24CS พร้อมลั่นระฆังเทรดใน mai 3 ต.ค.นี้ ชูหุ้นรับเหมาฯ Backlog แน่น หนุนงบโตกระโดด

24CS พร้อมเทรดวันแรกใน mai 3 ตุลาคม 65 มั่นใจนักลงทุนต้อนรับคึกคัก ชูจุดเด่นมี Backlog ในมือราว 1,168 ล้านบาท แย้มครึ่งปีหลังงบยังพีคได้อีก หลังครึ่งแรกรายได้โต 124% กำไรโต 434% รับไฮซีซั่นธุรกิจ เร่งส่งมอบงานในช่วงโค้งสุดท้ายของปี ด้านเงินระดมทุนใช้เสริมศักยภาพการรับงานบิ๊กโปรเจกต์ ดันผลงานโตก้าวกระโดด

นายยศวีย์ วัฒนธีระกิจจา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เทเวนตี้ โฟ คอน แอนด์ ซัพพลาย จำกัด (มหาชน) หรือ 24CS กล่าวว่า บริษัทฯ พร้อมเข้าซื้อขายวันแรกในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) ในวันที่ 3 ตุลาคม 2565 นี้ โดยใช้ชื่อย่อ “24CS” ในการซื้อขายหลักทรัพย์ เป็นอีกก้าวสำคัญสู่ความยั่งยืน และมั่นใจว่าเงินที่ได้จากการระดมทุนจะสนับสนุนโอกาสในการเดินหน้าประมูลงานใหม่ๆ ในโครงการที่มีมูลค่าสูงได้มากขึ้น

เงินที่ได้จากการระดมทุนจำนวนประมาณ 422 ล้านบาท (หลังหักค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้อง) นำไปใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนในการดำเนินธุรกิจปกติของบริษัท ภายในปี 2565-2566 เพื่อรองรับงานที่สเกลใหญ่ขึ้นทั้งในด้านจำนวนโครงการและมูลค่าโครงการ

สำหรับแนวโน้มครึ่งปีหลังคาดว่าจะเติบโตกว่าครึ่งปีแรก เนื่องจากเป็นช่วงไฮซีซั่นของธุรกิจที่จะมีการเร่งส่งมอบงาน หากเป็นไปตามแผนงานที่วางไว้ ขณะที่ทิศทางต้นทุนก่อสร้างที่ลดลงจากราคาสินค้าโภคภัณฑ์ สนับสนุนให้ผลงานปีนี้เติบโตอย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจากครึ่งปีแรกรายได้โตเกือบ 124% แล้ว สะท้อนความเชื่อมั่นการเติบโตของ 24CS โดยปัจจุบันบริษัทฯมีมูลค่างานในมือราว 1,168 ล้านบาท โดยในปี 2566 คาดจะเติบโตจากงานในมือ และแผนการประมูลงานใหม่ ด้วยฐานทุนที่แข็งแรงขึ้น สนับสนุนความสามารถในการสร้างรายได้ และกำไร ซึ่งเชื่อว่า 24CS จะเป็นอีกหุ้นที่กำลังเติบโต และสร้างผลตอบแทนให้กับผู้ถือหุ้นได้อย่างสม่ำเสมอ

นายกิตติชัย นาคะประเสริฐกุล รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส ฝ่ายวาณิชธนกิจ3 บริษัทหลักทรัพย์ ยูโอบี เคย์เฮียน (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงิน เปิดเผยว่า 24CS จะเป็นหุ้นน้องใหม่ที่สามารถสร้างผลตอบแทนที่น่าพอใจให้กับนักลงทุนได้ เนื่องจากมีปัจจัยพื้นฐานที่แข็งแกร่ง โดยเป็นผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางที่คร่ำหวอดในวงการมานานกว่า 10 ปี ถือว่าเป็นบริษัทรับเหมาที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะทางในการให้บริการงานรับเหมาติดตั้งงานระบบปรับอากาศและควบคุมสภาพแวดล้อมภายใน การให้บริการรับเหมาติดตั้งงานระบบไฟฟ้าและการสื่อสาร การให้บริการรับเหมาติดตั้งงานระบบสุขาภิบาลและระบบป้องกันอัคคีภัย และการให้บริการงานรับเหมาติดตั้งงานฉนวนกันเสียง

โดยให้บริการตั้งแต่การวางแผนงาน การควบคุมดูแลการก่อสร้าง และการจัดหาวัสดุอุปกรณ์ โดยมีทีมวิศวกรซึ่งมีความชำนาญ ทำหน้าที่ควบคุมและตรวจสอบการปฏิบัติงานอย่างใกล้ชิด เพื่อให้การก่อสร้างเป็นไปด้วยความถูกต้อง มีคุณภาพ และสามารถส่งมอบได้ตามเงื่อนไขของสัญญา

ปัจจุบัน 24CS มีลูกค้าชั้นนำกระจายอยู่ในหลายอุตสาหกรรม รวมทั้งมีการบริหารจัดการควบคุมต้นทุนได้ดี ตลอดจน ทีมงานวิศวกรที่มากด้วยประสบการณ์ จะสนับสนุนโอกาสภายหลังจากการระดมทุนในครั้งนี้ ทำให้บริษัทฯ มีศักยภาพในการแข่งขันสูงขึ้น สามารถรองรับการเข้าประมูลงานโครงการขนาดใหญ่ ขณะที่ อัตราค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารต่อยอดขายที่อาจดีขึ้นจากการประหยัดต่อขนาดรายได้ ตามการเพิ่มขึ้นของฐานรายได้จากงานโครงการ ซึ่งจะช่วยสนับสนุนความสามารถในการสร้างรายได้และกำไรในอนาคตให้เติบโตอย่างมีนัยสำคัญ

นายชนะชัย จุลจิราภรณ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์ เอเชีย เวลท์ จำกัด ในฐานะแกนนำการจัดจำหน่าย เปิดเผยว่า มั่นใจเมื่อหุ้น 24CS เข้าซื้อขายในวันที่ 3 ตุลาคมนี้ จะได้รับการตอบรับจากนักลงทุนอย่างคึกคัก เนื่องจากช่วงที่เปิดเสนอขายหุ้นในช่วงที่ผ่านมา กระแสความต้องการหุ้น 24CS มีมากกว่าจำนวนที่จัดสรร โดยจากความต้องการที่ล้นหลามครั้งนี้ นอกเหนือจากปัจจัยพื้นฐานที่แข็งแกร่งของ 24CS แล้ว การกำหนดราคาเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนให้แก่ประชาชนทั่วไปครั้งแรก (IPO) จำนวน 130 ล้านหุ้น ในราคาหุ้นละ 3.40 บาท คิดเป็น P/E ราว 40 เท่า ถือว่าเป็นระดับที่น่าสนใจเมื่อเทียบกับ P/E ของกลุ่มบริษัทในอุตสาหกรรม ซึ่งยังไม่นับรวมโอกาสหลังจากระดมทุน สร้างความสนใจให้นักลงทุนที่กำลังมองหาหุ้นเติบโตรับเศรษฐกิจฟื้นตัวในอัตราเร่ง

ด้านผลการดำเนินงานของ 24CS ที่มีความสามารถในการทำกำไรอยู่ในระดับที่ดีเมื่อเทียบกับอุตสาหกรรม โดยในงวด 6 เดือนแรกของปี 2565 บริษัทฯ มีรายได้รวมอยู่ที่ 406.78 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 123.67% มีกำไรสุทธิอยู่ที่ 11.91 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 433.94% จากงวดเดียวกันของปีก่อน กำไรสุทธิที่เติบโตอย่างโดดเด่น มีสาเหตุมาจากการเติบโตด้านรายได้ของธุรกิจรับเหมาก่อสร้างที่สูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในปี 2564 เป็นผลโดยตรงจากการที่บริษัทเพิ่มทุนจดทะเบียนจาก 25 ล้านบาท เป็น 150 ล้านบาท

ที่มา: ไออาร์ พลัส