ปทุมธานี – 6 กรกฎาคม 2569 – องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ (อพวช.) หรือ NSM เปิดเผยว่า ทีมนักวิจัยไทยร่วมค้นพบ “บัวบา 5 ชนิดใหม่ของโลก” นำโดย รศ.ดร.เฉลิมพล สุวรรณภักดี ภาควิชาพฤกษศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์, ดร.ณัฐพล นพพรเจริญกุล นักวิชาการ กองนิเวศวิทยา สำนักวิชาการพิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยา NSM และ Prof. Dr. Trevor R. Hodkinson จากทรินิตี้คอลเลจ มหาวิทยาลัยแห่งกรุงดับลิน สาธารณรัฐไอร์แลนด์ สะท้อนให้เห็นว่าประเทศไทยยังคงเป็นแหล่งรวมความหลากหลายทางชีวภาพอันทรงคุณค่า และยังมีสิ่งมีชีวิตอีกจำนวนไม่น้อยที่รอการค้นพบ

เดิมประเทศไทยมีรายงานพืชสกุลบัวบา (Nymphoides) อยู่ประมาณ 5–6 ชนิด พบกระจายตัวในพื้นที่ชุ่มน้ำ หนอง บึง ทุ่งนา และป่าพรุทั่วประเทศ อย่างไรก็ตาม การศึกษาครั้งล่าสุดได้บูรณาการการวิเคราะห์ลักษณะทางสัณฐานวิทยาร่วมกับพันธุศาสตร์ระดับเซลล์ (Cytogenetics) ทำให้นักวิจัยสามารถจำแนกชนิดพืชได้อย่างละเอียดและแม่นยำมากยิ่งขึ้น จนนำไปสู่การค้นพบบัวบาชนิดใหม่ของโลกถึง 5 ชนิด ได้แก่
1.สายติ้ง (Nymphoides chumphonense Suwanph.) พบเฉพาะในจังหวัดชุมพร มีใบคล้ายหัวใจถึงเกือบกลม สีเขียว ขอบใบแต้มสีม่วงเข้ม ดอกสีขาว ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 1.2-1.5 เซนติเมตร เป็นผักพื้นบ้านที่คนนิยมนำมารับประทานสดกับน้ำพริก และพบจำหน่ายในตลาดท้องถิ่น ปัจจุบันถูกจัดอยู่ในสถานะใกล้สูญพันธุ์
2.บัวบาหัวลูกศร (Nymphoides crucioides Suwanph. & Hodk.) พบบริเวณทุ่งนาบนแนวสันทรายโบราณในจังหวัดปราจีนบุรีและยะลา ใบคล้ายเกือกม้า สีเขียว ดอกสีขาว มักพบ 4 กลีบเป็นรูปกากบาท เส้นผ่าศูนย์กลาง 5–7 มิลลิเมตร สามารถเติบโตได้ทั้งในฟอร์มน้ำและฟอร์มบก จึงมีศักยภาพในการพัฒนาเป็นไม้ประดับสำหรับสวนขวด สวนกระจก และตู้ไม้น้ำ อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันพืชชนิดนี้ถูกจัดอยู่ในสถานะใกล้สูญพันธุ์
3.บาจิ๋ว (Nymphoides miniata Noppornch. & Suwanph.) บัวบาที่มีขนาดเล็กที่สุดในประเทศไทย และคาดว่าน่าจะเล็กที่สุดในโลก โดยมีใบคล้ายรูปหัวใจขนาดประมาณ 2.5 เซนติเมตร สีเขียวแต้มสีม่วงอมแดงเข้ม ดอกมีสีขาวขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางจิ๋วเพียง 3–5 มิลลิเมตร พบบริเวณทุ่งนาบนแนวสันทรายโบราณในจังหวัดปราจีนบุรี สามารถเติบโตได้ทั้งในฟอร์มน้ำและฟอร์มบก จึงมีศักยภาพสูงในการพัฒนาเป็นไม้ประดับสำหรับสวนขวด สวนกระจก และตู้ไม้น้ำ อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันพืชชนิดนี้ถูกจัดอยู่ในสถานะใกล้สูญพันธุ์
4.บาสยาม (Nymphoides thailandica Suwanph.) พบบริเวณทุ่งนาบริเวณแนวสันทรายโบราณในจังหวัดปราจีนบุรีและยะลา ใบคล้ายหัวใจถึงสามเหลี่ยม สีเขียวแต้มสีม่วงอมแดงเข้ม ขนาด 2–4 เซนติเมตร ดอกสีขาว ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 6–9 มิลลิเมตร เติบโตได้ทั้งในฟอร์มน้ำและฟอร์มบก จึงมีศักยภาพในการพัฒนาเป็นไม้ประดับสำหรับสวนขวด สวนกระจก และตู้ไม้น้ำ อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันพืชชนิดนี้ถูกจัดอยู่ในสถานะ ใกล้สูญพันธุ์
5.ดาวรดา (Nymphoides thungyaiensis Suwanph. & Noppornch.) พบในอำเภออุ้มผาง จังหวัดตาก ใบมีลักษณะคล้ายหัวใจ สีเขียวแต้มน้ำตาลแดง ดอกสีขาว มีกลีบดอก 5 กลีบ ปกคลุมด้วยขนขนาดเล็กหนาแน่นบนกลีบและขอบกลีบ ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 1.2–1.5 เซนติเมตร ปัจจุบันถูกจัดอยู่ในสถานะใกล้สูญพันธุ์ เนื่องจากพบประชากรเพียงแหล่งเดียวในธรรมชาติ
โดยผลงานการค้นพบครั้งนี้นำไปสู่งานวิจัยเรื่อง “Integration of cytogenetics and morphology for the taxonomic revision of Nymphoides (Menyanthaceae) in Thailand including five new species” โดยได้รับการตีพิมพ์ในวารสารวิชาการนานาชาติระดับ Q1 Aquatic Botany ฉบับที่ 207 ปี 2026 เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2569 ซึ่งปัจจุบัน บัวบาชนิดใหม่ทั้ง 5 ชนิด เป็น พืชถิ่นเดียว (Endemic Species) ที่พบเฉพาะในประเทศไทยเท่านั้น
ดร.ณัฐพล นพพรเจริญกุล นักวิชาการ กองนิเวศวิทยา สำนักวิชาการพิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยา NSM กล่าวว่า “การค้นพบบัวบา 5 ชนิดใหม่ของโลกในครั้งนี้ สะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพของนักวิจัยไทยในการสร้างองค์ความรู้ใหม่ทางวิทยาศาสตร์จากความหลากหลายทางชีวภาพที่มีอยู่ในประเทศ การศึกษาวิจัยด้านอนุกรมวิธานไม่เพียงช่วยให้เราเข้าใจและจำแนกชนิดสิ่งมีชีวิตได้อย่างถูกต้องเท่านั้น แต่ยังเป็นรากฐานสำคัญของการอนุรักษ์ การบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติ และการใช้ประโยชน์ความหลากหลายทางชีวภาพอย่างยั่งยืนในอนาคต โดยเตรียมนำบัวบา 5 ชนิดใหม่ของโลกมาจัดแสดงในเดือน ส.ค. 69 นี้ ณ พิพิธภัณฑ์พระรามเก้า NSM ต.คลองห้า อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี เพื่อถ่ายทอดเรื่องราวเบื้องหลังของการค้นพบทางวิทยาศาสตร์ของนักวิจัยไทย สร้างความตระหนักรู้ถึงคุณค่าและความสำคัญของความหลากหลายทางชีวภาพ ตลอดจนส่งเสริมการอนุรักษ์ระบบนิเวศพื้นที่ชุ่มน้ำของไทยให้คงอยู่อย่างยั่งยืนต่อไปในอนาคต”

