พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ตอกย้ำผู้นำ “Property Management ระดับพรีเมียม” ครองส่วนแบ่ง 1 ใน 3 ตลาดลักซ์ชัวรีในกรุงเทพฯ

ชูมาตรฐานบริการระดับสากล ดันธุรกิจโตกว่า 10% ต่อเนื่องทุกปี

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ผู้นำธุรกิจบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์และการอยู่อาศัยครบวงจร ในเครือแสนสิริ เปิดเผยข้อมูลการบริหารอาคารชุดระดับพรีเมียมที่มีราคาขายมากกว่า 250,000 บาทต่อตารางเมตร ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ซึ่งบริษัทครองส่วนแบ่งทางการตลาดในกลุ่มนี้อยู่ที่ 36% หรือคิดเป็นสัดส่วนกว่า 1 ใน 3 ของตลาด สะท้อนถึงความไว้วางใจจากลูกค้าระดับพรีเมียมได้เป็นอย่างดี

นางสาวนฤมล อาภรณ์ธนกุล รองกรรมการผู้จัดการสายงานบริหารอาคาร บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด กล่าวว่า “พลัส พร็อพเพอร์ตี้ มีประสบการณ์ในธุรกิจบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์มากว่า 30 ปี ดูแลพื้นที่รวมกว่า 40 ล้านตารางเมตรทั่วประเทศ มุ่งเน้นการให้บริการระดับสากลผ่านการนำระบบ ISO มาใช้ในทุกโครงการ และยังมีจุดเด่นในการออกแบบบริการระดับพรีเมียมที่เหมาะสมกับแต่ละโครงการ ควบคู่ไปกับการพัฒนาบุคลากรผ่าน Plus Eduplex สถาบันฝึกอบรมที่ช่วยยกระดับทักษะ และความเชี่ยวชาญของพนักงาน พร้อมวางเส้นทางการเติบโตในสายอาชีพ ตำแหน่งงาน และค่าตอบแทนที่สอดคล้องกัน เพื่อรักษาบุคลากรคุณภาพที่พร้อมส่งมอบบริการที่ได้มาตรฐานอย่างต่อเนื่อง”

อย่างไรก็ตาม การรักษาคุณภาพบริการให้ได้มาตรฐาน และงานดูแลรักษาระบบต่าง ๆ ของโครงการ ย่อมหมายรวมถึงค่าใช้จ่ายที่ทำให้ต้นทุนในการบริหารจัดการปรับตัวสูงขึ้นทุกปี ในส่วนนี้ต้องอาศัยความเข้าใจของผู้ว่าจ้าง ในการจัดเก็บอัตราค่าส่วนกลางที่เหมาะสม เพื่อให้ผู้พักอาศัยได้รับบริการที่พึงพอใจ แม้ว่าทุกวันนี้ธุรกิจบริหารอาคารจะเติบโตอย่างต่อเนื่อง แต่ก็ยังพบว่ามีการบริหารจัดการที่ไม่เป็นมืออาชีพ และความไม่เข้าใจของผู้อยู่อาศัยในเรื่องค่าใช้จ่ายส่วนกลางที่สูงขึ้น ทำให้คุณภาพการบริหารจัดการ และการบริการที่ได้รับสวนทางกับความต้องการ

ในปัจจุบันตลาดมีผู้เชี่ยวชาญและเป็นมืออาชีพค่อนข้างจำกัด การจะสร้างทีมงานที่มีความรู้และประสบการณ์ รวมถึงความเข้าใจระบบงานที่ได้มาตรฐานก็เป็นเรื่องที่ทำได้ไม่ง่าย และต้องอาศัยประสบการณ์ ทำให้ พลัส พร็อพเพอร์ตี้ เป็นตัวเลือกแรก ๆ ที่ลูกค้าเชื่อมั่น โดยเฉพาะในตลาดโครงการระดับพรีเมียม

ทั้งนี้ จากการมุ่งเจาะตลาดกลุ่มโครงการพรีเมียมมาอย่างต่อเนื่องของพลัส พร็อพเพอร์ตี้ ส่งผลให้ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา รายได้เติบโตเฉลี่ยปีละ 10% จาก 1,400 ล้านบาท เพิ่มขึ้นสู่ 2,000 ล้านบาท และมีแนวโน้มเติบโตสูงขึ้น

ตอกย้ำบทบาทที่แข็งแกร่งและความเชื่อมั่นจากลูกค้า โดยมีตัวอย่างโครงการระดับพรีเมียมที่ไว้วางใจ เช่น 98 Wireless, The Monument Thonglor, KHUN by YOO, Athenee Residence, The River, The Bangkok Sathorn, The Met, Millennium Residence, AESTIQ, Ashton Asoke, THE CROWN Residences, THE ESSE 36 ตลอดจนขยายไปยังโครงการประเภท Branded Residence อย่าง The Standard หัวหิน และภูเก็ต

พร้อมกันนี้ ยังการันตีคุณภาพการบริการด้วยรางวัลระดับประเทศและนานาชาติ อาทิ Best Property Management จาก Dot Property South East Asia และ Best Luxury Property Management จาก LivingInsider Awards

“เราไม่ได้มุ่งแข่งขันด้วยราคาเป็นหลัก แต่มุ่งมั่นสร้างคุณภาพและมาตรฐานการให้บริการ ดังนั้น สำหรับผู้ว่าจ้างที่มองหาผู้เชี่ยวชาญในการดูแลโครงการระดับพรีเมียม และการดูแลการอยู่อาศัยอย่างครบวงจร พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จึงเป็นบริษัทที่ตอบโจทย์ด้วยความเป็นมืออาชีพและประสบการณ์ที่แข็งแกร่ง”

นอกเหนือจากนี้ ตลาดยังมีความท้าทายจากการขาดแคลนแรงงาน เนื่องจากการเพิ่มขึ้นของโครงการอยู่อาศัย ในส่วนนี้ พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จึงได้นำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยเสริมประสิทธิภาพ เช่น LIV-24 ระบบ AI อัจฉริยะที่ช่วยดูแลด้านความปลอดภัย และ Kuhu Application ตัวช่วยด้านการอยู่อาศัยสำหรับลูกบ้าน ซึ่งช่วยให้บริหารจัดการกำลังคนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ลดการพึ่งพาแรงงาน ตลอดจนเพิ่มความรวดเร็วและแม่นยำในการทำงานมากยิ่งขึ้น

“พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ยังคงโฟกัสตลาดพรีเมียมอย่างต่อเนื่องทั้งในกรุงเทพฯ และหัวเมืองท่องเที่ยว โดยมองว่าเกมการแข่งขันจะโดดเด่นไปที่คุณภาพบริการ ซึ่งการบริหารจัดการอย่างมืออาชีพจะเป็นหัวใจสำคัญในการรักษาและเพิ่มมูลค่าให้กับอสังหาริมทรัพย์ในระยะยาวได้”

ที่มา: พลัส พร็อพเพอร์ตี้