ซัมซุงขับเคลื่อนการเติบโตด้วยนวัตกรรมเครื่องใช้ไฟฟ้าดิจิทัลและโซลูชันอัจฉริยะ

ร่วมสร้างสรรค์พื้นที่แห่งอนาคตสำหรับภาคธุรกิจ: ซัมซุงขับเคลื่อนการเติบโตด้วยนวัตกรรมเครื่องใช้ไฟฟ้าดิจิทัลและโซลูชันอัจฉริยะ

โดย ซียู คิม (CU Kim) ประธานและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้และโอเชียเนีย  

ตลอดหลายปีที่ผ่านมา บทสนทนาเกี่ยวกับเครื่องใช้ไฟฟ้าอัจฉริยะมักจะจำกัดวงอยู่เพียงภายในบ้านพักอาศัย ทว่าในปัจจุบัน ศักยภาพความอัจฉริยะ การเชื่อมต่อที่ไร้รอยต่อ และความน่าเชื่อถือในการใช้งาน ได้กลายเป็นมาตรฐานใหม่ที่ทุกอาคารและพื้นที่ใช้งานต่างคาดหวัง เทรนด์ดังกล่าวได้ขยายตัวสู่อาคารชุดพักอาศัย โรงแรม สำนักงาน และพื้นที่ค้าปลีกโดยทั่วทั้งภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และโอเชียเนีย อย่างรวดเร็ว

ซัมซุงสนับสนุนการเติบโตของภาคธุรกิจรวมถึงเจ้าของอาคารในภูมิภาคด้วยโซลูชันสำหรับภาคธุรกิจ (B2B) ที่หลากหลายและทำงานร่วมกันได้ ครอบคลุมระบบปรับอากาศ (HVAC) เครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน ตลอดจนเทคโนโลยีการจัดการอัจฉริยะ เพื่อรองรับความต้องการด้านการดำเนินงานที่เปลี่ยนแปลงไปต่อเนื่อง ด้วยความเข้าใจอย่างลึกซึ้งถึงความต้องการและสิ่งที่พันธมิตรธุรกิจให้ความสำคัญ เราจึงมุ่งมั่นส่งมอบนวัตกรรมล้ำสมัยที่ช่วยลดการใช้พลังงานและบริหารต้นทุนการดำเนินงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

การเติบโตอย่างก้าวกระโดดของยอดขายในกลุ่มธุรกิจองค์กร ย่อมสะท้อนให้เห็นถึงความไว้วางใจที่ได้รับจากลูกค้าได้เป็นอย่างดี โดยยอดขายกลุ่ม B2B ในภูมิภาคนี้เติบโตสูงขึ้นกว่าร้อยละ 20 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน

ทำไมระบบ HVAC ถึงกลายเป็นกลไกในการขับเคลื่อนการเติบโต

ภาคการก่อสร้างและอสังหาริมทรัพย์ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และโอเชียเนียกำลังขยายตัวอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนาเมืองอัจฉริยะแห่งใหม่หรือการยกระดับโครงสร้างเมืองเดิม มีการคาดการณ์ว่าอุตสาหกรรมการก่อสร้างในภูมิภาคนี้จะเติบโตเร็วกว่าค่าเฉลี่ยทั่วโลกถึงกว่า 5 เท่าในปี 2569 สิ่งที่น่าตื่นเต้นยิ่งกว่าคือความพร้อมและความกระตือรือร้นของภูมิภาคในการเปิดรับนวัตกรรมแห่งอนาคต ตั้งแต่โรงงานผลิตเทคโนโลยีขั้นสูง ไปจนถึงศูนย์ข้อมูล AI ที่จะเป็นหัวใจขับเคลื่อนเศรษฐกิจในวันข้างหน้า

สถานที่เหล่านั้นล้วนต้องการระบบทำความเย็นที่ชาญฉลาดขึ้น มีประสิทธิภาพสูงขึ้น และวางใจได้ยิ่งกว่าระบบรูปแบบเดิม ด้วยเหตุนี้ระบบ HVAC จึงกลายเป็นกลไกขับเคลื่อนการเติบโตในธุรกิจของเรา โดยปัจจุบันยอดขายกลุ่ม B2B คิดเป็นสัดส่วนมากกว่าครึ่งหนึ่งของยอดขาย HVAC ทั้งหมด โดยเติบโตขึ้นเกือบสองเท่าจากเมื่อ 5 ปีที่ผ่านมา และเราเชื่อว่านี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นเท่านั้น

การเข้าซื้อกิจการ FläktGroup ของซัมซุง ยิ่งช่วยเร่งให้เราก้าวสู่อนาคตรูปแบบใหม่ได้เร็วยิ่งขึ้น ด้วยการเสริมความเชี่ยวชาญในระบบ HVAC ให้ลึกยิ่งขึ้น และเพิ่มขีดความสามารถในการรองรับสภาพแวดล้อมที่มีความต้องการซับซ้อนเป็นพิเศษ เช่น ศูนย์ข้อมูล AI ซึ่งระบบทำความเย็นและการระบายอากาศมีความสำคัญยิ่งต่อการรักษาเสถียรภาพของระบบปฏิบัติการทั้งหมด

สำหรับในภูมิภาคนี้ ความต้องการกำลังพุ่งสูงขึ้นในอาคารหลากหลายรูปแบบ โดยในเวียดนาม เรากำลังส่งมอบเครื่องปรับอากาศ WindFree ประมาณ 3,000 เครื่องให้กับอพาร์ตเมนต์สูงระฟ้าภายใต้โครงการ Sycamore ของ CapitaLand ในโฮจิมินห์ซิตี้ พร้อมทั้งติดตั้งอีกกว่า 3,000 เครื่องใน Starlake โครงการมิกซ์ยูสขนาดใหญ่ในกรุงฮานอย

ในประเทศไทย เราได้ติดตั้งระบบ HVAC ในบางสาขาของร้านค้าปลีกไทวัสดุและบีเอ็นบี โฮม ซึ่งทำงานร่วมกับ SmartThings Pro เพื่อช่วยยกระดับประสิทธิภาพการใช้พลังงานและบริหารจัดการระบบได้อย่างไร้รอยต่อ นอกจากนี้ ยังมีการติดตั้งเครื่องปรับอากาศ WindFree™ ในห้องพักจำนวน 600 ห้อง ครอบคลุม 29 อาคารของโรงแรม เชอราตัน ภูเก็ต ในหาน บีช รีสอร์ต (Sheraton Naiharn Hotel & Resort) รวมถึงในซิดนีย์ ประเทศออสเตรเลีย ที่ระบบทำความเย็นของเราได้รับความไว้วางใจในโครงการที่พักอาศัยชั้นนำอย่าง Arncliffe Central และ AURA by Aqualand

ไม่ว่าจะเป็นรีสอร์ตริมหาดระดับลักชูรี หรือศูนย์ข้อมูลสุดล้ำ พอร์ตโฟลิโอที่ครอบคลุมของเราพร้อมตอบโจทย์ทุกความต้องการด้านระบบทำความเย็นที่แตกต่างได้อย่างลงตัว

ขยายโอกาสที่กว้างไกลกว่าระบบทำความเย็น

นอกจากระบบ HVAC แล้ว โซลูชันเครื่องซักผ้าและดูแลผ้าก็เป็นอีกหนึ่งหมวดหมู่ที่ภาคธุรกิจให้ความสำคัญมากขึ้น โดยมีแรงขับเคลื่อนจากการขยายตัวของเมือง ไลฟ์สไตล์ที่เปลี่ยนไป และความต้องการความสะดวกสบายที่เพิ่มขึ้น กำลังผลักดันให้ภาคธุรกิจ B2B หันมามองหาโซลูชันเครื่องซักผ้าที่ตอบโจทย์มากยิ่งขึ้นเช่นกัน

ด้วยการต่อยอดจากความเชี่ยวชาญยาวนานหลายทศวรรษในกลุ่มเครื่องใช้ไฟฟ้าสำหรับผู้บริโภค เราได้ขยายไลน์ผลิตภัณฑ์เครื่องซักผ้าให้มีตัวเลือกความจุที่หลากหลาย เพื่อรองรับความต้องการที่แตกต่างของภาคธุรกิจ B2B ทั้งในอินโดนีเซีย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ ไทย และเวียดนาม โดยมีแผนขยายตลาดโซลูชันเครื่องซักผ้าเชิงพาณิชย์สู่ประเทศอื่น ๆ ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และโอเชียเนียภายในสิ้นปี 2569 นี้

TiTi Laundry ในโฮจิมินห์ซิตี้คือตัวอย่างความสำเร็จล่าสุด ในฐานะหนึ่งในพาร์ตเนอร์รายแรก ๆ ที่ร่วมมือกับเราในการขยายโมเดลธุรกิจเครื่องซักผ้าเชิงพาณิชย์ในเวียดนาม โดยเปิดให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมระบบตรวจสอบและบริหารจัดการอุปกรณ์ได้แบบระยะไกล โมเดลธุรกิจนี้ไม่เพียงเปิดโอกาสทางธุรกิจใหม่ ๆ ให้กับผู้ประกอบการผ่านเครื่องใช้ไฟฟ้าที่เชื่อมต่อถึงกันอย่างโซลูชันเครื่องซักผ้าเชิงพาณิชย์ของซัมซุง แต่ยังช่วยอำนวยความสะดวกให้กับวิถีชีวิตประจำวันของผู้คนให้ง่ายดายยิ่งขึ้น

สร้างสรรค์สภาพแวดล้อมทางธุรกิจที่ชาญฉลาดยิ่งขึ้น

ทิศทางการพัฒนาเหล่านี้สะท้อนถึงการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญในมุมมองที่ภาคธุรกิจมีต่อพื้นที่กายภาพ เพราะยิ่งกว่าการมองหาผลิตภัณฑ์เดี่ยว ๆ ลูกค้าในปัจจุบันมองหาโซลูชันที่เชื่อมต่อถึงกันเพื่อลดความซับซ้อนในการบริหารจัดการทั่วทั้งโครงการ แทนที่จะต้องคอยดูแลระบบแยกย่อยแต่ละส่วน

วิสัยทัศน์นี้กำลังเกิดขึ้นจริงที่ Granz Forest Park ในเมืองเซบู ประเทศฟิลิปปินส์ ซึ่งเราได้ร่วมมือกับบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำอย่าง DH Plus เพื่อส่งมอบโซลูชันการดำเนินงานแบบบูรณาการ ผสานพลังเครื่องใช้ไฟฟ้า AI SmartThings Pro และเทคโนโลยีที่เชื่อมต่อกันภายใต้อีโคซิสเต็มเดียว ครอบคลุมทั้งพื้นที่พักอาศัย โรงแรม และสิ่งอำนวยความสะดวกเชิงพาณิชย์

ซัมซุงพร้อมยกระดับศักยภาพให้ภาคธุรกิจและเจ้าของอาคารสามารถสร้างสรรค์และบริหารพื้นที่ให้ตอบโจทย์ความต้องการของผู้ใช้อย่างแท้จริง ด้วยการผสานความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยี นวัตกรรมเครื่องใช้ไฟฟ้า AI ที่ครบครัน และแพลตฟอร์มการจัดการอัจฉริยะ พร้อมเปิดประตูสู่โอกาสใหม่ในการเพิ่มประสิทธิภาพและขยายขอบเขตการดำเนินธุรกิจ ผ่านโซลูชันแบบบูรณาการที่ช่วยให้ภาคธุรกิจเพิ่มประสิทธิภาพ ลดต้นทุน และขยายขนาดธุรกิจได้อย่างมั่นใจ เรามุ่งมั่นที่จะร่วมขับเคลื่อนและกำหนดอนาคตใหม่ให้กับวงการอาคารและอสังหาริมทรัพย์ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และโอเชียเนีย พร้อมสนับสนุนการเติบโตอย่างยั่งยืนของภูมิภาคต่อไป

ที่มา: ABM Connect