FCCT ชวน “ยศชนัน-กอบศักดิ์-ท๊อป จิรายุส” ถกทิศทางไทยรับมือ AI สู่การแข่งขันในเศรษฐกิจโลกยุคใหม่

เมื่อวันที่ 16 กันยายน 2569 สมาคมผู้สื่อข่าวต่างประเทศแห่งประเทศไทย (FCCT) จัดงานเสวนา Thailand’s Momentum 2026 ในหัวข้อ “Society – Human Capital, AI Adaptation and Sustainable Competitiveness” เพื่อแลกเปลี่ยนวิสัยทัศน์ในการเตรียมความพร้อมประเทศไทยให้สามารถก้าวข้ามความผันผวนในยุค AI โดยเฉพาะในมิติของการพัฒนาทุนมนุษย์และการเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขัน จากผู้นำที่มีบทบาทสำคัญทั้งภาครัฐและภาคเอกชน นำโดย ศาสตราจารย์ ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม, ดร.กอบศักดิ์ ภูตระกูล กรรมการและรองผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) และคุณจิรายุส ทรัพย์ศรีโสภา ผู้ก่อตั้งกลุ่ม บริษัท บิทคับ แคปปิตอล กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด และมีคุณภาณุ วงศ์ชะอุ่ม ประธาน FCCT เป็นผู้ดำเนินรายการ โดยจัดขึ้น ณ สมาคมผู้สื่อข่าวต่างประเทศแห่งประเทศไทย 

การเสวนาในครั้งนี้มุ่งแลกเปลี่ยน 3 ประเด็นสำคัญในการเปลี่ยนผ่านเข้าสู่ยุค AI ของประเทศไทย ได้แก่ ความท้าทายในการนำ AI มาใช้ยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ, บทบาทของทุกภาคส่วนในการร่วมมือขับเคลื่อนสู่การเปลี่ยนผ่าน ตลอดจนแนวทางการปฏิรูประบบการศึกษาและการพัฒนาทักษะสำคัญให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงในยุค AI

คุณจิรายุส ทรัพย์ศรีโสภา ผู้ก่อตั้งกลุ่ม บริษัท บิทคับ แคปปิตอล กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด กล่าวว่า “AI ไม่ใช่เพียงเทคโนโลยีใหม่ แต่คือ Platform Shift ของยุค Fourth Industrial Revolution เหมือนที่ไฟฟ้า อินเทอร์เน็ต และสมาร์ทโฟนเคยเปลี่ยนโลกมาแล้ว คำถามสำคัญจึงไม่ใช่ว่าอุตสาหกรรมใดควรใช้ AI แต่เราจะทำอย่างไรให้ทุกคน ทุกองค์กร และทุกภาคส่วนสามารถใช้ AI เพื่อเพิ่ม Productivity ได้อย่างแท้จริง เพราะในโลกยุคใหม่ ความได้เปรียบจะไม่ได้อยู่ที่ว่าใครเข้าถึงเทคโนโลยีก่อน แต่อยู่ที่ว่าใครสามารถเปลี่ยนเทคโนโลยีให้กลายเป็นความสามารถในการแข่งขันได้เร็วกว่า” 

ศาสตราจารย์ ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม กล่าวว่า “การพาประเทศไทยหลุดพ้นจากกับดักรายได้ปานกลางต้องอาศัย 2 เรื่องสำคัญ คือ การวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยี (R&D) ควบคู่ไปกับการพัฒนาทุนมนุษย์ (Human Capital) เพื่อเตรียมความพร้อมแรงงานสู่อนาคต โดยเฉพาะในด้าน R&D นั้น ข้อมูลคือสิ่งที่มีความจำเป็นต่อการสร้าง Foundation Model ของ AI ประเทศไทยจะต้องมีอธิปไตยทางเทคโนโลยีของเราเอง เพื่อลดการพึ่งพาบริษัทเทคโนโลยีต่างชาติเพียงอย่างเดียว อย่างไรก็ตาม โลกในอนาคตไม่มีประเทศใดสามารถสร้างทุกอย่างได้ด้วยตัวเอง สิ่งสำคัญคือประเทศไทยต้องรู้ว่าเราเก่งอะไร ควรยืนอยู่ตรงไหนในห่วงโซ่คุณค่าของโลก และจะเชื่อมจุดแข็งของเรากับประเทศอื่นอย่างไร เราไม่จำเป็นต้องเป็นเจ้าของทุกเทคโนโลยี แต่ต้องมีองค์ความรู้และทรัพย์สินทางปัญญาที่เป็นของเราเอง พร้อมเปิดประเทศให้เกิดการร่วมสร้างนวัตกรรมกับคนเก่งจากทั่วโลก” 

ดร.กอบศักดิ์ ภูตระกูล กรรมการและรองผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “AI จะสร้างความเปลี่ยนแปลงได้จริงก็ต่อเมื่อถูกนำไปใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและยกระดับการตัดสินใจขององค์กร งานวิจัยของ MIT ชี้ว่า โครงการนำร่อง AI กว่า 95% ที่ไม่ประสบความสำเร็จในการสร้างผลตอบแทนทางธุรกิจให้กับองค์กร สาเหตุหลักมาจากองค์กรขาดชุดข้อมูลที่มีคุณภาพหรือยังไม่สามารถนำ AI เข้าไปอยู่ในกระบวนการตัดสินใจจริงได้ แล้วในขณะที่การแข่งขันของโลกรุนแรงขึ้นนั้น ธุรกิจไทยไม่สามารถใช้โครงสร้างต้นทุนและรูปแบบการผลิตแบบเดิมได้อีกต่อไป เราต้องเร่งนำ AI, Automation และ Robotics มาใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและรักษาขีดความสามารถในการแข่งขัน พร้อมเตรียมคนให้พร้อมสำหรับทักษะใหม่ เพราะในอนาคต ความได้เปรียบจะไม่ได้อยู่ที่ว่าใครมี AI แต่อยู่ที่ว่าใครสามารถใช้ AI ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากกว่า” 

ทั้งนี้ การเสวนา Thailand’s Momentum 2026 จัดขึ้นภายใต้แนวคิด Navigating a Fragmented World เพื่อร่วมค้นหาแนวทางการขับเคลื่อนประเทศไทยท่ามกลางระเบียบโลกใหม่ที่มีความซับซ้อนและท้าทายมากขึ้น ซึ่งจำเป็นต้องอาศัยการปฏิรูปเชิงโครงสร้าง การปรับตัวทางเทคโนโลยี และการรักษาสมดุลเชิงยุทธศาสตร์ เพื่อเสริมความยืดหยุ่นทางเศรษฐกิจและฟื้นฟูความเชื่อมั่นแก่นักลงทุน โดยเวทีนี้รวบรวมผู้กำหนดนโยบายและผู้นำจากภาครัฐและภาคเอกชนแนวหน้าของประเทศไทยมาร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองและวิสัยทัศน์อนาคตของประเทศในแต่ละมิติ ซึ่งเตรียมเปิดเวทีครั้งต่อไปในประเด็นด้านภูมิรัฐศาสตร์และด้านเศรษฐกิจ ตอกย้ำบทบาทของ FCCT ในฐานะเวทีแลกเปลี่ยนความคิดเห็นระดับนานาชาติที่รวมตัวผู้กำหนดทิศทางและทรงอิทธิพลที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศ

ที่มา: Bitkub Capital Group Holdings