ก่อนฟุตบอลโลก 2026 จะเปิดฉากอย่างเป็นทางการ กระแสบนโลกออนไลน์ก็เริ่มแข่งกันไปก่อนแล้ว ตลอดเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ประเด็นที่เกี่ยวข้องกับฟุตบอลโลกครั้งนี้สร้าง Engagement รวมได้สูงถึง 1,018,822 ครั้ง แต่สิ่งที่น่าสนใจคือ ประเด็นที่คนไทยพูดถึงมากที่สุดไม่ใช่แค่เรื่องในสนาม เเต่ยังรวมถึงเรื่องที่สร้างความกังวล เหตุการณ์ที่เซอร์ไพรส์ และกระแส Pop Culture ที่เข้ามาเชื่อมโยงกับฟุตบอลโลก คำถามจึงไม่ได้มีแค่ว่าทีมไหนจะคว้าแชมป์โลก แต่คือเรื่องใดบ้างที่ดึงความสนใจและสร้างการมีส่วนร่วมจากคนไทยได้มากที่สุดก่อนการแข่งขันจะเริ่ม

บริษัท ดาต้าเซ็ต จำกัด ได้รวบรวมข้อมูลจากโซเชียลมีเดียผ่านเครื่องมือ dxt:360 ระหว่างวันที่ 1 – 31 พฤษภาคม 2569 เพื่อติดตามความคิดเห็นในสังคมออนไลน์ (Social Listening) เกี่ยวกับฟุตบอลโลก 2026
“คนไทยจะได้ดูไหม?” ดราม่าลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดที่ทุกคนจับตา

ประเด็นที่สร้างแรงกระเพื่อมบนโซเชียลมีเดียมากที่สุดก่อนเปิดศึกฟุตบอลโลก 2026 ไม่ใช่ฟอร์มการเล่นของทีมเต็งหรือการคาดการณ์แชมป์ แต่เป็นคำถามง่าย ๆ ที่แฟนบอลไทยอยากรู้คำตอบว่า “จะได้ดูหรือไม่”
แม้ภาครัฐจะออกมาให้ความมั่นใจตั้งแต่ช่วงต้นเดือนพฤษภาคมว่าคนไทยจะได้รับชมการแข่งขัน แต่ความกังวลยังไม่คลี่คลาย เมื่อมีรายงานว่าค่าลิขสิทธิ์อยู่ในระดับสูงถึง 1,300 – 1,500 ล้านบาท ขณะที่หลายประเทศในอาเซียนสามารถปิดดีลลิขสิทธิ์ได้แล้ว ทำให้เกิดการเปรียบเทียบและตั้งคำถามถึงความคืบหน้าของไทยอย่างต่อเนื่อง
ความไม่แน่นอนนี้กลายเป็นแรงขับเคลื่อนบทสนทนาบนโลกออนไลน์ สร้าง Engagement รวมกว่า 260,000 ครั้ง และผลักดันให้แฮชแท็ก #ฟุตบอลโลก2026 กลับมาได้รับความสนใจอีกครั้ง สะท้อนให้เห็นว่า สำหรับแฟนบอลไทย “การเข้าถึงการรับชม” ยังคงเป็นเรื่องพื้นฐานที่สำคัญไม่แพ้ผลการแข่งขันในสนาม และทุกความเคลื่อนไหวเกี่ยวกับเรื่องลิขสิทธิ์ก็ยังคงจุดกระแสการพูดถึงได้อย่างมีนัยสำคัญ
ก่อนลงสนามจริง ใครครองโซเชียล? เปิดโผ 10 ทีมเต็งที่คอบอลไทยสนใจมากที่สุด
ท่ามกลางความคลุมเครือเรื่องลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสด บทสนทนาในฝั่งของ “เกมกีฬา” ก็เริ่มร้อนแรงขึ้นเรื่อยๆ คอบอลไทยจำนวนไม่น้อยไม่ได้รอแค่ความชัดเจนนอกสนาม แต่หันมาโฟกัสกับความพร้อมและฟอร์มการเล่นของแต่ละชาติก่อนศึกฟุตบอลโลก 2026 แล้ว โดยพบว่า อังกฤษ และ บราซิล เป็นสองชาติที่ได้รับความสนใจมากที่สุดในช่วงที่เก็บข้อมูล

10 ทีมที่สร้าง Engagement สูงสุด
| อันดับ | ทีมชาติ | Engagement (ครั้ง) |
|---|---|---|
| 1 | England (อังกฤษ) | 69,913 |
| 2 | Brazil (บราซิล) | 46,263 |
| 3 | United States (สหรัฐอเมริกา) | 37,175 |
| 4 | Spain (สเปน) | 22,378 |
| 5 | Portugal (โปรตุเกส) | 19,100 |
| 6 | Japan (ญี่ปุ่น) | 16,274 |
| 7 | France (ฝรั่งเศส) | 11,066 |
| 8 | Argentina (อาร์เจนตินา) | 11,048 |
| 9 | Germany (เยอรมนี) | 10,232 |
| 10 | Mexico (เม็กซิโก) | 8,242 |
กระแสฝั่ง “สิงโตคำราม อังกฤษ” ขึ้นมาเป็นอันดับหนึ่งอย่างชัดเจน โดยมีจุดเริ่มจากดราม่าการประกาศรายชื่อนักเตะทีมชาติ ที่กลายเป็นประเด็นถกกันหนักในโซเชียล ส่วน “แซมบ้า บราซิล” ยังได้รับความสนใจต่อเนื่อง ด้วยภาพลักษณ์ทีมระดับแถวหน้าของโลกในฐานะชาติที่คว้าแชมป์ฟุตบอลโลกมากที่สุด และสถานะตัวเต็งที่ไม่ว่าจะทัวร์นาเมนต์ไหนก็มักถูกจับตามอง ทำให้ทุกความเคลื่อนไหวของทีมยังคงถูกพูดถึงและสร้าง Engagement ได้สม่ำเสมอ
นอกจากนี้ “ญี่ปุ่น” ยังเป็นชาติจากเอเชียเพียงทีมเดียวที่ติดอันดับและสร้างกระแส (Engagement) ความสนใจได้อย่างมีนัยสำคัญ สะท้อนว่าทัพซามูไรบลูกำลังถูกจับตามองในฐานะ “ม้ามืด” ของทัวร์นาเมนต์ ด้วยพัฒนาการที่ต่อเนื่อง คุณภาพนักเตะที่ค้าแข้งในลีกชั้นนำของยุโรป และผลงานในรายการระดับนานาชาติที่ดีขึ้น ทำให้แฟนบอลจำนวนไม่น้อยมองว่าญี่ปุ่นอาจสร้างเซอร์ไพรส์ได้บนเวทีฟุตบอลโลกหนนี้
ดราม่าคนหลุดโผ! ส่อง 10 นักเตะที่ครองกระแสก่อนฟุตบอลโลก 2026
เมื่อเจาะลึกในระดับตัวนักเตะ พบว่าสิ่งที่แฟนบอลให้ความสนใจมากที่สุดไม่ได้อยู่ที่ผลงานหรือสถิติของนักเตะเพียงอย่างเดียว แต่เป็นเรื่องการประกาศรายชื่อทีมชาติชุดลุยฟุตบอลโลก 2026
ที่น่าสนใจคือ กลุ่มนักเตะที่พลาดโอกาสติดทีมชาติ สร้าง Engagement รวมสูงถึง 104,559 ครั้ง มากกว่ากลุ่มซูเปอร์สตาร์ที่ติดทีมชาติซึ่งทำได้ 76,876 ครั้ง สะท้อนว่า ประเด็นการหลุดโผของนักเตะชื่อดัง จุดกระแสพูดคุยในหมู่แฟนบอลได้มากที่สุด และกลายเป็นหนึ่งในดราม่าสำคัญก่อนเปิดสนาม

10 อันดับนักเตะที่สร้าง Engagement สูงสุด
| อันดับ | นักฟุตบอล | Engagement (ครั้ง) |
|---|---|---|
| 1 | Neymar (เนย์มาร์) | 33,027 |
| 2 | Harry Maguire (แฮร์รี่ แม็กไกวร์) | 24,403 |
| 3 | Cole Palmer (โคล พาลเมอร์) | 23,669 |
| 4 | Luke Shaw (ลุค ชอว์) | 19,961 |
| 5 | Phil Foden (ฟิล โฟเด้น) | 18,715 |
| 6 | Trent Alexander-Arnold (เทรนต์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์) | 17,811 |
| 7 | Lionel Messi (ลิโอเนล เมสซี่) | 14,856 |
| 8 | Cristiano Ronaldo (คริสเตียโน่ โรนัลโด้) | 13,874 |
| 9 | Jude Bellingham (จู๊ด เบลลิงแฮม) | 7,581 |
| 10 | Lamine Yamal (ลามีน ยามาล) | 7,538 |
กลุ่มนักเตะที่ได้รับความสนใจสูงสุด คือกลุ่มผู้เล่นที่พลาดโอกาสติดทีมชาติ โดยบทสนทนาส่วนใหญ่กระจุกตัวอยู่ที่นักเตะทีมชาติอังกฤษ ไม่ว่าจะเป็น “แฮร์รี่ แม็กไกวร์”, “โคล พาลเมอร์”, “ลุค ชอว์”, “ฟิล โฟเด้น” และ “เทรนต์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์” ที่ต่างถูกพูดถึงจากประเด็นการหลุดโผทีมชาติ โดยเฉพาะ “แฮร์รี่ แม็กไกวร์” ซึ่งเป็นชื่อที่ถูกพูดถึงมากที่สุด เนื่องจากแฟนบอลจำนวนไม่น้อยมองว่า ด้วยประสบการณ์และผลงานที่ผ่านมา เขามีโอกาสติดทีมชาติค่อนข้างสูง แต่สุดท้ายกลับไม่มีชื่ออยู่ในชุดสุดท้าย ทำให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ตามมา
ขณะที่ในกลุ่มนักเตะซูเปอร์สตาร์ที่มีชื่อติดทีมชาติ “เนย์มาร์” เป็นชื่อที่ได้รับความสนใจมากที่สุด โดยกระแสส่วนใหญ่ไม่ได้มาจากผลงานในสนาม แต่มาจากเส้นทางการกลับมาติดทีมชาติบราซิลอีกครั้ง หลังเผชิญกับข้อกังขาเกี่ยวกับสภาพร่างกายและความฟิตมานานหลายเดือน จนหลายฝ่ายคาดว่าอาจไม่มีชื่อในฟุตบอลโลก 2026 ก่อนที่ คาร์โล อันเชล็อตติ จะตัดสินใจใส่ชื่อเขาในทีมชุดสุดท้าย ข่าวนี้จึงได้รับการพูดถึงและแชร์ต่ออย่างกว้างขวาง เพราะสำหรับแฟนบอลจำนวนมาก นี่ไม่ใช่แค่การประกาศรายชื่อทีมชาติ แต่เป็นการกลับมาของหนึ่งในนักเตะที่โดดเด่นที่สุดของยุค
นอกจากเนย์มาร์แล้ว “ลิโอเนล เมสซี่” และ “คริสเตียโน โรนัลโด้” ยังคงได้รับการพูดถึงอย่างต่อเนื่องในฐานะสองตำนานลูกหนังที่อาจกำลังเข้าสู่ช่วงท้ายของเส้นทางในฟุตบอลโลก ขณะที่ “ลามีน ยามาล” และ “จู๊ด เบลลิงแฮม” คือสองดาวรุ่งที่น่าจับตามองในฐานะนักเตะที่อาจก้าวขึ้นมาโดดเด่นของทัวร์นาเมนต์ครั้งนี้
โดยสรุป ข้อมูลสะท้อนว่าความน่าสนใจของฟุตบอลโลกเริ่มตั้งแต่ช่วงการประกาศรายชื่อทีมชาติและเรื่องราวของนักเตะแต่ละคน โดยเฉพาะการคัดตัวของทีมชาติอังกฤษที่กลายเป็นหนึ่งในหัวข้อที่ถูกพูดถึงมากที่สุดก่อนการแข่งขันฟุตบอลโลก 2026 จะเริ่มต้นขึ้น
ฟุตบอลโลก x ลิซ่า: เมื่อพลัง Pop Culture สร้าง Engagement ไม่แพ้เรื่องในสนาม!
หากดราม่านักเตะและฟอร์มของบรรดาทีมเต็งจะเป็นประเด็นที่คอบอลพูดถึงกันอย่างคึกคัก แต่ฟุตบอลโลก 2026 ไม่ได้ดึงดูดแค่แฟนกีฬาเท่านั้น เพราะอีกหนึ่งแรงขับสำคัญที่สร้างกระแสบนโซเชียล คืออิทธิพลของ Pop Culture ที่เข้ามาเชื่อมโยงกับทัวร์นาเมนต์ จนกลายเป็นหัวข้อที่กวาด Engagement สูงสุด และดึงผู้คนที่ปกติไม่ได้ติดตามฟุตบอลให้เข้ามามีส่วนร่วมในวงกว้าง
กระแสนี้เกิดขึ้นหลังมีการยืนยันว่า “LISA BLACKPINK” จะขึ้นแสดงสดในพิธีเปิดการแข่งขันฟุตบอลโลก 2026 ฝั่งสหรัฐอเมริกา ที่สนาม SoFi Stadium ข่าวนี้ได้รับความสนใจอย่างรวดเร็วจากทั้งแฟนฟุตบอลและฐานแฟนคลับของลิซ่าทั่วโลก จนกลายเป็นหนึ่งในประเด็นที่ถูกพูดถึงมากที่สุดบนโลกออนไลน์ของไทย สร้าง Engagement ได้สูงถึง 281,942 ครั้ง มากกว่าประเด็นลิขสิทธิ์การถ่ายทอดสดที่ถูกจับตามาก่อนหน้านี้

ปรากฏการณ์ดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่า ฟุตบอลโลกในปัจจุบันไม่ได้ดึงดูดความสนใจจากแฟนกีฬาเพียงกลุ่มเดียวอีกต่อไป เพราะการปรากฏตัวของ “ลิซ่า” ช่วยขยายบทสนทนาไปสู่กลุ่มแฟนเพลงและผู้ที่ติดตามวงการบันเทิงได้อย่างชัดเจน ทำให้ประเด็นนี้กลายเป็นหนึ่งในเรื่องที่สร้าง Engagement สูงที่สุดของทัวร์นาเมนต์ และตอกย้ำว่าพลังของ Pop Culture ช่วยให้มหกรรมกีฬาระดับโลกเข้าถึงผู้คนได้กว้างขึ้น
ทาสหมา-แมวก็อินได้! ครั้งแรกกับ “เสื้อบอลเวอร์ชันสัตว์เลี้ยง“
ปิดท้ายด้วยอีกมุมที่น่าสนใจ นั่นคือการผสานโลกของกีฬาเข้ากับไลฟ์สไตล์ จนสร้างกระแสเชิงบวกได้อย่างโดดเด่น โดย Adidas เปิดตัว “Pet Collection” คอลเลกชันเสื้อฟุตบอลทีมชาติสำหรับสัตว์เลี้ยง ซึ่งถือเป็นครั้งแรกที่เสื้อฟุตบอลโลกถูกออกแบบมาเพื่อเหล่าแฟนบอลสี่ขาโดยเฉพาะ
แนวคิดดังกล่าวได้รับการตอบรับอย่างดีจากกลุ่มคนรักสัตว์ในไทย เพราะนำสัญลักษณ์ของการเชียร์ฟุตบอลมาปรับให้เข้ากับไลฟ์สไตล์ของเจ้าของสัตว์เลี้ยง จนเกิดการแชร์ต่อและพูดถึงในวงกว้าง สามารถสร้าง Engagement ได้มากกว่า 63,000 ครั้ง และเป็นหนึ่งในคอนเทนต์ที่ได้รับ Positive Sentiment สูงที่สุดในช่วงที่ผ่านมา
ปรากฏการณ์นี้ชี้ให้เห็นว่า ฟุตบอลโลกในปัจจุบันไม่ได้เป็นเพียงมหกรรมกีฬาสำหรับแฟนบอลเท่านั้น แต่ยังเชื่อมโยงกับความสนใจของผู้คนในหลากหลายมิติได้มากขึ้น ทั้งแฟชั่น ดนตรี และไลฟ์สไตล์ในชีวิตประจำวัน กรณีของคอลเลกชันสำหรับสัตว์เลี้ยงจึงเป็นตัวอย่างหนึ่งที่แม้จะไม่ได้เกี่ยวข้องกับการแข่งขันโดยตรง แต่ก็สามารถขยายกระแสฟุตบอลโลกไปสู่กลุ่มผู้คนใหม่ ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ข้อมูลทั้งหมดที่นำมาวิเคราะห์หา Insight รวบรวมจาก dxt:360 (Social Listening and Media Monitoring Platform) ของบริษัท ดาต้าเซ็ต จำกัด โดยเก็บข้อมูลระหว่างวันที่ 1 พฤษภาคม – 31 พฤษภาคม 2569 จากแหล่งข้อมูล ได้แก่ Facebook, Instagram, X, TikTok YouTube, Pantip และ Online Website
เกี่ยวกับ dxt:360
dxt:360 เป็นแพลตฟอร์มที่สามารถเก็บรวบรวมข้อมูลข่าวสารได้ทั้งจากโซเชียลมีเดีย สื่อออนไลน์ สื่อบรอดคาสท์ และสื่อสิ่งพิมพ์ ไม่ว่าจะเป็นเสียงของผู้บริโภค (Consumer Voices) คอนเทนต์จาก Influencers และ KOLs ไปจนถึงข่าวจากสื่อมวลชน ที่รวบรวมเข้ามาอยู่บนแพลตฟอร์มเดียวกัน มีการนำเสนอข้อมูลในรูปแบบ Dashboard ที่สามารถปรับเปลี่ยนตามความต้องการของผู้ใช้งานแต่ละราย (Customizable Dashboard) จึงทำให้เข้าใจและเห็น Insight ในประเด็นต่าง ๆ ได้อย่างรวดเร็ว อีกทั้งยังช่วยให้เห็นทิศทางการสื่อสารของแบรนด์ต่าง ๆ สามารถนำมาต่อยอดเพื่อพัฒนากลยุทธ์การสื่อสารขององค์กรได้อย่างมีประสิทธิภาพ
