EXIM BANK สนับสนุนศรีไทยซุปเปอร์แวร์ 220 ล้านบาท ปรับปรุงเครื่องจักรและโรงงานผลิต เพื่อยกระดับธุรกิจให้แข่งขันได้ในตลาดการค้าโลกยุค Next Normal

ดร.รักษ์ วรกิจโภคาทร กรรมการผู้จัดการ ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (EXIM BANK) และนายไชยวัฒน์ กุลภัทรวาณิชย์ กรรมการ บริษัท ศรีไทยซุปเปอร์แวร์ จำกัด (มหาชน) (SITHAI) ร่วมลงนามในสัญญาสนับสนุนทางการเงินของ EXIM BANK จำนวน 220 ล้านบาท เพื่อให้ SITHAI นำไปใช้ปรับปรุงเครื่องจักรและโรงงาน เพิ่มประสิทธิภาพการผลิต และยกระดับธุรกิจให้แข่งขันได้ในตลาดโลกการค้ายุคใหม่ โดยมีนายสนั่น อังอุบลกุล ประธานกรรมการ SITHAI และ ดร.ดามพ์ สุคนธทรัพย์ ประธานกรรมการบริหาร EXIM BANK ร่วมเป็นสักขีพยาน ณ EXIM BANK สำนักงานใหญ่ เมื่อวันที่ 3 ตุลาคม 2565

กรรมการผู้จัดการ EXIM BANK กล่าวว่า EXIM BANK สนับสนุนสินเชื่อระยะยาวอัตราดอกเบี้ยพิเศษให้แก่ SITHAI ในครั้งนี้ เพื่อกระตุ้นให้อุตสาหกรรมไทยที่มีศักยภาพกลับมาเดินเครื่องการผลิตและส่งออกได้มากขึ้น โดยเฉพาะอุตสาหกรรมพลาสติกของไทยที่มีจุดแข็งของการมีอุตสาหกรรมต้นน้ำและ Supply Chain ภายในประเทศที่แข็งแกร่ง ทำให้ไทยเป็นผู้นำของอุตสาหกรรมพลาสติกในอาเซียน สร้างรายได้ให้แก่ประเทศได้ปีละกว่า 4,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ช่วยให้ผู้ประกอบการไทยรายย่อย รายกลาง และรายใหญ่ ตลอดทั้ง Supply Chain สามารถปรับตัวรับโอกาสใหม่ ๆ ทางธุรกิจได้ในตลาดโลกที่กำลังฟื้นตัวจากโควิด-19 ท่ามกลางความท้าทายของเศรษฐกิจโลก อาทิ ภาวะดอกเบี้ยขาขึ้น ราคาน้ำมันสูงที่ส่งผลกระทบต่อต้นทุนการผลิตและขนส่ง ด้วยเครื่องจักรและเทคโนโลยีการผลิตที่ทันสมัย มีความพร้อมด้านอาคารโรงงาน กระบวนการผลิต และระบบการทำงานต่าง ๆ ตลอดจนนวัตกรรมและระบบ Automation เพื่อลดขั้นตอนการทำงาน ต้นทุนการผลิต และปัจจัยเสี่ยงด้านแรงงาน สามารถเพิ่มมูลค่าของสินค้าและบริการที่ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคในโลกการค้ายุค Next Normal ได้

“EXIM BANK พร้อมเป็นที่ปรึกษา ให้ข้อมูลความรู้ และเครื่องมือทางการเงินเพื่อสนับสนุนให้ผู้ประกอบการไทยกล้าเริ่มต้นหรือขยายธุรกิจไปตลาดโลกมากขึ้น สามารถปรับตัวรับมือการเปลี่ยนแปลง และมีความพร้อมที่จะเข้าถึงโอกาสใหม่ ๆ ทางธุรกิจ โดยมี EXIM BANK และหน่วยงานพันธมิตรทั้งจากภาครัฐและภาคเอกชนสนับสนุนเครื่องมือบริหารจัดการความเสี่ยงในการดำเนินธุรกิจระหว่างประเทศ ผู้ประกอบการไทยสามารถมุ่งเป้าหมายไปที่การพัฒนาหรือปรับปรุงการผลิต ยกระดับนวัตกรรมของสินค้าและบริการ และทำการตลาดได้อย่างประสบความสำเร็จ เพื่อให้ได้ลูกค้ามากขึ้นและแข่งขันได้อย่างยั่งยืนในระดับสากล สร้างการเติบโตร่วมกันตลอด Supply Chain เชื่อมโยงกับ Stakeholders ทุกภาคส่วนอย่างยั่งยืน” ดร.รักษ์ กล่าว

ที่มา: ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย