นจุดหมายปลายทางอันเหมาะสมสำหรับการปลดปล่อยความตึงเครียดจากชีวิตประจำวัน และกลับมาเชื่อมโยงกับตัวตนภายในอีกครั้ง นักเดินทางสามารถดื่มด่ำกับความสงบภายในวัดแบบภูฏาน ผ่อนคลายด้วยการแช่บ่อน้ำร้อนจากหินเผาไฟแบบดั้งเดิม ปล่อยใจไปกับการฝึกโยคะหรือสมาธิ หรือออกเดินทางสู่เส้นทางเดินป่าท่ามกลางธรรมชาติอันบริสุทธิ์ เพื่อกลับมาเชื่อมโยงกับธรรมชาติ พร้อมสัมผัสความสงบลึกซึ้งที่มีเอกลักษณ์เฉพาะของอาณาจักรหิมาลัยแห่งนี้

- สัมผัสการดูแลสุขภาวะขั้นสูงกับโยคะในภูฏาน
โยคะ ศาสตร์โบราณที่ถูกถ่ายทอดสู่ภูฏานจากประเทศอินเดีย และเป็นที่ยอมรับอย่างกว้างขวางในด้านประโยชน์ต่อสุขภาพ โดยเฉพาะเมื่อฝึกในพื้นที่กลางแจ้ง ซึ่งสภาพแวดล้อมตามธรรมชาติจะช่วยกระตุ้นการหลั่งสารเอ็นดอร์ฟินสู่สมองได้มากยิ่งขึ้น ผู้ที่หลงใหลในศาสตร์โยคะจากทั่วโลกจึงเดินทางมายังภูฏานเพื่อฝึกฝนและยกระดับทักษะของตนเอง ทั้งการฝึกโยคะท่ามกลางทิวเขาอันยิ่งใหญ่ หรือต้อนรับแสงแรกของวันด้วยการฝึกโยคะภายในซอง (Dzong) อารามแบบภูฏาน สถานที่เหล่านี้ล้วนมอบบรรยากาศที่เอื้อต่อการเข้าถึงความสงบภายในได้อย่างแท้จริง
การผสานกันอย่างลงตัวระหว่างความสงบและความงดงามของธรรมชาติ ทำให้ภูฏานเป็นสถานที่สมบูรณ์แบบสำหรับการฝึกโยคะเพื่อเปลี่ยนแปลงทั้งร่างกายและจิตใจอย่างลึกซึ้ง โดยมีรูปแบบการฝึกให้เลือกหลากหลาย ตั้งแต่การยืดเหยียดร่างกายในยามเช้าอย่างนุ่มนวล ท่ามกลางอากาศบริสุทธิ์ของเทือกเขาหิมาลัย ไปจนถึงโปรแกรมฝึกโยคะเชิงลึก นอกจากนี้ นักท่องเที่ยวยังสามารถพบศูนย์ฝึกโยคะได้ในเมืองหลักทั่วประเทศ
ข้อมูลเพิ่มเติม: สามารถศึกษารายละเอียดเกี่ยวกับโยคะและโปรแกรมเวลเนสในภูฏานได้ที่ https://bhutan.travel/experiences-wellness-and-wellbeing
- ค้นหาความสงบที่วัดวาอารามแห่งภูฏาน
พูนาคา ซอง (Punakha Dzong) หนึ่งในศาสนสถานอันโดดเด่นของภูฏาน ตั้งอยู่ในเขตพูนาคา ซึ่งประกอบด้วยป้อมปราการและอาราม ที่เก่าแก่และมีขนาดใหญ่เป็นอันดับสองของประเทศ โดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมอันยิ่งใหญ่ และได้รับการขนานนามว่าพระราชวังแห่งความสุข โดยซองแห่งนี้ ยังทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางการปกครองของเขต ตั้งอยู่บริเวณจุดบรรจบของแม่น้ำโมชูและโพชู อีกหนึ่งสถานที่สำคัญคือ อารามกังเตย์ (Gangtey Monastery) ในหุบเขากังเตย์ ซึ่งอุทิศให้กับคำสอนทางพระพุทธศาสนา อารามแห่งนี้ ตั้งอยู่ท่ามกลางธรรมชาติอันเขียวขจีและยังคงความบริสุทธิ์ จึงมอบบรรยากาศอันเงียบสงบ เหมาะสำหรับผู้ที่แสวงหาการพักผ่อนทางจิตใจ การทำสมาธิ และการค้นพบความสงบภายในอย่างแท้จริง
ข้อมูลเพิ่มเติม: สามารถศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับพระพุทธศาสนาในภูฏานได้ที่ https://bhutan.travel/experiences-culture
- ฟื้นฟูร่างกายด้วยการแช่น้ำร้อนจากหินเผาไฟแบบดั้งเดิมของภูฏาน (Menchu)
นักเดินทางสามารถผ่อนคลายและฟื้นฟูร่างกายด้วยการแช่น้ำร้อนจากหินเผาไฟ (Menchu) ซึ่งเป็นศาสตร์การบำบัดดั้งเดิมของภูฏาน อันมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว โดยใช้น้ำสะอาดผสานกับใบสมุนไพรอย่างวอร์มวูด (wormwood) หรือ โกฐจุฬาลัมภา ในสูตรที่ไม่เหมือนที่ไหนในโลก หินจากแม่น้ำจะถูกเผาจนร้อนจัดก่อนนำลงแช่ในอ่างน้ำ พร้อมปลดปล่อยแร่ธาตุที่มีคุณสมบัติช่วยบรรเทาอาการข้ออักเสบ ความดันโลหิตสูง อาการปวดข้อ รวมถึงปัญหาระบบทางเดินอาหาร ช่วยให้ร่างกายผ่อนคลายและกลับมาสมดุลอีกครั้ง
การแช่ในอ่างไม้แบบดั้งเดิม ชวนให้นึกถึงพิธีกรรมการอาบน้ำในอดีต ซึ่งสะท้อนภูมิปัญญาการดูแลสุขภาพที่สืบทอดกันมาอย่างยาวนาน มีรากฐานจากการบำบัดแบบพื้นบ้าน ผสานสมุนไพรท้องถิ่น แร่ธาตุจากธรรมชาติ และวัตถุดิบพื้นถิ่นอย่างลงตัว ไม่ว่าจะเลือกสัมผัสในบรรยากาศแบบดั้งเดิมหรือในรูปแบบที่หรูหรายิ่งขึ้น การแช่น้ำร้อนหินในภูฏาน ล้วนมอบประสบการณ์ที่ผสานความผ่อนคลาย การเยียวยา และเสน่ห์ทางวัฒนธรรมไว้อย่างกลมกลืน ศาสตร์การบำบัดแบบดั้งเดิมนี้ ให้บริการที่โฮมสเตย์ในภูฏาน นักเดินทางจะได้ดื่มด่ำกับบรรยากาศของครอบครัวชาวภูฏาน พร้อมเพลิดเพลินกับการแช่น้ำร้อนหินเพื่อการบำบัด
- เดินป่าเดินป่าชมทิวทัศน์ธรรมชาติของภูฏาน
ธรรมชาติอันเงียบสงบและยังคงความบริสุทธิ์ของภูฏาน คือความสมบูรณ์แบบของเส้นทางเดินป่าอันเลื่องชื่อแห่งเทือกเขาหิมาลัย การเดินป่าที่นี่ เปิดโอกาสให้นักเดินทางได้สูดอากาศบริสุทธิ์อย่างเต็มปอด พร้อมค้นพบการพักผ่อนที่ช่วยฟื้นฟูทั้งร่างกายและจิตใจ โดยมีเส้นทางผจญภัยให้เลือกตามความต้องการ ทั้งเส้นทางที่ท้าทาย และเส้นทางเดินเล่นที่ผ่อนคลายกว่า
ทรานส์ ภูฏาน เทรล (Trans Bhutan Trail) คือ เส้นทางเดินป่าที่เหมาะกับผู้ที่มองหาความท้าทายทั้งทางร่างกายและจิตใจ เส้นทางระยะทางกว่า 403 กิโลเมตร จากมณฑลฮา (Haa) ทางตะวันตก สู่มณฑลทราชิกัง (Trashigang) ทางตะวันออก พานักเดินป่า นักปั่นจักรยาน และผู้แสวงบุญ ข้ามผ่านพื้นที่ห่างไกลที่ยังคงความบริสุทธิ์ในเทือกเขาหิมาลัยตะวันออก เส้นทางนี้เชื่อมต่อป้อมปราการและอารามแบบดั้งเดิมถึง 9 แห่ง และนับเป็นหนึ่งในเส้นทางเดินป่าที่โดดเด่นที่สุดของโลก เปิดโอกาสให้นักเดินทางได้ค้นพบความสงบภายใน และเชื่อมโยงกับมิติทางจิตวิญญาณตลอดการเดินทาง
สำหรับนักผจญภัยผู้มีประสบการณ์ที่ต้องการความท้าทายยิ่งขึ้น ภูฏานยังเป็นที่ตั้งของเส้นทางระดับตำนานอย่าง สโนว์แมน เทรค (Snowman Trek) ระยะทางกว่า 347 กิโลเมตร เริ่มต้นใกล้ดรุกเยล ซอง (Drukgyel Dzong) ในเมืองพาโร ผ่านภูมิประเทศห่างไกลของภูมิภาคลูนานา (Lunana) และสิ้นสุดที่หมู่บ้านเซพู (Sephu) ในเมืองทรองซา (Trongsa) เส้นทางนี้ได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในเส้นทางเดินป่าที่ท้าทายที่สุดในโลก โดยต้องข้ามช่องเขาหลายแห่งที่มีความสูงกว่า 5,000 เมตร พร้อมมอบทัศนียภาพภูมิประเทศแบบอัลไพน์ที่บริสุทธิ์งดงามที่สุดแห่งหนึ่งของโลก
ข้อมูลเพิ่มเติม: สามารถศึกษารายละเอียดและโปรแกรมเดินป่า ทรานส์ ภูฏาน เทรล ระยะเวลา 12 วัน ได้ที่https://bhutan.travel/adventure-experiences
- รับคำปรึกษาเฉพาะบุคคลจากแพทย์แผนโบราณของภูฏาน
นอกเหนือจากการแพทย์สมัยใหม่ ชาวภูฏานยังคงให้ความเชื่อมั่นและพึ่งพาการแพทย์แผนโบราณอย่างแพร่หลาย ซึ่งถือเป็นหนึ่งในมรดกทางวัฒนธรรมอันทรงคุณค่าของประเทศ ศาสตร์การแพทย์นี้รู้จักกันในชื่อ โซวา ริกปา (So Wa Rigpa) และนับเป็นหนึ่งในระบบการแพทย์ที่เก่าแก่ที่สุด การแพทย์แผนโบราณของภูฏานมีรากฐานจากหลักพุทธศาสนา โดยเชื่อว่าสุขภาพที่ดีเกิดจากความสมดุลของธาตุหลักทั้งสามในร่างกาย ได้แก่ อากาศ น้ำดี และเสมหะ แนวทางการรักษาครอบคลุมตั้งแต่การปรับพฤติกรรม การใช้สมุนไพร การทำกายภาพบำบัด ไปจนถึงการเยียวยาทางจิตวิญญาณ นอกจากนี้ ยังมีการใช้เห็ดและสมุนไพรหายาก เช่น ถั่งเช่า (Cordyceps sinensis) ซึ่งได้รับการยกย่องในคุณสมบัติทางยา นักท่องเที่ยวสามารถเข้ารับคำปรึกษาแบบเฉพาะบุคคล พร้อมเรียนรู้ศาสตร์การแพทย์แผนโบราณได้ที่สถาบันบริการการแพทย์แผนโบราณในกรุงทิมพู
มร.ดัมโซ รินซิน ผู้อำนวยการกรมการท่องเที่ยวแห่งราชอาณาจักรภูฏาน กล่าวว่า “ท่ามกลางภูมิทัศน์อันงดงามและบรรยากาศอันเงียบสงบ ภูฏานมอบโอกาสอันพิเศษให้ผู้มาเยือนได้กลับมาเชื่อมโยงกับตนเองอีกครั้ง ภูฏานคือสถานที่หลบหลีกจากความวุ่นวายของชีวิต และเป็นแหล่งพักพิงสำหรับการค้นพบความสงบทางจิตวิญญาณ ตั้งแต่การฝึกโยคะในวัดพุทธอันงดงาม การแช่น้ำร้อนจากหินเผาไฟเพื่อฟื้นฟูร่างกาย ไปจนถึงการเดินป่าท่ามกลางผืนป่าอันเขียวขจี ภูฏานนำเสนอประสบการณ์เพื่อสุขภาวะที่หลากหลาย และด้วยศาสตร์เหล่านี้ รวมถึงการแพทย์แผนโบราณที่มีรากฐานจากพุทธศาสนา ภูฏานจึงเป็นจุดหมายปลายทางที่ทุกคนสามารถค้นพบทั้งความสงบและการเยียวยาอย่างแท้จริง”

