ท่ามกลางนักลงทุนสินทรัพย์ดิจิทัลในไทยกว่า 3.1 ล้านบัญชี (ข้อมูล ก.ล.ต. ณ เดือนกันยายน 2569) และสถิติที่ประเทศไทยติดอันดับ 8 ของโลกด้าน Crypto Adoption (Chainalysis Global Crypto Adoption Index 2026) ปัญหาใหญ่ที่ผู้ถือคริปโตระยะยาว (HODLer) หรือผู้ประกอบการยุคใหม่ต้องเจอเหมือนกันคือ ภาวะ “มีคริปโต แต่แบงก์ไม่รับ” เมื่อถึงเวลาต้องการเงินบาทไปหมุนเวียนทำธุรกิจ สินทรัพย์ดิจิทัลที่มีมูลค่ามหาศาลกลับไม่สามารถนำไปใช้เป็นหลักประกันกับสถาบันการเงินรูปแบบเดิมได้ ทางเลือกเดียวที่มีจึงเป็นการ “จำใจขายเหรียญ” ในจังหวะที่ไม่ต้องการ

ปัญหานี้กลายเป็นโจทย์สำคัญที่ Liberix (ลิเบอริกซ์) ผู้ให้บริการสินเชื่อเงินบาทที่ใช้สินทรัพย์ดิจิทัลเป็นหลักประกัน เข้ามาสร้าง “ทางเลือกที่สาม” ให้กับตลาดไทย ด้วยการเปลี่ยนคริปโตจากสินทรัพย์ที่ถือไว้เฉยๆ ให้กลายเป็น “ทุนในการสร้างสิ่งใหม่”
นายวรภัทร พฤกษมาศน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ลิเบอริกซ์ จำกัด (Liberix) กล่าวว่า “คนไทยจำนวนมากถือคริปโตเพราะเชื่อมั่นในระยะยาว แต่ชีวิตจริงต้องใช้เงินบาท Liberix อยากให้ผู้ถือคริปโตไทยมีทางเลือกที่สามนอกจาก ‘ถือรอ’ หรือ ‘ขายทิ้ง’ คือคุณสามารถถือต่อได้ และมีเงินบาทไปใช้กับธุรกิจจริงอย่างรู้ต้นทุนและความเสี่ยง”
นอกจากนี้ ยังได้อธิบายถึงแนวคิดในการพัฒนานวัตกรรมทางการเงินนี้ โดยระบุว่า เทรนด์การใช้คริปโตเป็นหลักประกัน (Crypto-backed Loans) กำลังเข้าสู่ระบบการเงินกระแสหลักทั่วโลก โดยข้อมูลจาก Galaxy Research ระบุว่า มูลค่าสินเชื่อลักษณะนี้ทั่วโลกเคยสูงถึง 7.87หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ (ไตรมาส 3 ปี 2568) ขณะที่บริษัทและองค์กรระดับโลกอย่าง Coinbase, Fannie Mae หรือการจัดอันดับเครดิตโดย S&P ที่เริ่มจัดอันดับเครดิตให้ตราสารที่หนุนหลังด้วยสินเชื่อบิตคอยน์แล้ว ต่างขยับเข้ามามีบทบาทในตลาดนี้อย่างจริงจัง Liberix จึงนำโมเดลระดับสากลมาปรับใช้ให้เหมาะกับบริบทของประเทศไทย เพื่อตอบโจทย์ผู้ประกอบการอย่าง ดร.วิชิต ที่ต้องการเงินทุนไปขยายระบบ Bantuk ในจังหวะที่ลงตัว โดยไม่ต้องรอการอนุมัติสินเชื่อแบบเดิมๆ จากธนาคาร และไม่ต้องเสียสูญเสียสินทรัพย์ดิจิทัลระยะยาว
โดยบริการสินเชื่อของ Liberix ถูกออกแบบมาให้ยืดหยุ่นและตอบโจทย์ผู้ใช้งานจริง:
- เลือกLTV ได้เอง: ผู้กู้สามารถเลือกวงเงินกู้ต่อมูลค่าหลักประกัน (LTV) ได้ตั้งแต่ 30% ถึงสูงสุด 70% ตามระดับความเสี่ยงที่รับได้ ระยะเวลาสัญญา 1–12 เดือน
- โครงสร้างดอกเบี้ยชัดเจน:อัตราดอกเบี้ยคงที่ตลอดสัญญา รู้ต้นทุนตั้งแต่วันแรก ไม่มีค่าธรรมเนียมแอบแฝง (ดูรายละเอียดอัตราดอกเบี้ยได้ที่เว็บไซต์)
- หลากหลายสินทรัพย์:รองรับหลักประกัน 16 สกุลเงินดิจิทัลชั้นนำ เช่น BTC, ETH, SOL, BNB, KUB, JFIN และ XAUt (โทเคนอ้างอิงทองคำ)
ยกระดับมาตรฐานความปลอดภัย: โครงสร้างที่ Liberix ตั้งใจออกแบบ
หัวใจสำคัญที่ทำให้ Liberix แตกต่างและได้รับความไว้วางใจจากนักลงทุนระดับวาฬและผู้ประกอบการ คือการถอดบทเรียนจากวิกฤต CeFi ในต่างประเทศเมื่อปี 2565 แล้วนำมาวางเป็นเกณฑ์มาตรฐานความปลอดภัยที่เข้มงวด:
- สถานะ “ผู้กู้” ไม่ใช่ “ผู้ฝาก”:Liberix ไม่รับฝากสินทรัพย์เพื่อจ่ายผลตอบแทน (No Yielding) และไม่ได้เก็บรักษาสินทรัพย์ของลูกค้าไว้เอง
- Institutional Custodian:สินทรัพย์ดิจิทัลของลูกค้าเก็บรักษาโดยผู้ให้บริการรับฝากสินทรัพย์ดิจิทัล (Digital Asset Custodian) ในบัญชีที่แยกต่างหากจากทรัพย์สินของบริษัท โดย Liberix เลือกใช้บริการรับฝากจาก Kryptodian
- ระบบบริหารความเสี่ยงเรียลไทม์: มีระบบติดตามราคาพร้อมแจ้งเตือนผู้กู้ 3 ระดับ เมื่อตลาดผันผวน เพื่อให้เติมหลักประกันได้ทันท่วงที รวมถึงการคัดกรองKYC/AML ตามมาตรฐานสากลและสอดคล้องกับแนวทางของ ปปง.
นายวรภัทรเน้นย้ำว่า “สิ่งที่เราเรียนรู้คือ ความเชื่อมั่นสำคัญกว่าดอกเบี้ย เราไม่อยากให้ใครกู้ไปเทรดเก็งกำไร แต่อยากให้กู้เท่าที่จำเป็นในวงเงินที่รับความผันผวนได้ เพื่อนำเงินไปสร้างกระแสเงินสดในธุรกิจจริง นี่คือพันธกิจที่ Liberix ยึดถือ”
“บิตคอยน์เหมือนน้ำในโอ่ง” และนวัตกรรมสินเชื่อจาก Liberix
หนึ่งในกรณีศึกษาของการใช้สินทรัพย์ดิจิทัลเพื่อเพิ่มสภาพคล่องทางธุรกิจ คือ ดร.วิชิต ซ้ายเกล้า หรือ “พี่ชิต” บิทคอยน์เนอร์ชื่อดังของไทย ซึ่งเลือกใช้บริการสินเชื่อของ Liberix โดยนำบิตคอยน์ที่ถือครองมานานกว่าสิบปีมาวางเป็นหลักประกัน เพื่อนำเงินบาทไปหมุนเวียนพัฒนา Bantuk แพลตฟอร์มจับคู่งานขนส่งออนไลน์ โดยไม่ต้องจำใจขายบิตคอยน์ที่ถืออยู่ออกไปแม้แต่เหรียญเดียว
ดร.วิชิตเปรียบเทียบประสบการณ์ดังกล่าวว่า “สำหรับผม บิตคอยน์เหมือนน้ำในโอ่ง เวลาต้องใช้ ไม่จำเป็นต้องเทน้ำทิ้งทั้งโอ่ง แค่ตักออกมาใช้บางส่วน แล้วค่อยเติมกลับ ในวันที่ Bantuk ต้องการเงินทุนพัฒนาระบบต่อ การวางบิตคอยน์เป็นหลักประกันกับ Liberix ทำให้ผมได้เงินบาทมาทำธุรกิจจริง โดยยังรักษาบิตคอยน์ที่เชื่อมั่นไว้ได้ทั้งหมด”
“Bitcoin Beyond HODL” ซีรีส์สารคดีโดย Liberix
เพื่อถ่ายทอดแนวคิดการบริหารเงินทุนยุคใหม่ Liberix ได้ร่วมมือกับ ดร.วิชิต จัดทำสารคดีชุด (Docuseries) ถ่ายทอดเรื่องราวการเปลี่ยนบิตคอยน์เป็นทุนทำธุรกิจจริง ตั้งแต่เทคนิคการบริหารสภาพคล่อง วินัยการใช้หนี้ ไปจนถึงแนวคิดการเติบโตอย่างยั่งยืน ผ่าน “Bitcoin Beyond HODL — Real Stories by Liberix” โดยจะเผยแพร่ตัวอย่าง (Teaser) ในวันที่ 20 ตุลาคม 2569 และตอนแรกในวันที่ 25 ตุลาคม 2569 ผ่านช่องทางโซเชียลมีเดียอย่างเป็นทางการของ Liberix
ทั้งนี้ ผู้สนใจสามารถศึกษานวัตกรรมสินเชื่อคริปโตและคำนวณวงเงินกู้เบื้องต้นได้ที่https://liberix.com/th/
(หมายเหตุ: ดร.วิชิต เป็นลูกค้าจริงของ Liberix ที่ใช้บริการตามเงื่อนไขมาตรฐาน และไม่ได้รับค่าตอบแทน หุ้น หรือส่วนลดใดๆ จากการถ่ายทำซีรีส์ชุดนี้)
