อว. เดินหน้า TNA ฉบับใหม่ ขับเคลื่อนเทคโนโลยีเร่งลดก๊าซเรือนกระจกของไทย

อว. เดินหน้า TNA ฉบับใหม่ ขับเคลื่อนเทคโนโลยีเร่งลดก๊าซเรือนกระจกของไทยมุ่งเปลี่ยน “ความต้องการเทคโนโลยี” สู่การลงทุน การถ่ายทอดเทคโนโลยี และการใช้งานจริง เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำอย่างเป็นรูปธรรม

ที่โรงแรม เดอะ สุโกศล กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 29 มิถุนายน 2569 กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดยสำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ (สอวช.) จัดประชุม Technology Needs Assessment (TNA) ว่าด้วยนโยบายและกลไกการขับเคลื่อนเทคโนโลยีเพื่อเร่งลดก๊าซเรือนกระจกของประเทศไทย เพื่อหารือแนวนโยบายและกลไกขับเคลื่อนเทคโนโลยีด้านสภาพภูมิอากาศ โดยมี ศาสตราจารย์ ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวง อว. เป็นประธานเปิดงาน

ดร.สุรชัย สถิตคุณารัตน์ ผู้อำนวยการ สอวช. และผู้ประสานงานโครงการ TNA ของประเทศไทย กล่าวว่า โครงการ Thailand TNA ฉบับที่ 2 ได้รับการสนับสนุนจากกองทุนสิ่งแวดล้อมโลก (GEF) มีเป้าหมายประเมินและจัดลำดับความสำคัญของเทคโนโลยีที่จำเป็นต่อการรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ พร้อมผลักดันให้ผลการประเมินเชื่อมโยงสู่กลไกนโยบาย การลงทุน และการนำไปใช้จริง โดยเปิดเวทีให้ทุกภาคส่วนร่วมแลกเปลี่ยนข้อเสนอในการขับเคลื่อนเทคโนโลยีของประเทศ

ศาสตราจารย์ ดร.ยศชนัน กล่าวปาฐกถาพิเศษหัวข้อ “สร้างอนาคตใหม่ของประเทศไทย: จาก Technology Needs Assessment สู่การเปลี่ยนผ่านที่ยั่งยืนและแข่งขันได้ในเวทีโลก” โดยระบุว่า การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเป็นความท้าทายในปัจจุบันที่ส่งผลกระทบต่อพลังงาน เกษตร น้ำ เมือง สุขภาพ ความมั่นคงของมนุษย์ และขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ ไทยจึงต้องมีเทคโนโลยีที่ใช้ได้จริง ขยายผลได้ และสามารถลงทุนได้จริง

รัฐมนตรีว่าการกระทรวง อว. กล่าวว่า กระทรวง อว. มีบทบาททำให้งานวิจัย วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม เป็นคำตอบของประเทศ โดยเฉพาะด้านพลังงานสีเขียว เกษตรอัจฉริยะ เทคโนโลยีข้อมูล การรับมือภัยพิบัติ และการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ ซึ่งต้องพัฒนาตลอดห่วงโซ่มูลค่า ตั้งแต่การผลิต วัตถุดิบ พลังงาน โลจิสติกส์ มาตรฐาน การตรวจวัด ไปจนถึงการเข้าถึงตลาด

โครงการ TNA เป็นกลไกภายใต้กรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เพื่อสนับสนุนประเทศกำลังพัฒนาในการคัดเลือกและจัดลำดับเทคโนโลยีที่จำเป็น ทั้งด้านการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

สำหรับประเทศไทย TNA ฉบับที่ 2 ดำเนินการในช่วงปี 2568-2570 ภายใต้การสนับสนุนของ GEF โดยมี สอวช. เป็นหน่วยประสานงานของประเทศ และทำหน้าที่เชื่อมโยงกับกลไกการถ่ายทอดเทคโนโลยีภายใต้กรอบ UNFCCC

TNA ฉบับใหม่นี้ยกระดับจากการประเมินเชิงเทคนิค สู่การเป็นเครื่องมือเชิงยุทธศาสตร์ด้านเทคโนโลยี นโยบาย และการลงทุน โดยเชื่อมโยงกับเป้าหมายสำคัญของประเทศ ได้แก่ NDC 3.0, แผนการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศแห่งชาติ (NAP) และ ยุทธศาสตร์การพัฒนาแบบปล่อยก๊าซเรือนกระจกต่ำระยะยาว (LT-LEDS) รวมทั้งเชื่อมโยงกับแหล่งทุน ความร่วมมือระหว่างประเทศ ภาคเอกชน และตลาดคาร์บอน เพื่อผลักดันให้เทคโนโลยีที่ได้รับการจัดลำดับความสำคัญเกิดการลงทุนและใช้งานจริง

ประเทศไทยกำหนดภาคส่วนยุทธศาสตร์ 4 ด้าน ได้แก่ พลังงาน และ เกษตร ในมิติการลดก๊าซเรือนกระจก และ การจัดการทรัพยากรน้ำ กับ การตั้งถิ่นฐานและความมั่นคงของมนุษย์ ในมิติการปรับตัว โดยใช้กระบวนการคัดเลือกจากบัญชีเทคโนโลยีเบื้องต้นสู่บัญชีเทคโนโลยีที่มีศักยภาพ ผ่านการประเมินผลกระทบ ความพร้อม และความเหมาะสมกับบริบทประเทศไทย

เทคโนโลยีที่ได้รับการคัดเลือกเบื้องต้น ได้แก่ ด้านพลังงาน เช่น โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดเล็ก เชื้อเพลิงการบินยั่งยืน เทคโนโลยีดักจับและกักเก็บคาร์บอน และการใช้พลังงานแสงอาทิตย์ ด้านเกษตร เช่น อาหารเสริมลดก๊าซมีเทนในสัตว์เคี้ยวเอื้อง ข้าวตัดแต่งยีน สารลดการปล่อยก๊าซจากปุ๋ย และระบบเซ็นเซอร์ตรวจวัดผลผลิตและดิน ด้านเมืองและความมั่นคงของมนุษย์ เช่น แพลตฟอร์มประเมินความเสี่ยงสภาพภูมิอากาศ วัสดุลดความร้อนอาคาร แบบจำลองสภาพภูมิอากาศ และระบบพลังงานสำรองรับมือภัยพิบัติ ส่วนด้านการจัดการน้ำ ได้แก่ ระบบกักเก็บน้ำใต้ดิน ระบบเติมน้ำลงชั้นน้ำใต้ดิน ระบบติดตามคุณภาพน้ำแบบเรียลไทม์ และแบบจำลองอัจฉริยะเพื่อพยากรณ์และบริหารจัดการน้ำ

ศาสตราจารย์ ดร.ยศชนัน กล่าวว่า ผลลัพธ์ของ TNA ต้องไม่หยุดเพียงการจัดลำดับเทคโนโลยี แต่ต้องต่อยอดสู่การวิเคราะห์อุปสรรค การจัดทำแผนปฏิบัติการเทคโนโลยี (TAPs) การพัฒนาโครงการ การระดมทุน และการผลักดันสู่การวิจัย พัฒนา ทดสอบ สาธิต และใช้งานจริง

พร้อมมอบนโยบายให้ สอวช. และหน่วยงานในระบบ อววน. นำผล TNA ไปจัดทำเป็นข้อเสนอเชิงนโยบายประกอบการตัดสินใจของรัฐบาล เชื่อมโยงกับระบบทุนวิจัยและนวัตกรรมของประเทศ และพิจารณาจัดตั้ง Climate Technology Sandbox เพื่อเร่งการทดสอบและใช้งานเทคโนโลยีในภาคพลังงาน เกษตร น้ำ เมือง และการรับมือภัยพิบัติ

ภายในงานยังมีการนำเสนอผลการดำเนินงาน Thailand TNA ฉบับที่ 2 โดย รศ.วงกต วงศ์อภัย รองผู้อำนวยการ สอวช. และการบรรยายเรื่องการบูรณาการผล TNA สู่การขับเคลื่อนเชิงนโยบาย โดย นายศิวัช แก้วเจริญ ผู้อำนวยการกองขับเคลื่อนการลดก๊าซเรือนกระจก กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม เพื่อเชื่อมโยงผลการคัดเลือกเทคโนโลยีสู่มาตรการ นโยบาย แผนการลงทุน และกลไกสนับสนุนที่เป็นรูปธรรม

นอกจากนี้ ยังมีเวทีเสวนา “Turning TNA into Impact: Financing, Policy & Technology Pathways for Thailand” โดยผู้แทนจากภาครัฐ ภาควิชาการ แหล่งทุน และองค์กรระหว่างประเทศ ร่วมแลกเปลี่ยนแนวทางผลักดันเทคโนโลยีด้านสภาพภูมิอากาศของไทยจากระดับนโยบายสู่การลงทุนและการใช้ประโยชน์จริง

ที่มา: ตามรอยพ่อ 2559