ผู้หญิงยุคใหม่ต้องรู้ทัน PMOS ชื่อใหม่ของโรคถุงน้ำรังไข่ PCOS สะท้อนความเสี่ยงด้านระบบเผาผลาญ โรคอ้วน และเบาหวานชนิดที่ 2

โรค PCOS (Polycystic Ovary Syndrome) เป็นภาวะที่พบได้บ่อยในผู้หญิงวัยเจริญพันธุ์ โดยคาดว่า ส่งผลกระทบต่อผู้หญิงราว 1 ใน 8 คน หรือมากกว่า 170 ล้านคนทั่วโลก1 แต่ชื่อเดิมนี้อาจทำให้หลายคนเข้าใจว่า เป็นเพียง โรคถุงน้ำรังไข่ ทั้งที่บางรายอาจไม่พบถุงน้ำในรังไข่เลย2

ล่าสุด PCOS ได้รับการเสนอชื่อใหม่ในวงการสุขภาพทั่วโลกเป็น PMOS3 ซึ่งย่อมาจาก Polyendocrine Metabolic Ovarian Syndrome เพื่ออธิบาย PCOS ให้ครอบคลุมมากขึ้น เพราะภาวะนี้ไม่ได้เกี่ยวข้องเฉพาะถุงน้ำในรังไข่หรือระบบสืบพันธุ์เท่านั้น แต่ยังเชื่อมโยงกับระบบฮอร์โมน ระบบเผาผลาญ น้ำหนัก และสุขภาพในระยะยาว

ประเด็นสำคัญของชื่อใหม่ คือ การชวนให้ผู้หญิงมองภาวะนี้อย่างรอบด้านมากขึ้น โดยเฉพาะภาวะดื้อต่ออินซูลิน ซึ่งอาจเพิ่มความเสี่ยงโรคอ้วน ภาวะก่อนเบาหวาน และเบาหวานชนิดที่ 2 และโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง หรือ NCDs อื่นๆ เช่น โรคหลอดเลือดหัวใจ4 โดยเฉพาะโรคอ้วนที่พบมากถึง 4 ใน 5 ของผู้หญิงที่มีภาวะ PMOS5

PMOS จึงไม่ใช่ “โรคใหม่” แต่เป็นชื่อที่ช่วยอธิบายโรคให้ตรงกับความเป็นจริงมากขึ้น โดยอาการที่อาจพบได้ เช่น ประจำเดือนมาไม่สม่ำเสมอ สิว ขนดก ผมบาง น้ำหนักขึ้นง่าย ภาวะมีบุตรยาก หรือบางคนอาจไม่มีอาการชัดเจนในช่วงแรก ผู้หญิงทุกคนจึงควรรู้ว่า โรคอ้วนและเบาหวานอยู่ใกล้ตัวกว่าที่คิด ความเสี่ยงอาจเริ่มตั้งแต่ วัยรุ่น วัยเจริญพันธุ์ วัยทำงานที่ใช้ชีวิตปกติโดยไม่รู้ตัว

ซิลลิค ฟาร์มา (Zuellig Pharma) ในฐานะผู้นำด้านโซลูชันสุขภาพแบบครบวงจรในประเทศไทย ตระหนักถึงความสำคัญในการใส่ใจสุขภาพผู้หญิงด้านการรับรู้เกี่ยวกับภาวะ PMOS เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตผู้หญิงทุกคนให้หันมาใส่ใจสัญญาณจากร่างกาย สังเกตความเปลี่ยนแปลงของรอบเดือน น้ำหนัก ผิวพรรณเพื่อปรึกษาแพทย์และเข้ารับการตรวจคัดกรองภาวะ PMOS เบาหวานและโรคอ้วน อันเป็นการเพิ่มโอกาสในการเลือกแนวทางการรักษา ช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายของโรคไม่ติดต่อเรื้อรังที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต

5 ตัวอย่างสัญญาณที่ผู้หญิงควรสังเกต หากสงสัย PMOS และความเสี่ยงเมตาบอลิก*

  1. ประจำเดือนมาไม่สม่ำเสมอ เช่น ประจำเดือนขาด มานานๆ ครั้งหรือมาถี่เกินไป มามากผิดปกติ หรือมาไม่เป็นรอจนคาดเดาไม่ได้6
  2. เริ่มมีค่าน้ำตาลผิดปกติ หรือเป็นโรคเบาหวานชนิดที่ 1 และชนิดที่ 26 อยู่แล้ว
  3. มีขนขึ้นมากผิดปกติบริเวณใบหน้า หน้าอก หน้าท้อง หรือต้นขาด้านบน7
  4. มีสิวขึ้นรุนแรง เป็นสิวเรื้อรังหลังวัยรุ่น หรือรักษาด้วยวิธีทั่วไปแล้วไม่ดีขึ้น7
  5. นอนกรน ตื่นไม่สดชื่น ง่วงนอนกลางวัน หรืออ่อนเพลียผิดปกติ8
    *อาการดังกล่าวเป็นเพียงตัวอย่างหรือข้อมูลเบื้องต้น ไม่สามารถใช้แทนการวินิจฉัยโดยแพทย์ได้

“ซิลลิค ฟาร์มา (Zuellig Pharma) มุ่งมั่นที่จะยกระดับศักยภาพของผู้หญิง ด้วยการสนับสนุนองค์ความรู้ที่จำเป็น พร้อมส่งเสริมการเข้าถึงการดูแลรักษาสุขภาพเพื่อให้ผู้หญิงสามารถดูแลและจัดการสุขภาพของตนเองได้อย่างเชิงรุก การรับมือกับโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง หรือ NCDs ควรเริ่มตั้งแต่การสร้างความตระหนักรู้ การตรวจคัดกรองและประเมินความเสี่ยงอย่างสม่ำเสมอ ควบคู่กับการดูแลสุขภาพเชิงป้องกันในกลุ่มผู้หญิงทุกช่วงวัย โดยเฉพาะในปัจจุบันที่ผู้หญิงจำนวนมากใช้ชีวิตท่ามกลางความเร่งรีบ จนอาจมองข้ามสัญญาณสำคัญจากฮอร์โมนและระบบเผาผลาญที่ส่งผลต่อสุขภาพในระยะยาว การดูแลสุขภาพตั้งแต่เนิ่นๆ จึงเป็นกุญแจสำคัญสู่คุณภาพชีวิตที่ดีและยั่งยืน” คุณพักตร์นลิน บูลกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซิลลิค ฟาร์มา จำกัด (Pucknalin Bulakul, Managing Director of Zuellig Pharma Limited) กล่าวสรุป

ที่มา: Ruder Finn Era ประเทศไทย