ปอร์เช่ ประเทศไทย เปิดตัว ไทคานน์ รุ่นปี 2027 พร้อมรุ่นพิเศษ Black Edition และเทคโนโลยีเกียร์จำลอง E-Shift ในทุกรุ่นย่อย

  • การออกแบบภายนอกและภายในแบบพิเศษที่สะท้อนเอกลักษณ์ พร้อมอุปกรณ์อำนวยความสะดวกเพิ่มเติมสำหรับรุ่น Black Edition
  • ระยะทางขับขี่ที่เพิ่มขึ้นด้วยความจุแบตเตอรี่ที่มากขึ้น
  • เพิ่มทางเลือกในการปรับแต่งรถยนต์ผ่านโปรแกรม Porsche Exclusive Manufaktur
  • มอบประสบการณ์การขับขี่ที่ตอบสนองทุกประสาทสัมผัสด้วยระบบเกียร์ E-Shift ที่จำลองการเปลี่ยนเกียร์ควบคู่กับระบบ Porsche Electric Sport Sound เสริมการขับขี่ที่เร้าใจยิ่งขึ้น

ปอร์เช่ ยกระดับประสบการณ์การขับขี่ของไทคานน์รุ่นปี 2027 พร้อมเปิดตัวรุ่นพิเศษ Black Edition สำหรับ Taycan, Taycan 4 และ Taycan 4S ซึ่งโดดเด่นด้วยรายละเอียดตกแต่งสีดำที่สะท้อนเอกลักษณ์เฉพาะตัวทั้งภายนอกและภายใน และอุปกรณ์มาตรฐานคุณภาพสูงที่ครบครันยิ่งขึ้น พร้อมระยะทางขับขี่ที่เพิ่มขึ้นจากความจุแบตเตอรี่ที่มากขึ้น โดยปอร์เช่ยังได้นำเสนอระบบ E-Shift ใหม่สำหรับไทคานน์ทุกรุ่นเป็นครั้งแรก ด้วยการจำลองการเปลี่ยนเกียร์ร่วมกับระบบ Porsche Electric Sport Sound ที่เร้าใจยิ่งขึ้น เพื่อมอบความรู้สึกเป็นหนึ่งเดียวระหว่างผู้ขับขี่และตัวรถ

ปอร์เช่ ยกระดับไทคานน์สำหรับรุ่นปี 2027 ด้วยการพัฒนาในหลากหลายด้าน โดยได้เปิดตัว ไทคานน์ แบล็ค อิดิชัน (Taycan Black Edition) และเทคโนโลยีเกียร์จำลอง E-Shift ใหม่ในไทคานน์ทุกรุ่นเป็นครั้งแรก

ไทคานน์ แบล็ค อิดิชัน ใหม่ มาพร้อมรายละเอียดการออกแบบที่เป็นเอกลักษณ์ และอุปกรณ์มาตรฐานที่ครบครัน ซึ่งช่วยเพิ่มความโดดเด่นให้กับรถสปอร์ตพลังงานไฟฟ้าของปอร์เช่ พร้อมด้วยระยะทางขับขี่ที่เพิ่มขึ้นจากความจุแบตเตอรี่ที่มากขึ้น
ในไทคานน์รุ่นพิเศษนี้ ได้ผสานความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว ความสะดวกสบายที่เหนือกว่า และประสบการณ์การขับขี่ที่เร้าใจยิ่งขึ้นไว้ด้วยกัน โดยนอกเหนือจากทางเลือกในการปรับแต่งเฉพาะบุคคลที่หลากหลาย ผ่านโปรแกรม ปอร์เช่ เอ็กคลูซีฟ เมนูแฟคทัวร์ (Porsche Exclusive Manufaktur) ยังสามารถสัมผัสอีกขั้นของประสบการณ์การขับขี่ด้วยพลังงานไฟฟ้าผ่านระบบ E-Shift ใหม่ ด้วยการจำลองการเปลี่ยนเกียร์และระบบ Porsche Electric Sport Sound ที่เร้าใจยิ่งขึ้น ทั้งในรุ่นพิเศษ Black Edition และในทุกรุ่นย่อยของไทคานน์

การออกแบบที่สะท้อนความสปอร์ตและความโดดเด่น พร้อมอุปกรณ์มาตรฐานที่ครบครันในไทคานน์ แบล็ค อิดิชัน
รายละเอียดตกแต่งสีดำทั้งภายนอกและภายในช่วยยกระดับภาพลักษณ์ที่ผสานความสปอร์ตและความหรูหราให้โดดเด่นยิ่งขึ้นสำหรับรุ่นแบล็ค อิดิชัน ทั้งในไทคานน์, ไทคานน์ 4 และไทคานน์ 4 เอส โดยมา พร้อมแพ็คเกจสปอร์ต ดีไซน์ (SportDesign) กรอบกระจกข้าง และชื่อรุ่นบริเวณท้ายรถจะตกแต่งด้วยสีดำเงา (High-gloss Black) โดยกระจกมองข้างสีดำเงาที่จับคู่กับสีตัวถังภายนอกยังเป็นอุปกรณ์เฉพาะสำหรับรุ่นแบล็ค อิดิชันเท่านั้น นอกจากนี้ ยังติดตั้งแถบไฟท้ายพร้อมสัญลักษณ์ปอร์เช่สีดำ เป็นอุปกรณ์มาตรฐาน พร้อมด้วยแพ็คเกจตกแต่งภายในสีดำ (Black Interior Accent Package) แพ็คเกจพื้นที่จัดเก็บสัมภาระ (Storage Package) และกาบประตูอะลูมิเนียมสีดำพร้อมไฟส่องสว่าง

แบตเตอรี่ Performance Battery Plus ที่ขนาดใหญ่ขึ้น ซึ่งปกติมีให้เลือกเป็นอุปกรณ์เสริมสำหรับไทคานน์, ไทคานน์ 4 และไทคานน์ 4 เอส ได้ติดตั้งมาเป็นอุปกรณ์มาตรฐานในไทคานน์ แบล็ค อิดิชัน โดยแบตเตอรี่มีความจุพลังงานรวม 105 กิโลวัตต์ชั่วโมง (kWh) ซึ่งช่วยยกระดับทั้งสมรรถนะการขับขี่และระยะทางขับขี่ตามมาตรฐาน WLTP โดยในไทคานน์ แบล็ค อิดิชัน รุ่นสปอร์ตซีดาน ที่มีกำลังสูงสุด 435 แรงม้า (PS) ระยะทางขับขี่สูงสุดเพิ่มขึ้นเป็น 651กิโลเมตร ซึ่งมากกว่ารุ่นมาตรฐาน 85 กิโลเมตร หรือ 15 เปอร์เซ็นต์

ปอร์เช่ยังเพิ่มอุปกรณ์มาตรฐานประกอบด้วย ระบบช่วยเปลี่ยนเลน (Lane Change Assist), ระบบกล้องมองภาพรอบคัน (Surround View) พร้อมระบบช่วยจอดอัตโนมัติแบบแอคทีฟ (Active Parking Assist), ล้อขนาด 21 นิ้ว พร้อมฝาครอบดุมล้อที่มีสัญลักษณ์ปอร์เช่แบบสี, ไฟหน้า HD Matrix LED, ไฟ LED ส่องพื้นบริเวณประตูพร้อมสัญลักษณ์ปอร์เช่, เบาะนั่ง Comfort Seats ด้านหน้าพร้อมระบบปรับไฟฟ้า 14 ทิศทางและระบบบันทึกตำแหน่ง พร้อมสัญลักษณ์ปอร์เช่บนพนักพิงศีรษะ, ระบบเสียง BOSE® Surround Sound System และระบบ Electric Sport Sound, แพ็คเกจจัดเก็บสัมภาระ (Storage Package) และการตกแต่งภายในด้วยหนังเรียบสีดำ และสัญลักษณ์ Black Edition แบบเฉพาะรุ่นบริเวณคอนโซลกลาง
ไทคานน์ แบล็ค อิดิชัน ที่มอบทางเลือกมากกว่าสีดำ

แม้จะใช้ชื่อแบล็ค อิดิชัน แต่ไม่จำเป็นต้องเลือกสีดำเป็นสีตัวถังเท่านั้น โดยสามารถเลือกสีตัวถังภายนอกอื่น ๆ ได้เช่นกัน โดยสามารถเลือกสีทั้งหมดในกลุ่ม Contrasts, Shades และ Dreams ได้โดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม ซึ่งรวมถึงสี Jet Black Metallic, Volcano Grey Metallic, Dolomite Silver Metallic และ Ice Grey Metallic

แพ็คเกจแบล็ค อิดิชัน พิเศษและทางเลือกในการปรับแต่งเฉพาะบุคคลเพิ่มเติม

ลูกค้าสามารถเลือกแพ็คเกจแบล็ค อิดิชัน เพิ่มเติมได้ ซึ่งประกอบด้วยสัญลักษณ์ Black Edition บริเวณประตูคู่หน้า กาบประตูสีดำพร้อมไฟส่องสว่าง และชุดกุญแจรถพร้อมเคสที่มาพร้อมสัญลักษณ์เดียวกัน
นอกจากนี้ยังสามารถเลือกติดตั้งอุปกรณ์เสริมต่าง ๆ เพื่อการปรับแต่งเฉพาะบุคคล ช่วยให้รถแต่ละคันสะท้อนเอกลักษณ์เฉพาะตัวได้อย่างโดดเด่น โดยสามารถปรับแต่งองค์ประกอบต่าง ๆ ภายในห้องโดยสารได้อย่างหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นกุญแจรถและเคสกุญแจ แผ่นรองพื้นที่ห้องเก็บสัมภาระแบบใช้งานได้ทั้งสองด้าน พรมปูพื้น แฟ้มเอกสาร ฝาปิดช่องเก็บของบริเวณคอนโซลกลาง และแผ่นธรณีประตู

ประสบการณ์การขับขี่ที่ตอบสนองทุกประสาทสัมผัสด้วยตัวเลือก E-Shift ใหม่

ยกระดับประสบการณ์การขับขี่ของไทคานน์ทุกรุ่นให้เร้าใจมากกว่าเดิม ด้วยตัวเลือกระบบ E-Shift ใหม่ ซึ่งถ่ายทอดอารมณ์การขับขี่ได้เข้มข้นและตอบสนองทุกประสาทสัมผัสได้อย่างเต็มรูปแบบ ทั้งการสัมผัส การได้ยิน และการมองเห็นได้อย่างลงตัว โดยการจำลองจังหวะการเปลี่ยนเกียร์ที่ทำงานร่วมกับระบบเสียง Porsche Electric Sport Sound ที่ได้รับการพัฒนาใหม่ ให้ถ่ายทอดความรู้สึกของการเปลี่ยนเกียร์ได้อย่างสมจริงและเร้าใจ สร้างความรู้สึกราวกับกำลังไล่เรียงพละกำลังของรถสปอร์ตปอร์เช่ ในแต่ละเกียร์ ถ่ายทอดอารมณ์การขับขี่ในแบบปอร์เช่ดั้งเดิมอย่างลึกซึ้งยิ่งขึ้น

นอกเหนือจากในโหมดอัตโนมัติ ผู้ขับขี่ยังสามารถเปลี่ยนเกียร์ด้วยตนเองโดยใช้แป้นเปลี่ยนเกียร์บนพวงมาลัย GT Sport เพื่อเปลี่ยนเกียร์จำลองทั้งแปดจังหวะได้ โดยระบบจะจำลองการเปลี่ยนเกียร์ได้อย่างสมจริง ทั้งแรงกระตุกขณะเปลี่ยนเกียร์ที่ชัดเจน แรงหน่วงเฉพาะของแต่ละเกียร์ที่ให้ความรู้สึกใกล้เคียงกับการหน่วงของเครื่องยนต์สันดาปภายใน รวมถึงระบบตัดรอบเครื่องยนต์เสมือนจริง ซึ่งทั้งหมดนี้ช่วยมอบการตอบสนองที่สมจริงในทุกจังหวะการขับขี่ โดยระบบเสียงภายในและภายนอกของระบบ Porsche Electric Sport Sound จะปรับเปลี่ยนให้สอดคล้องกับสภาวะการขับขี่ในแต่ละช่วง ตามการส่งกำลังและความเร็วรอบของเครื่องยนต์เสมือนจริง โดยระบบยังได้เสริมด้วยมาตรวัดรอบเสมือนจริง และตัวแสดงตำแหน่งเกียร์พร้อมไฟแสดงจังหวะเปลี่ยนเกียร์บนจอมาตรวัด

E-Shift พร้อมพวงมาลัย GT Sport ที่มาพร้อมแป้นเปลี่ยนเกียร์ เป็นอุปกรณ์เสริมที่มีให้เลือกในไทคานน์ทุกรุ่นและทุกรูปแบบตัวถัง โดยจะเป็นอุปกรณ์มาตรฐานในไทคานน์ เทอร์โบ จีที (Taycan Turbo GT) โดย ปอร์เช่ได้พัฒนารูปแบบการทำงานของระบบส่งกำลังและลักษณะเสียงให้สอดคล้องกับแต่ละรุ่น เพื่อสร้างเอกลักษณ์ด้านเสียงและบุคลิกการขับขี่ที่แตกต่างกันในแต่ละรุ่นย่อย โดยสามารถเปิดใช้งาน E-Shift ได้ผ่านสวิตช์เลือกโหมดเพิ่มเติมบนพวงมาลัย GT Sport

ไทคานน์ รุ่นปี 2027 พร้อมเปิดให้จองแล้ววันนี้ที่โชว์รูมปอร์เช่อย่างเป็นทางการทั่วประเทศไทย โดยมีราคาเริ่มต้นที่ 7,190,000 บาท และสำหรับไทคานน์ แบล็ค อิดิชัน ราคาเริ่มต้นที่ 7,990,000 บาท

ค่าต่าง ๆ ที่ระบุเป็นช่วงไม่ได้อ้างอิงถึงรถยนต์คันใดคันหนึ่งโดยเฉพาะ และไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของข้อเสนอการจำหน่าย โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อใช้เปรียบเทียบระหว่างรถยนต์แต่ละประเภทเท่านั้น รวมทั้งอ้างอิงจากกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่จำหน่ายในประเทศเยอรมนี อุปกรณ์เสริมและอุปกรณ์ตกแต่งเพิ่มเติม (เช่น ชิ้นส่วนอุปกรณ์เสริม ขนาดยาง เป็นต้น) อาจส่งผลต่อปัจจัยสำคัญของรถยนต์ อาทิ น้ำหนัก ความต้านทานการหมุน และคุณสมบัติด้านแอโรไดนามิก ซึ่งเมื่อรวมกับสภาพอากาศ สภาพการจราจร และรูปแบบการขับขี่ของแต่ละบุคคล อาจส่งผลต่ออัตราการใช้พลังงานหรือเชื้อเพลิง ปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ระยะทางขับขี่ และสมรรถนะของรถยนต์

ที่มา: ปอร์เช่ ประเทศไทย