กรมอนามัย สร้างเด็กไทย “ขยับมาก สุขภาพดี เรียนรู้เก่ง” ชู 50 โรงเรียนต้นแบบกิจกรรม ทางกาย พร้อมขยายสู่โรงเรียนทั่วประเทศ

กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข เร่งส่งเสริมสุขภาพเด็กไทยให้ได้เคลื่อนไหวในชีวิตประจำวันมากขึ้น เพื่อลดพฤติกรรมเนือยนิ่ง ลดความเสี่ยงภาวะน้ำหนักเกินและโรคอ้วน ควบคู่กับการพัฒนาสมาธิ สุขภาพจิต และศักยภาพการเรียนรู้ ชูแนวคิด “ขยับมาก สุขภาพดี เรียนรู้เก่ง” เพื่อเด็กไทยที่มีสุขภาวะดีและเติบโตเป็นกำลังสำคัญของประเทศในอนาคต พร้อมเชิดชูเกียรติ 50 โรงเรียนต้นแบบกิจกรรมทางกาย ที่ประสบความสำเร็จในการสร้างสภาพแวดล้อมการเรียนรู้ที่ส่งเสริมให้ พร้อมเตรียมขยายผลสู่สถานศึกษาทุกสังกัดทั่วประเทศ      

แพทย์หญิงอัมพร เบญจพลพิทักษ์ อธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า เด็กและเยาวชนไทยกำลังเผชิญปัญหาสุขภาพหลายด้าน ทั้งภาวะน้ำหนักเกินและโรคอ้วน การมีกิจกรรมทางกายไม่เพียงพอ การใช้หน้าจอเป็นเวลานาน และพฤติกรรมเนือยนิ่ง ส่งผลต่อการเจริญเติบโต สมรรถภาพทางกาย สุขภาพจิต และการเรียนรู้ กรมอนามัยจึงดำเนินงานส่งเสริมสุขภาพแบบองค์รวมโดยใช้โรงเรียนเป็นฐาน เชื่อมโยงการทำงานของหน่วยงานด้านสาธารณสุข การศึกษา องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ครอบครัว ชุมชน และภาคีเครือข่าย เพื่อพัฒนาสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการมีสุขภาพดีของเด็กและเยาวชน รวมทั้ง ยกย่องเชิดชูเกียรติหน่วยงานและสถานศึกษาที่มีผลงานโดดเด่น โดยเฉพาะโรงเรียนต้นแบบกิจกรรมทางกาย 50 แห่ง ซึ่งมีการบูรณาการกิจกรรมทางกายเข้ากับการจัดการเรียนการสอนและกิจกรรมประจำวันของนักเรียน จนเกิดผลลัพธ์ด้านสุขภาพที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในสถานศึกษาอื่นได้ ในการประชุมวิชาการส่งเสริมสุขภาพเด็กวัยเรียนและวัยรุ่น 2569 ที่ผ่านมา     

ด้าน นายแพทย์ปกรณ์ ตุงคะเสรีรักษ์ รองอธิบดีกรมอนามัย กล่าวเสริมว่า กรมอนามัยยังได้ผลักดันแนวทาง Whole-of-School Approach เพื่อให้เด็กได้เคลื่อนไหวตลอดวันเรียน ทั้งกิจกรรมหน้าเสาธง ระหว่างเรียน ช่วงพักกลางวัน หลังเลิกเรียน “10-20-30” ภายใต้การรณรงค์ “Stop Fat, Start Fit” ประกอบด้วย การยืดเหยียดร่างกาย 10 นาที การเคลื่อนไหวหรือกระโดดโลดเต้น 20 นาที และการเล่นกีฬาหรือทำกิจกรรมทางกายตามความสนใจอีก 30 นาทีต่อวัน รวมถึงการจัดสภาพแวดล้อมในโรงเรียนที่เอื้อต่อการมีกิจกรรมทางกาย เพื่อให้การเคลื่อนไหวเป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิตประจำวัน      

นายแพทย์วันฉัตร ชินสุวาเทย์ ผู้อำนวยการกองกิจกรรมทางกายเพื่อสุขภาพ กล่าวเพิ่มเติมว่า โรงเรียนต้นแบบกิจกรรมทางกายทั้ง 50 แห่ง มีการออกแบบกิจกรรมที่สอดคล้องกับบริบทของแต่ละพื้นที่ พร้อมสร้างการมีส่วนร่วมของครู นักเรียน ผู้ปกครอง ชุมชน และภาคีเครือข่าย จนเกิดรูปแบบการดำเนินงานที่สามารถขยายผลได้ในวงกว้าง ทั้งนี้ กรมอนามัยมีแผนขยายผลโรงเรียนต้นแบบกิจกรรมทางกายไปยังสถานศึกษาทุกสังกัดทั่วประเทศ พร้อมสนับสนุนองค์ความรู้ เครื่องมือ และเครือข่ายการดำเนินงานในระดับพื้นที่ เพื่อเพิ่มโอกาสให้เด็กได้มีกิจกรรมทางกายอย่างสม่ำเสมอ ควบคู่กับการส่งเสริมพฤติกรรม “กินเป็น เล่นพอ นอนดี ลดจอ และขยับทุกวัน” เพื่อให้เด็กมีสุขภาพกายและใจที่แข็งแรง มีทักษะการเรียนรู้ และสามารถปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงในอนาคต

ที่มา: กรมอนามัย