สคร.12 สงขลา เชิญชวนประชาชนรับวัคซีนโควิด 19 โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยง ผู้สูงอายุ ย้ำ วัคซีนเข็มกระตุ้น มีความจำเป็น ลดความเสี่ยงป่วยหนักและเสียชีวิต

สำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 12 จังหวัดสงขลา (สคร.12 สงขลา) เชิญชวนพี่น้องประชาชนทุกคน โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยง และผู้สูงอายุ ที่ยังไม่ได้รับเข็มกระตุ้น หรือยังไม่ได้รับวัคซีน ให้ไปรับวัคซีน ตามกำหนดเพื่อลดความเสี่ยง หากติดเชื้อจะมีอาการป่วยหนักและเสียชีวิตได้   

สถานการณ์โควิด 19 ประเทศไทยมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น (ข้อมูล ณ วันที่ 20-26 พฤศจิกายน 2565) มีผู้ป่วยรายใหม่เข้ารักษาในโรงพยาบาล 4,914 ราย เฉลี่ยวันละ 702 ราย ผู้ป่วยปอดอักเสบ 553 ราย ใส่ท่อช่วยหายใจ 319 ราย และเสียชีวิต 74 ราย เฉลี่ยวันละ 10 ราย โดยเฉพาะช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา พบการระบาดเพิ่มในพื้นที่ กทม.ปริมณฑล และจังหวัดท่องเที่ยวภาคตะวันออกและภาคใต้

 นายแพทย์เฉลิมพล โอสถพรมมา ผู้อำนวยการสำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 12 จังหวัดสงขลา  กล่าวถึง สถานการณ์การฉีดวัคซีนโควิด 19 ในพื้นที่ 7 จังหวัดภาคใต้ตอนล่าง ข้อมูล ณ วันที่ 27 พฤศจิกายน 2565 พบว่า ประชาชนได้รับวัคซีนโควิด 19 เข็มที่ 1 ร้อยละ 67.23, เข็มที่ 2 ร้อยละ 61.07, เข็มที่ 3 ร้อยละ  19.01 และเข็มที่ 4  ร้อยละ 13.85 ทั้งนี้ จากการวิเคราะห์ข้อมูลผู้เสียชีวิตของกรมควบคุมโรค พบว่าเป็นการติดเชื้อครั้งแรกและส่วนใหญ่เป็นกลุ่มผู้สูงอายุและมีโรคประจำตัวเรื้อรัง ปัจจัยเสี่ยงสำคัญคือ ไม่ได้รับวัคซีน รับวัคซีนไม่ครบหรือได้รับเข็มสุดท้ายนานเกินกว่า 3 เดือน

นายแพทย์เฉลิมพล กล่าวว่า สคร.12 สงขลา จึงขอเชิญชวนประชาชนทุกคน และผู้ที่ยังไม่เคยได้รับวัคซีนเลย โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้สูงอายุ กลุ่มเสี่ยงโรคประจำตัวเรื้อรัง ­­­­หรือหากรับวัคซีนเข็มล่าสุดนานเกิน 4 เดือนขึ้นไป ขอให้มารับเข็มกระตุ้นที่สถานพยาบาลใกล้บ้าน โดยไม่มีค่าใช้จ่าย ซึ่งจะช่วยเพิ่มภูมิคุ้มกันให้สูงขึ้น หากติดเชื้อจะลดอาการป่วยหนักและเสียชีวิตได้ อีกทั้งเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับเทศกาลปีใหม่ ที่ลูกหลานจะเดินทางกลับไปเยี่ยมผู้สูงอายุที่บ้าน โดยลูกหลานต้องฉีดวัคซีนและต้องป้องกันตนเองด้วยเช่นกัน  

สคร.12 สงขลา แนะนำ ประชาชนยังคงปฏิบัติตนตามมาตรการป้องกันส่วนบุคคล โดยเฉพาะการสวมหน้ากากอนามัย เมื่ออยู่ในพื้นที่สาธารณะ หรือมีผู้คนรวมตัวกันจำนวนมาก ล้างมือบ่อย ๆ ตรวจ ATK เมื่อมีอาการโรคทางเดินหายใจ เพื่อป้องกันโรคโควิด 19 หากมีข้อสงสัยสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร.1422

ที่มา: สำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 12 จังหวัดสงขลา