ยกระดับนิสิตสู่ Future Marketers ผสานพลัง AI ขยายผลนวัตกรรมการตลาดสู่วิสาหกิจชุมชนทั่วไทย

ภาควิชาการตลาด Chulalongkorn Business School จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (CBS) ร่วมกับ บริษัท ฮาคูโฮโด อินเตอร์เนชั่นแนล (ไทยแลนด์) จำกัด (HIT) แถลงความสำเร็จปิดโครงการความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ HIT Program ปีที่ 3 ภายใต้แนวคิด “Human x AI: The Future Marketer Challenge” มุ่งเน้นการบ่มเพาะ นักการตลาดรุ่นใหม่ให้มีทักษะระดับสากล ผ่านการทำงานจริง (Real Knowledge, Ready to Work) โดยนำเทคโนโลยี ปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาประยุกต์ใช้เพื่อสร้างสรรค์โซลูชันทางการตลาดที่ ตอบโจทย์วิสาหกิจชุมชน SME ใน 6 จังหวัดทั่วประเทศ
โครงการในปีนี้ถือเป็นหมุดหมายสำคัญของการยกระดับความร่วมมือระหว่างภาคการศึกษาและภาคอุตสาหกรรมโฆษณาระดับโลก โดยหลักสูตรได้ถูกออกแบบให้มีความเข้มข้นในรูปแบบ Agency Bootcamp ซึ่งนิสิตจะต้องเผชิญกับโจทย์จริงจากสังคม และใช้เครื่องมือ Marketing AI Tools เข้ามาช่วยในทุกกระบวนการ ตั้งแต่การวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึก การวางกลยุทธ์ ตลอดจนการผลิต สื่อสร้างสรรค์ เพื่อให้สอดรับกับการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคเศรษฐกิจดิจิทัลอย่างสมบูรณ์
รศ. ดร.ธารทัศน์ โมกขมรรคกุล คณบดีคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์ มหาวิทยาลัย เปิดเผยว่า “ความร่วมมือต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 กับ ฮาคูโฮโด ถือเป็นพันธกิจสำคัญของ CBS ในการสร้างสรรค์นวัตกรรมการศึกษาที่ก้าวล่วงขีดจำกัดของห้องเรียน การที่นิสิตได้นำองค์ ความรู้ด้าน AI มาประยุกต์ใช้โดยยังคงยึดถือพื้นฐานความเป็นมนุษย์เป็นศูนย์กลาง ไม่เพียงแต่ช่วย สร้างความได้เปรียบทางการแข่งขันในระดับสากล แต่ยังเป็นการปลูกฝังจิตสำนึกในการนำ เทคโนโลยีมาสร้างคุณค่าให้ชุมชนและสังคมของไทย”
ในปีนี้ มีวิสาหกิจชุมชน 6 แห่งจาก 6 จังหวัด ที่ได้รับคัดเลือกให้เป็นโจทย์หลักในการพัฒนาแผน การตลาด ซึ่งนิสิตทั้ง 6 ทีมได้ลงพื้นที่ศึกษาอินไซต์และพัฒนาแคมเปญจริง ได้แก่:
- จังหวัดปทุมธานี (ชุมชนลำไทรพัฒนา): ผลิตภัณฑ์ปลาดุกแปรรูป
- จังหวัดลำพูน (ชุมชนบ้านโฮ่ง): ผลิตภัณฑ์ผลไม้แปรรูป
- จังหวัดระยอง (ชุมชนเกาะกก): ผลิตภัณฑ์จากสมุนไพรและข้าว
- จังหวัดศรีสะเกษ (ชุมชนผักไหม): ผลิตภัณฑ์ข้าวแปรรูป
- จังหวัดเพชรบุรี (ชุมชนศูนย์ข้าวไร่มะขาม): ผลิตภัณฑ์ข้าวพื้นถิ่น
- จังหวัดระนอง (ชุมชนแปลงใหญ่กาแฟ): ผลิตภัณฑ์กาแฟ
คุณชุติมา วิริยะมหากุล ผู้อำนวยการบริหารแผนกวางแผนกลยุทธ์ บริษัท ฮาคูโฮโด อินเตอร์เนชั่นแนล (ไทยแลนด์) จำกัด กล่าวว่า “ในยุคที่โลกของเราเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว AI กลายเป็นเครื่องมือที่บริษัทให้ความสำคัญ 95% ของผู้เชี่ยวชาญมีการใช้ AI แล้วในบางรูปแบบ โดย 45% วางแผนลงทุนเพิ่มงบในเครื่องมือ AI สำหรับการตลาด ซึ่งจากงานวิจัย นักการตลาดปัจจุบันมีปัญหาสำคัญในการใช้ AI เพื่อความแตกต่าง ให้กับสินค้าและองค์กร ดังนั้น หัวใจสำคัญไม่ใช่แค่ใช้ AI ให้เป็น แต่คือการใช้ AI อย่างมีกลยุทธ์ ควบคู่กับความเข้าใจผู้บริโภคและวิจารณญาณของมนุษย์”
คุณ Ryusuke Mike Aoki กรรมการผู้จัดการ สถาบันวิจัยความเป็นอยู่ ฮาคูโฮโด อาเซียน กล่าวเสริม “ฮาคูโฮโดมุ่งมั่นที่จะส่งต่อปรัชญา ‘Sei-Katsu-Sha’ หรือการมองคนให้มากกว่าแค่ผู้บริโภค แต่คือผู้คนที่มีวิถีชีวิต ความคิด และความฝัน ในปัจจุบัน AI กลายเป็นเครื่องมือพื้นฐานที่ทุกคนเข้าถึงได้ ทำให้ผลลัพธ์มีแนวโน้มคล้ายกันมากขึ้น จนแผนการตลาดขาดความแตกต่าง ด้วยเหตุนี้ ‘ความคิดสร้างสรรค์’ จึงยิ่งมีความสำคัญ ทั้งในแง่การตั้งคำถามที่ใช่ และการค้นหาอินไซต์ที่ลึกและไม่ซ้ำใคร ในปีนี้เราเห็นนิสิตนำ AI มาผสานกับแนวคิด ‘Virtual Sei-Katsu-Sha’ (VSKS) ซึ่งเป็นเครื่องมือช่วยขยายขอบเขตความคิดสร้างสรรค์และยกระดับการวิเคราะห์ให้ลึกและตรงโจทย์มากขึ้น โดยยังคงความเข้าใจในผู้คนและสังคม เราเชื่อมั่นว่าประสบการณ์ครั้งนี้จะเป็นรากฐานสำคัญให้พวกเขาก้าวสู่การเป็นนักการตลาดที่มีทั้งความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยี และความเข้าใจในผู้คนอย่างแท้จริง”
ผศ.ดร.เอกก์ ภทรธนกุล หัวหน้าภาควิชาการตลาด Chulalongkorn Business School ระบุถึงผลสำเร็จเชิงรูปธรรมว่า “โครงการนี้คือนิยามของคำว่า Real Knowledge อย่างแท้จริง นิสิต ได้ฝึกฝนผ่านกระบวนการแบบ Full Funnel ตั้งแต่การใช้ AI เจาะลึก อินไซต์ (Ask), การวางกลยุทธ์ ที่แม่นยำ (Draw), การสร้างสรรค์แคมเปญ (Build) ไปจนถึงการวัดผล ที่มีประสิทธิภาพ (Measure) โดยผลงานโครงการที่นิสิตได้ทำนั้นจะได้รับ การสนับสนุนเพื่อนำไป ต่อยอดใช้จริงกับวิสาหกิจชุมชน นั้น ๆ ซึ่งถือเป็นการปิดจบโปรเจกต์ ที่สร้างอิมแพคอย่างเป็น รูปธรรมให้กับเศรษฐกิจชุมชนและ สังคมไทยอย่างยั่งยืน”
ซึ่งผลลัพธ์ของโครงการนี้สะท้อนมุมมองการตลาดสำหรับวิสาหกิจชุมชน ผ่านนักการตลาดรุ่นใหม่ที่ทำงานร่วมกับชุมชนไทย โดยมีตัวอย่างจาก 3 ทีมผู้ชนะ ดังนี้
ทีมชนะอันดับที่ 1 โจทย์ปลาดุกแปรรูป จากวิสาหกิจชุมชนลำไทรพัฒนา จังหวัดปทุมธานี
จากปลาดุกธรรมดา เพิ่มมูลค่าสู่ขนมปลาดุกแผ่นอบกรอบโปรตีนสูง ผลิตภัณฑ์หลักของชุมชน จากการวิเคราะห์พบว่า ผู้บริโภค โดยเฉพาะกลุ่มแม่ ต้องการ “ของอร่อยที่มั่นใจว่าปลอดภัย สำหรับคนในครอบครัว” จึงนำไปสู่ Big Idea “รักที่คัดมาแล้ว” เปลี่ยนมุมมองสินค้า จากขนม ทานเล่น สู่ตัวแทนของความใส่ใจและความปลอดภัย แนวคิดนี้ถูกต่อยอดสู่การผลักดันสินค้าเข้าสู่ “ตลาดจริงใจ” พร้อมวางโครงสร้างธุรกิจ และการตลาดโดยสื่อสารผ่านคอนเทนต์จริงจากผู้ผลิต เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือและเพิ่มยอดขายทั้งออฟไลน์และออนไลน์ ไอเดียนี้สะท้อนการเปลี่ยน Consumer Insight ให้กลายเป็น Business Solution ที่นำไปใช้ได้จริง เพื่อสร้างการเติบโตอย่าง ยั่งยืนให้ธุรกิจชุมชนไทย
ทีมชนะอันดับที่ 2 โจทย์ผลไม้แปรรูป จากวิสาหกิจชุมชนบ้านโฮ่ง จังหวัดลำพูน
ยกระดับผลไม้ท้องถิ่นไทยธรรมดา สู่ผลไม้ฟรีซดราย Healthy Premium Snack ที่เข้าถึงง่าย และอร่อย พร้อมตั้งเป้าสร้างการรับรู้และบริหารสต็อกคงค้างกว่า 10,000 ชิ้นต่อเดือน ทีมนิสิตจึงต่อยอดสินค้าเป็นชุดของฝาก เจาะกลุ่มนักท่องเที่ยวจีน โดยมี “ลำไยสอดไส้สตรอเบอรี่” เป็นสินค้าชูโรงที่สร้างความแปลกใหม่ ควบคู่การปรับการสื่อสารบนแพลตฟอร์มออนไลน์ เพื่อขยายการรับรู้และผลักดันยอดขายผ่านช่องทางหลักของแบรนด์ สะท้อนการเปลี่ยน Pain Point ของธุรกิจชุมชนให้กลายเป็นทางออกทางธุรกิจที่เติบโตได้จริงในตลาดวงกว้าง
ทีมชนะอันดับที่ 3 โจทย์สมุนไพรแปรรูป จากวิสาหากิจชุมชนเกาะกก จังหวัดระยอง
เปลี่ยนวิถีการเกษตรสู่โมเดลธุรกิจนวัตกรรม เพื่อรักษาพื้นที่นาผืนสุดท้ายในมาบตาพุด โดยต่อยอดสมุนไพรท้องถิ่นและพัฒนา “หมอนประคบสมุนไพร Horm Herb” ให้เป็นแบรนด์เพื่อการพักผ่อนของคนเมือง เจาะกลุ่มคนทำงานวัย 25–40 ปี ที่เผชิญออฟฟิศซินโดรมและความเครียดสะสม ทีมนิสิตจึงออกแบบการตลาด 3 ระยะ ได้แก่ สร้างการรับรู้ผ่านคอนเทนต์ ASMR ที่ถ่ายทอดส่วนผสมในหมอนเพื่อชูจุดเด่นของสมุนไพร สร้างประสบการณ์จริงผ่านจุดทดลองในออฟฟิศ ห้าง หรือบนเครื่องบิน (ผ่านความร่วมมือกับสายการบิน) และต่อยอดการใช้งานเพื่อสร้างความผูกพันกับผู้บริโภค ผ่านการสแกน QR บน LINE เพื่อสะสมแต้มจากการพักในแต่ละวัน เพื่อเปลี่ยน “การพัก” ให้กลายเป็นพฤติกรรมประจำวัน และสะท้อนการเปลี่ยนความต้องการพักผ่อนของคนเมือง ให้กลายเป็นรายได้ของชุมชน
การประกาศความสำเร็จในครั้งนี้ จึงมิใช่เพียงการสิ้นสุดโครงการในปีที่ 3 แต่เป็นบทพิสูจน์ถึง ความพร้อมของนักการตลาดรุ่นใหม่จากรั้วจามจุรี ที่พร้อมจะขับเคลื่อน อุตสาหกรรมด้วยความฉลาด ทางเทคโนโลยีและความเข้าใจในคุณค่าของความเป็นมนุษย์อย่างสมดุล

