“เอส แอนด์ พี” ยกระดับ “ข้าวแช่”

บริษัท เอส แอนด์ พี ซินดิเคท จำกัด (มหาชน) เดินหน้าต่อยอดเมนู “ข้าวแช่” ซึ่งจำหน่ายมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2531  โดยในปีนี้บริษัทฯ ได้พัฒนาแนวคิดของเมนูให้ก้าวไปอีกขั้น จากเมนูคลายร้อนตามฤดูกาล สู่การเป็นเมนูที่สะท้อนทั้งคุณค่าทางโภชนาการ การสนับสนุนชุมชน และการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน

คุณมณีสุดา ศิลาอ่อน ประธานเจ้าหน้าที่สำนักพัฒนาความยั่งยืนและสื่อสารองค์กร กล่าวว่า “เราตั้งใจพัฒนา

เมนู “ข้าวแช่” ให้ตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคปัจจุบันมากยิ่งขึ้น โดยเน้นความสมดุลของรสชาติและคุณค่าทางโภชนาการ ควบคู่ไปกับการคัดสรรวัตถุดิบคุณภาพและปลอดภัย ตั้งแต่การคัดเลือกวัตถุดิบ การปรุงอย่างพิถีพิถัน ไปจนถึงการนำเสนอที่ยังคงเอกลักษณ์ความเป็นไทย พร้อมยกระดับให้สอดคล้องกับไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคที่หันมาใส่ใจสุขภาพมากขึ้น  เมนู “ข้าวแช่” ของ เอส แอนด์ พี โดดเด่นด้วยน้ำลอยดอกมะลิกลิ่นหอมละมุน มอบความสดชื่นในช่วงอากาศร้อน                   เสิร์ฟพร้อมข้าวหอมมะลิคุณภาพดี เมล็ดนุ่ม ทานแล้วเบาสบายท้อง ส่วนของเครื่องเคียง ได้คัดสรรอย่างพิถีพิถัน เพื่อให้ครบทั้งรสชาติและคุณค่าทางโภชนาการ อาทิ หมูฝอยหวานที่ให้โปรตีน พริกหยวกสอดไส้ปูจ๋าจากวัตถุดิบคุณภาพ ไชโป้วหวาน ทำจากหัวไชเท้า มีฤทธิ์เป็นยาเย็น อุดมด้วยไฟเบอร์และวิตามินซี และลูกกะปิทอดซึ่งเป็นแหล่งแคลเซียม โดยในปีนี้เลือกใช้ “กะปิคลองโคน” ผลิตจาก “เคยตาดำ” วัตถุดิบธรรมชาติที่ให้กลิ่นหอมและรสชาติกลมกล่อมเป็นเอกลักษณ์จากชุมชนคลองโคน จังหวัดสมุทรสงคราม ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์จากวิสาหกิจชุมชนที่สืบทอดภูมิปัญญาท้องถิ่นมาอย่างยาวนาน

การเลือกใช้วัตถุดิบจากชุมชนในครั้งนี้ ไม่เพียงช่วยยกระดับรสชาติของเมนู แต่ยังมีส่วนในการสนับสนุนเศรษฐกิจท้องถิ่น สร้างรายได้ให้กับชาวบ้าน และส่งเสริมการอนุรักษ์ระบบนิเวศป่าชายเลน ซึ่งเป็นแหล่งทรัพยากรสำคัญของชุมชนอย่างยั่งยืน นอกจากนี้ยังเสิร์ฟพร้อมผักสดเคียง อาทิ พริกชี้ฟ้า กระชาย และมะม่วงดิบ ที่ช่วยเพิ่มไฟเบอร์และความสดชื่น  เสริมความสมดุลในทุกคำ ตอบโจทย์ผู้บริโภคที่มองหาเมนูอร่อย ควบคู่ไปกับการดูแลสุขภาพ”

นอกจากการพัฒนาเมนูเพื่อสุขภาพแล้ว บริษัทฯ ยังให้ความสำคัญกับการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนเพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ด้วยการเลือกใช้บรรจุภัณฑ์ Bio-Corn ผลิตจากวัตถุดิบธรรมชาติที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ทดแทนการใช้พลาสติกจากปิโตรเลียม โดยสามารถย่อยสลายได้ตามธรรมชาติ ช่วยลดปริมาณขยะพลาสติก และลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในระยะยาว ซึ่งเป็นการส่งเสริมแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) เพื่อความยั่งยืน                            “ข้าวแช่” เอส แอนด์ พี จึงไม่เพียงเป็นเมนูคลายร้อนตามฤดูกาลเท่านั้น แต่ยังสะท้อนบทบาทของแบรนด์ที่มุ่งมั่นพัฒนาอาหารไทยให้ตอบโจทย์อนาคต ทั้งในด้านสุขภาพ คุณภาพชีวิต และความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม

“ข้าวแช่” เอส แอนด์ พี พร้อมวางจำหน่ายแล้ววันนี้ที่ร้าน เอส แอนด์ พี ตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม – 31 พฤษภาคม 2569

ที่มา: S&P