มุ่งขับเคลื่อนการเงินแห่งโลกอนาคตที่เข้าถึงได้สำหรับทุกคน

- เดินหน้าสร้างระบบนิเวศด้านการเงินดิจิทัลครบวงจร ผ่านโมเดล “Infrastructure–Asset–Use”ผลักดัน Tokenization และ On-chain Finance สู่การใช้งานจริงในวงกว้าง
SCBX กลุ่มเทคโนโลยีทางการเงินชั้นนำของประเทศ มุ่งมั่นเดินหน้าวางรากฐานการเงินเตรียมพร้อมสู่โลกยุคใหม่ นำเสนอวิสัยทัศน์และยุทธศาสตร์ในการสร้างระบบการเงินดิจิทัลแบบครบวงจร ตั้งแต่โครงสร้างพื้นฐาน สินทรัพย์ ไปจนถึงการใช้งานจริง เพื่อเปิดโอกาสให้คนไทยทุกคนเข้าถึงบริการทางการเงินแห่งอนาคต ในงาน “Southeast Asia Blockchain Week 2026” หนึ่งในงานด้านบล็อกเชนที่สำคัญที่สุดของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
สินทรัพย์ดิจิทัล: จากทางเลือก สู่ “โครงสร้างพื้นฐานของโลกการเงิน”
กวีวุฒิ เต็มภูวภัทร Chief Innovation Officer บริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน) (SCBX) และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอสซีบี เท็นเอกซ์ จำกัด (SCB 10X) สะท้อนภาพการเปลี่ยนผ่านของระบบการเงินโลกอย่างชัดเจนว่า สินทรัพย์ดิจิทัลได้ก้าวข้ามสถานะ “สินทรัพย์ทางเลือก” ไปสู่การเป็น “โครงสร้างพื้นฐานหลัก” โดยปัจจุบันตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลมีมูลค่ากว่า 3 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ และ Stablecoin มีธุรกรรมรวมสูงกว่า 62 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี ซึ่งอยู่ในระดับเดียวกับระบบชำระเงินชั้นนำของโลก
ภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกยังเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญ ด้วยผู้ใช้งานกระเป๋าสินทรัพย์ดิจิทัลกว่า 350 ล้านราย หรือคิดเป็น 43% ของทั้งโลก ขณะที่ประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มีอัตราการยอมรับสินทรัพย์ดิจิทัลติดอันดับโลก สะท้อนถึง “ดีมานด์จริง” ที่กำลังเกิดขึ้น
พร้อมกันนี้ แนวโน้ม Real-World Asset Tokenization กำลังเร่งตัวอย่างมีนัยสำคัญ โดยคาดว่าจะขยายสู่ 23 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ภายในปี 2573 และเติบโตแตะ 88 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ภายในปี 2578 ซึ่งเป็นสัญญาณชัดเจนว่าโลกกำลังก้าวเข้าสู่ยุคที่สินทรัพย์จำนวนมหาศาลจะถูกนำขึ้นสู่ On-chain
มากกว่าการตามเทรนด์: SCBX วางรากฐาน Web3 มานานกว่า 10 ปี
กลุ่มเอสซีบีเอกซ์ ตอกย้ำความเป็น “First Mover” ผ่านการลงทุนเชิงกลยุทธ์มานานกว่า 10 ปี โดยเริ่มต้นจากการลงทุนใน Ripple ตั้งแต่ช่วงเริ่มต้น ซึ่งปัจจุบันเติบโตเป็นบริษัทระดับโลก
ความสำเร็จดังกล่าวต่อยอดสู่การพัฒนาบริการโอนเงินระหว่างประเทศผ่าน RippleNet บนแอปพลิเคชัน SCB EASY ที่สร้างผลกระทบเชิงเศรษฐกิจจริง ด้วยมูลค่าธุรกรรมสะสมกว่า 9,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ครอบคลุม 27 เส้นทาง ซึ่งนับเป็นก้าวสำคัญในการนำเทคโนโลยีบล็อกเชนมาใช้เพื่อบริการทางการเงินที่รวดเร็วและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
นอกจากนี้ SCB 10X บริษัทด้านการลงทุนในเทคโนโลยีเปลี่ยนโลก (Disruptive Technology) ภายใต้กลุ่มเอสซีบีเอกซ์ ยังได้ลงทุนในบริษัทโครงสร้างพื้นฐานสินทรัพย์ดิจิทัลชั้นนำระดับโลก อาทิ Fireblocks, Anchorage Digital, Nansen และ SBI Digital Markets เพื่อสร้างระบบนิเวศที่แข็งแกร่ง เพื่อรองรับการเติบโตในระยะยาว
ยุทธศาสตร์ 3 ชั้น: Blueprint การเงินแห่งอนาคตของ SCBX
หัวใจสำคัญของวิสัยทัศน์ SCBX คือการพัฒนาโครงสร้างการเงินแบบครบวงจรผ่านโมเดล 3 ชั้น ซึ่งสะท้อนการพัฒนาอย่างเป็นระบบ ตั้งแต่รากฐานสู่การใช้งานจริง
- Infrastructure — วางรากฐานที่แข็งแกร่ง SCBX สร้างโครงสร้างพื้นฐานผ่าน 3 เสาหลัก ได้แก่
• Custody: บริการดูแลสินทรัพย์ดิจิทัลระดับสถาบัน โดยการร่วมลงทุนใน Fireblocks
• Tokenization: ผ่าน Token X (ICO Portal ที่ได้รับความเห็นชอบจากสำนักงาน ก.ล.ต.) มีมูลค่าระดมทุนสะสมกว่า 3,000 ล้านบาท โดยมีตัวอย่างโครงการเช่น RealX Token ที่เป็น Investment Token ที่มีสินทรัพย์อ้างอิงเป็นคอนโดมิเนียมตัวแรกของไทยที่ได้รับการอนุมัติจากสำนักงาน ก.ล.ต.
• Distribution: ผ่าน InnovestX ที่มีฐานนักลงทุนมากกว่า 1 ล้านราย บนซูเปอร์แอปด้านการลงทุนเจ้าแรกของไทยที่รวมสินทรัพย์ทุกประเภทไว้ในแอปพลิเคชันเดียว ทั้งหุ้น, กองทุน, ตราสารหนี้ และสินทรัพย์ดิจิทัล - Asset — นำสินทรัพย์เข้าสู่ On-chain การพัฒนาผลิตภัณฑ์การเงินรูปแบบใหม่ ได้แก่
• Rubie Wallet สำหรับนักท่องเที่ยว ผ่านการใช้งาน Programmable Payments ภายใต้ Sandbox ของ ธปท. และ ก.ล.ต.
• Crypto ETF[1] เปิดโอกาสการลงทุนสำหรับคนทั่วไป
• Tokenized Bonds & Funds และ Tokenized Deposit* ซึ่งเป็นจุดเชื่อมโลกการเงินดั้งเดิมสู่ดิจิทัล - Use — การใช้งานจริงที่เข้าถึงได้
• SCBX มุ่งศึกษา Use Case ด้าน Lending ที่มีการใช้ Tokenized Assets เป็นหลักประกัน เพื่อให้การเข้าถึงสินเชื่อเป็นไปอย่างรวดเร็ว โปร่งใส และลดข้อจำกัดของระบบเดิมผ่าน Smart Contract ภายใต้กรอบกฎหมายและหลักเกณฑ์ของหน่วยงานกำกับดูแลที่เกี่ยวข้อง
พลังของบล็อกเชน: ลดต้นทุน เพิ่มความเร็ว และเปิดโอกาสใหม่
SCBX ระบุว่าการสร้างระบบการเงินบนบล็อกเชน มาพร้อมข้อได้เปรียบเชิงโครงสร้างที่สำคัญ ทั้งการลดต้นทุนผ่านการตัดตัวกลาง การยกระดับความเร็วสู่การชำระธุรกรรมแบบเรียลไทม์ จากเดิมที่ใช้ระยะเวลา T+2 ความสามารถในการให้บริการได้ตลอด 24 ชั่วโมงแบบไร้ข้อจำกัด รวมถึงการเพิ่มศักยภาพด้าน Programmability ผ่าน Smart Contract ซึ่งช่วยลดข้อผิดพลาดและเปิดโอกาสให้เกิดนวัตกรรมทางการเงินรูปแบบใหม่ โดยทั้งหมดนี้นำไปสู่เป้าหมายสำคัญสูงสุดของกลุ่มเอสซีบีเอกซ์ คือการผลักดัน Financial Inclusion หรือการทำให้บริการทางการเงินเข้าถึงได้สำหรับทุกคนอย่างแท้จริง
“Building for Everyone” การเงินเพื่อทุกคนอย่างแท้จริง
สิ่งที่กลุ่มเอสซีบีเอกซ์กำลังสร้างไม่ใช่เพียงเทคโนโลยีหรือผลิตภัณฑ์ทางการเงินใหม่ แต่คือการออกแบบ “ระบบการเงินใหม่” ที่เปิดโอกาสให้ “ทุกคนเข้าถึงได้” อย่างแท้จริง
“เราสร้างเพื่อคนที่ไม่เคยเข้าถึงการลงทุน เราสร้างเพื่อคนไทยที่ทำงานต่างประเทศ เราสร้างเพื่อผู้ประกอบการรายเล็ก และเราสร้างเพื่อผู้ใช้งานจริงในชีวิตประจำวัน เราสร้างเพื่อทุกคน ด้วยโครงสร้างพื้นฐานที่พร้อมใช้งาน สินทรัพย์ที่กำลังถูกนำขึ้นสู่ On-chain และ Use Case ที่เริ่มเกิดขึ้นจริงในชีวิตประจำวัน สิ่งเหล่านี้สะท้อนว่ากลุ่มเอสซีบีเอกซ์ไม่ได้เพียงทันกับกระแสโลกที่เปลี่ยนไป แต่กำลังก้าวสู่การเป็นหนึ่งในผู้นำที่ร่วมกำหนดทิศทางของ Future Finance หรือโลกการเงินแห่งอนาคตในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อย่างชัดเจน” กวีวุฒิ กล่าวทิ้งท้าย
Symbol: SCBX
