ไทยพีบีเอส เปิดบ้าน “ดูนก | มองเมือง | ส่องใจ” ชวนประกวดภาพนก “ชีวิตติดปีก” ชิงรางวัลกว่า 2 แสนบาท

ไทยพีบีเอส เปิดบ้าน “ดูนก | มองเมือง | ส่องใจ” สัมผัสธรรมชาติกลางเมือง ชวนเยาวชนและประชาชนร่วมประกวดภาพ “Thai PBS ชีวิตติดปีก Photo Contest” ชิงรางวัลกว่า 2 แสนบาท ถ่ายทอดความงดงามของนกไทยผ่านภาพถ่ายและวิดีโอ เพื่อขยายพลังการอนุรักษ์สู่สังคมวงกว้าง

องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย (ส.ส.ท.) หรือไทยพีบีเอส ร่วมกับสมาคมอนุรักษ์นกและธรรมชาติแห่งประเทศไทย (Bird Conservation Society of Thailand: BCST) จัดกิจกรรมพิเศษ “Bird Walk & Talk About ดูนก | มองเมือง | ส่องใจ และเปิดตัวโครงการประกวดภาพนก “Thai PBS ชีวิตติดปีก Photo Contest” เมื่อวันที่ 29 มีนาคม 2569 ณ อัฒจันทร์ลานนก ไทยพีบีเอส ถนนวิภาวดีรังสิต กรุงเทพฯ เพื่อชวนผู้สนใจสัมผัสธรรมชาติใกล้ตัว ผ่านการเดินดูนกและสำรวจพื้นที่สีเขียวภายในองค์กร ร่วมกับผู้เชี่ยวชาญและทีมงานไทยพีบีเอส ภายในกิจกรรมผู้เข้าร่วมได้เรียนรู้บทบาทของนกต่อระบบนิเวศเมือง รวมถึงเทคนิคการถ่ายภาพและวิดีโอสัตว์ป่าสำหรับผู้เริ่มต้น เพื่อเปิดมุมมองใหม่ในการสังเกตธรรมชาติรอบตัว

สมเกียรติ จันทรสีมา ผู้อํานวยการสํานักข่าวไทยพีบีเอส กล่าวว่า ไทยพีบีเอสไม่ได้เป็นเพียงสถานีโทรทัศน์หรือองค์กรสื่อสาธารณะ แต่ยังเป็นส่วนหนึ่งของระบบนิเวศเมือง โดยพื้นที่ “ทุ่งบางเขน” ซึ่งเป็นที่ตั้งสถานี เดิมเป็นพื้นที่ชุ่มน้ำสำคัญ ทำหน้าที่เสมือน “ปอด” และ “ฟองน้ำ” ของกรุงเทพฯ และยังคงเป็นแหล่งอาศัยของนกและสิ่งมีชีวิตหลากหลายชนิด  พื้นที่ไทยพีบีเอสจึงเปรียบเสมือน “พื้นที่ธรรมชาติกลางเมือง” ที่เปิดให้คนได้เรียนรู้และเชื่อมโยงกับสิ่งแวดล้อม  เช่นเดียวกับ “ระบบนิเวศสื่อ” ที่ต้องอาศัยความหลากหลายและสมดุลของผู้คนในสังคม บทบาทของสื่อสาธารณะไม่ใช่เพียงผู้ผลิตข่าว แต่เป็นพื้นที่กลางของสังคมที่เปิดให้ความจริง ความรู้ และความเข้าใจเติบโตได้ โดยทั้งธรรมชาติและสื่อ ล้วนเป็น “พื้นที่ส่วนรวม” ที่ทุกคนต้องร่วมกันดูแลเพื่อให้สังคมน่าอยู่ต่อไป

ด้าน ปภาภรณ์ เฉลิมวนิชย์ ผู้อำนวยการศูนย์สื่อสารและส่งเสริมการตลาดเพื่อสาธารณะ กล่าวว่า โครงการ “Thai PBS ชีวิตติดปีก Photo Contest”  มีเป้าหมายเปิดพื้นที่ให้เยาวชนและประชาชนได้ออกไปสังเกตธรรมชาติรอบตัว และแสดงศักยภาพผ่านการถ่ายภาพและคลิปวิดีโอ ถ่ายทอดเรื่องราวของนกในมุมมองที่หลากหลาย  เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ด้านสิ่งแวดล้อม สร้างความตระหนักถึงความสำคัญของความหลากหลายทางชีวภาพ พร้อมกระตุ้นให้สังคมเห็นคุณค่าของการอนุรักษ์ธรรมชาติผ่านพลังของการสื่อสารเชิงสร้างสรรค์

การประกวดแบ่งเป็น 2 ระดับ ได้แก่ ระดับเยาวชน อายุ 15–22 ปี และระดับประชาชนทั่วไป อายุ 22 ปีขึ้นไป โดยเปิดรับผลงาน 4 ประเภท ได้แก่ ภาพนิ่งระดับเยาวชน ภาพนิ่งระดับประชาชนทั่วไป คลิปวิดีโอสั้นไม่จำกัดอายุ และภาพนิ่งจากโทรศัพท์มือถือในหัวข้อ “นกบ้านฉัน” เพื่อเปิดโอกาสให้ทุกคนเข้าถึงได้ง่าย และร่วมกันบอกเล่าเรื่องราวธรรมชาติใกล้ตัวผ่านมุมมองของตนเอง

ดร.เพชร มโนปวิตร นายกสมาคมอนุรักษ์นกฯ กล่าวในหัวข้อ “อ่านธรรมชาติผ่านนก” ว่า การร่วมจัดกิจกรรมกับไทยพีบีเอสครั้งนี้ ถือเป็นโอกาสในการขยายฐานผู้สนใจด้านการอนุรักษ์ เพราะยิ่งมีคนเข้ามามีส่วนร่วมมาก ก็จะยิ่งช่วยผลักดันงานอนุรักษ์ได้มากขึ้น  โดยการใช้พื้นที่ไทยพีบีเอสจัดกิจกรรม สะท้อนให้เห็นว่าการพัฒนาเมืองสามารถอยู่ร่วมกับธรรมชาติได้ โดย “นก” เป็นสื่อกลางที่ช่วยสร้างความเพลิดเพลิน และเชื่อมโยงผู้คนกับธรรมชาติ ผ่านแนวคิด “ดูนก | มองเมือง | ส่องใจ” ที่ทำให้ผู้เข้าร่วมได้กลับมาอยู่กับตัวเองและมีสติ

ทั้งนี้ ประเทศไทยมีนกราว 1,082 ชนิด คิดเป็นประมาณ 10% ของนกทั่วโลก โดยการดูนกถือเป็นกิจกรรมที่เข้าถึงได้ง่าย ทั้งการสำรวจและการถ่ายภาพ ซึ่งยังสามารถต่อยอดสู่งานศิลปะ ช่วยให้เยาวชนเข้าถึงธรรมชาติ และนำไปสู่ความเข้าใจและการมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์มากยิ่งขึ้นในอนาคต

ภายในงานยังมีการบรรยายจากผู้เชี่ยวชาญ อาทิ คุณพิภพ พานิชภักดิ์ อดีตรองผู้อำนวยการ ส.ส.ท. และผู้ก่อตั้งห้องเรียนสุดขอบฟ้า ในหัวข้อ “สถานที่ส่องนกที่คนกรุงเทพฯ ห้ามพลาด” และคุณสมิทธิ์ สุติบุตร์ ช่างภาพสัตว์ป่า จากรายการ FULL FRAME ในหัวข้อเทคนิคการถ่ายภาพสัตว์ป่าสำหรับมือใหม่

วรัญญู ผ่องใส หนึ่งในผู้ร่วมกิจกรรมครั้งนี้ กล่าวว่า ประทับใจ “นกกินปลีคอสีน้ำตาล”  และยังได้พบ “นกตีทอง” แม้จะเห็นเพียงแวบเดียว แต่ก็ได้ยินเสียงร้องอย่างชัดเจน สร้างความตื่นเต้นไม่น้อย นอกจากนี้ยังมองว่า การลองสังเกตและฟังเสียงนกในชีวิตประจำวัน โดยเฉพาะบริเวณใกล้บ้าน เป็นอีกวิธีง่าย ๆ ที่ช่วยให้ผ่อนคลายความเครียด และทำให้เราใกล้ชิดธรรมชาติมากขึ้น พร้อมเชิญชวนผู้ที่สนใจ เข้าร่วมประกวดภาพถ่ายนกเพื่อร่วมถ่ายทอดความงดงามของธรรมชาติ

อีกหนึ่งผู้เข้าร่วมกิจกรรมตัวน้อย น้องจรัสรัตน์ ทรัพย์จรัสแสง เยาวชนที่ร่วมกิจกรรมเป็นครั้งแรก กล่าวถึงความน่าประทับใจว่า ได้พบนกถึง 16 ชนิด และชื่นชอบ “นกเขาไฟ” มากที่สุด เพราะเป็นนกที่พบเห็นใกล้บ้าน ทำให้รู้สึกผูกพันตั้งแต่เด็ก บรรยากาศในกิจกรรมทำให้รู้สึกสนุกและสดชื่น ได้เดินดูนกกับพี่ ๆ ที่มีประสบการณ์ ได้เห็นนกที่ไม่ค่อยได้เจอ และยังได้รู้จักชื่อของนกแต่ละชนิดมากขึ้นด้วย

สำหรับโครงการ “Thai PBS ชีวิตติดปีก Photo Contest” เปิดรับผลงานตั้งแต่วันที่ 29 มีนาคม – 31 พฤษภาคม 2569 ชิงเงินรางวัลรวมกว่า 200,000 บาท โดยผลงานที่ได้รับการคัดเลือกจะถูกนำไปต่อยอดเผยแพร่ผ่านสื่อต่าง ๆ ของไทยพีบีเอส ผู้สนใจสามารถส่งผลงานได้ทางเว็บไซต์ www.thaipbs.or.th/Birdphoto2026

ที่มา: ส.ส.ท.