ขณะที่ประสิทธิผลของมาตรการรัฐเป็นปัจจัยสำคัญต่อเศรษฐกิจไทยในระยะต่อไป

ความตึงเครียดในตะวันออกกลางเพิ่มความเสี่ยงเงินเฟ้อและอุปทานพลังงาน ขณะที่ประสิทธิผลของมาตรการรัฐเป็นปัจจัยสำคัญต่อเศรษฐกิจไทยในระยะต่อไป
โลก: การสู้รบระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน ทวีความรุนแรงขึ้นจนส่งผลกระทบต่อโครงสร้างพื้นฐานหลายแห่งในตะวันออกกลาง เช่น สะพาน สนามบิน โรงไฟฟ้าและโรงผลิตน้ำจืด ขณะเดียวกัน การที่อิหร่านกลับมาโจมตีเรือที่แล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซและกดดันกลุ่มฮูตีให้ปิดเส้นทางเดินเรือในทะเลแดง เพิ่มความเสี่ยงต่อการหยุดชะงักที่รุนแรงของอุปทานพลังงาน ส่งผลให้ราคาน้ำมันดีดตัวขึ้นกว่า 11% นับตั้งแต่ที่ทั้งสองฝ่ายลงนามข้อตกลงหยุดยิงชั่วคราว (MoU) เมื่อวันที่ 17 มิถุนายน ที่ผ่านมา
สหรัฐ: แม้เงินเฟ้อชะลอ แต่ความกังวลต่อแรงกดดันด้านราคายังมีอยู่ โดยอัตราเงินเฟ้อฝั่งผู้ผลิตและผู้บริโภคชะลอลงสู่ 5.5% และ 3.5% YoY ในเดือนมิถุนายน จาก 6.0% และ 4.2% ในเดือนพฤษภาคม ตามลำดับ ซึ่งการชะลอของเงินเฟ้อ ตลาดแรงงาน และค่าจ้าง สะท้อนว่าเฟดมีแนวโน้มคงดอกเบี้ยในปีนี้ อย่างไรก็ตาม ความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่กลับมารุนแรงขึ้น เพิ่มความไม่แน่นอนต่อแนวโน้มราคาพลังงานรวมทั้งทิศทางเศรษฐกิจและเงินเฟ้อ
จีน: เศรษฐกิจในไตรมาสที่ 2 โตต่ำสุดในรอบกว่า 3 ปีที่ 4.3% YoY เทียบกับ 5% ในไตรมาสแรก ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากวิกฤตพลังงาน ซึ่งซ้ำเติมการบริโภคและการลงทุนที่อ่อนแอเป็นทุนเดิม โดยยอดค้าปลีกสินค้าขยายตัวเพียง 1% ในเดือนมิถุนายน ขณะที่การลงทุนในสินทรัพย์ถาวรยังคงหดตัวที่ -5.7% ในช่วงครึ่งปีแรก ในระยะข้างหน้า คาดว่าการส่งออก โดยเฉพาะอิเล็กทรอนิกส์ จะช่วยพยุงการเติบโตต่อไปในจังหวะที่เครื่องยนต์ขับเคลื่อนทางเศรษฐกิจอื่นๆ ยังอ่อนแรง
ไทย: เศรษฐกิจไตรมาส 4 อาจได้แรงหนุนจากโครงการไทยเที่ยวไทยพลัส แต่อาจเผชิญ Payback Effect หลังสิ้นสุดมาตรการไทยช่วยไทยพลัส กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาเตรียมดำเนินโครงการไทยเที่ยวไทยพลัส ซึ่งเป็นมาตรการร่วมจ่าย (Co-payment) ในลักษณะเดียวกับโครงการเราเที่ยวด้วยกัน วงเงิน 1,750 ล้านบาท โดยภาครัฐจะสนับสนุนค่าใช้จ่ายด้านที่พักไม่เกิน 3,000 บาทต่อสิทธิ์ และร่วมรับภาระค่าใช้จ่ายในการท่องเที่ยวในสัดส่วน 50% ขณะที่ประชาชนรับผิดชอบ 50% โครงการดังกล่าวมีเป้าหมายกระตุ้นการท่องเที่ยวภายในประเทศท่ามกลางความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก โดยคาดว่าจะเปิดลงทะเบียนและเริ่มดำเนินการในช่วงไตรมาส 4 ปี 2569
วิจัยกรุงศรีประเมินว่าโครงการดังกล่าวจะช่วยพยุงการบริโภคและการท่องเที่ยวในประเทศในไตรมาส 4 ซึ่งเป็นช่วงที่อาจเผชิญผลกระทบจาก Payback Effect ภายหลังสิ้นสุดมาตรการไทยช่วยไทยพลัสในช่วงสิ้นเดือนกันยายน อย่างไรก็ตาม ผลต่อเศรษฐกิจคาดว่าจะเป็นแรงหนุนในระยะสั้นเท่านั้น อีกทั้งยังขึ้นอยู่กับขนาดหรือวงเงิน เงื่อนไขในการเข้าร่วมและรายละเอียดอื่นๆ ของโครงการ ขณะที่เศรษฐกิจไทยในช่วงที่เหลือของปียังเผชิญความเสี่ยงจากความตึงเครียดในตะวันออกกลาง ความไม่แน่นอนของนโยบายภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ และความเสี่ยงจากภาวะเอลนีโญ (El Niño) แม้ภาครัฐจะมีแผนลงทุนผ่านโครงการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศภายใต้กรอบวงเงิน 2 แสนล้านบาท (ดังตาราง) แต่ยังต้องติดตามรายละเอียดของโครงการ ความรวดเร็วในการเบิกจ่าย และสัดส่วนการใช้วัตถุดิบหรือสินค้านำเข้า ซึ่งอาจส่งผลต่อการลงทุน การจ้างงาน และการขยายตัวของเศรษฐกิจไทยในระยะต่อไป
