กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข เดินหน้าจัดทำร่างแผนปฏิบัติการด้านการสร้างความรอบรู้ด้านสุขภาวะ การป้องกันและควบคุมปัจจัยเสี่ยงที่คุกคามสุขภาวะแห่งชาติ พ.ศ. 2571–2575 เพื่อยกระดับทักษะสุขภาพของประชาชนทุกกลุ่มวัย รองรับความท้าทายด้านโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง สังคมสูงวัย และภัยสุขภาพยุคใหม่ โดยเตรียมเปิดรับฟังความคิดเห็นในปี 2569 ก่อนเสนอคณะกรรมการที่เกี่ยวข้อง และคณะรัฐมนตรีพิจารณา

แพทย์หญิงอัมพร เบญจพลพิทักษ์ อธิบดีกรมอนามัย เปิดเผยว่า แผนปฏิบัติการด้านการสร้างความรอบรู้ด้านสุขภาวะ การป้องกันและควบคุมปัจจัยเสี่ยงที่คุกคามสุขภาวะแห่งชาติฉบับใหม่ ได้กำหนดทิศทาง 4 ประเด็นสำคัญได้แก่ 1) ปรับพฤติกรรมสุขภาพและสร้างทักษะสุขภาพตลอดช่วงชีวิต ครอบคลุมเด็ก วัยเรียน วัยทำงาน ผู้สูงอายุ และกลุ่มเปราะบาง 2) ยกระดับระบบบริการและชุมชนสู่ “องค์กรรอบรู้ด้านสุขภาพ” ทั้งโรงพยาบาลสถานประกอบการ และสถานบริการปฐมภูมิ 3) พัฒนาระบบเฝ้าระวังสื่อสุขภาพและข้อมูลเท็จ (Misinformation) เพื่อให้ประชาชนสามารถคิดวิเคราะห์ รู้เท่าทันสื่อ ในยุคดิจิทัล 4) ผลักดันนโยบายการสร้างความรอบรู้ด้านสุขภาวะการป้องกันและควบคุมปัจจัยเสี่ยงที่คุกคามสุขภาวะแห่งชาติ พ.ศ. 2571–2575 ให้เป็นวาระร่วมทุกหน่วยงานโดยบูรณาการส่วนกลาง จังหวัด ท้องถิ่น ภาครัฐ เอกชน และภาคประชาสังคม ซึ่งแผนฉบับใหม่นี้จะเข้าสู่กระบวนการรับฟังความเห็นในปี 2569 ก่อนเสนอคณะกรรมการสร้างเสริมความรอบรู้และสื่อสารสุขภาพแห่งชาติพิจารณา และคณะรัฐมนตรีพิจารณา คาดว่าจะช่วยยกระดับทักษะสุขภาพของคนไทยรับมือโรค NCDs สังคมสูงวัย และภัยสุขภาพยุคใหม่ในโลกยุดิจิทัลได้อย่างมีประสิทธิภาพ
แพทย์หญิงนงนุช ภัทรอนันตนพ รองอธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า ผลการดำเนินงานปี 2569 ตามแผนปฏิบัติการด้านการสร้างความรอบรู้ด้านสุขภาวะการป้องกัน และควบคุมปัจจัยเสี่ยงที่คุกคามสุขภาวะแห่งชาติ พ.ศ.2566-2570 พบว่า อายุคาดเฉลี่ยการมีสุขภาพดีอยู่ที่ 68 ปี และอายุคาดเฉลี่ยแรกเกิด 74 ปี ประชาชนมีความรอบรู้ด้านสุขภาพร้อยละ 80.95 ขณะที่พฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์อยู่ที่ ร้อยละ 68.21 มีประชาชนเข้าร่วมปรับเปลี่ยนพฤติกรรมที่พึงประสงค์กว่า 99,339 คน และกลุ่มเสี่ยงเข้าร่วมกิจกรรมสุขภาพมากกว่า 104,150 คน และมีผู้ได้รับการคัดกรองภาวะเสี่ยง เข้ารับการดูแลในคลินิกสูงอายุอย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกันมีชมรมผู้สูงอายุที่บูรณาการงานความรอบรู้ด้านสุขภาพ 6,407 แห่ง มีสถานศึกษาเป็นองค์กรรอบรู้ด้านสุขภาพ 6,858 แห่งสถานบริการสาธารณสุขระดับปฐมภูมิ 5,356 แห่ง สถานประกอบการรอบรู้ด้านสุขภาพ 1,692 แห่ง และโรงเรียนในโครงการ 1 โรงเรียน 1 ครูอนามัย เข้าถึงความรอบรู้ด้านสุขภาพแล้วกว่า 2,299 แห่ง รวมถึงมีชุมชนรอบรู้ด้านสุขภาพทั่วประเทศ 11,707 แห่ง โดยมีอาสาสมัครกว่า 400,000 คน และเครือข่ายสื่อสารสุขภาพมากกว่า 3,000 กลไก ช่วยให้ประชาชนเข้าถึงข้อมูลสุขภาพที่ถูกต้องและตัดสินใจใช้บริการสุขภาพได้เหมาะสมมากขึ้น
นายแพทย์อัครวัฒน์ เพียวพงภควัต ผู้อำนวยการกองส่งเสริมความรอบรู้และสื่อสารสุขภาพ กล่าวว่า กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข ได้พัฒนาแบบสำรวจความรอบรู้ด้านสุขภาพประชาชนอายุ 15 ปีขึ้นไป (ฉบับปรับปรุง) ประกอบด้วย 17 คำถาม 5 หมวด ได้แก่ การเข้าถึงข้อมูล การซักถามข้อสงสัย การใช้ข้อมูลเพื่อตัดสินใจ การสื่อสารด้านสุขภาพ และการดูแลตนเอง ครอบคลุมประเด็นป้องกันโรค การรักษา สุขภาพช่องปาก สุขภาพจิต อนามัยสิ่งแวดล้อม และผลิตภัณฑ์สุขภาพ พร้อมทดสอบในจังหวัดนำร่อง ก่อนสำรวจทั่วประเทศ ในปี 2570 ต่อไป

