“อ.อ.ป.” เปิดลิสต์กิจกรรม ปี 69 สัมผัสความน่ารัก “ช้างไทยแบบ Exclusive ตลอดปี”

นายชนุดม เพชรสังข์ รองผู้อำนวยการรักษาการแทนผู้อำนวยการองค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ เปิดเผยว่า สถาบันคชบาลแห่งชาติ ในพระอุปถัมภ์ฯ จังหวัดลำปาง (ส.คช.) เป็นแหล่งเรียนรู้และแหล่งท่องเที่ยวที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลขององค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ (อ.อ.ป.) โดยดำเนินงานด้านการอนุรักษ์และบริบาลช้างไทย ควบคู่กับการเป็นศูนย์กลางถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านช้างไทย การดูแลสุขภาพช้าง และวิถีชีวิตควาญช้าง ผ่านกิจกรรมต่างๆ ที่มีความใกล้ชิดธรรมชาติ และส่งเสริมความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับการอนุรักษ์ช้างไทย

รักษาการฯ กล่าวต่อไปอีกว่า ในปี 2569 ส.คช. ได้จัดทำ “ปฏิทินกิจกรรมการท่องเที่ยว” ภายใต้สโลแกน “เที่ยวสุดปัง ไม่ลำพังที่ลำปาง” เพื่อเชิญชวนนักท่องเที่ยวให้เดินทางมาท่องเที่ยวและสัมผัสประสบการณ์ใกล้ชิดช้างไทยตลอดทั้งปี โดยกิจกรรมที่จัดขึ้นจะสะท้อนบทบาทของ ส.คช. ในด้านการอนุรักษ์และบริบาลช้างไทย พร้อมกับการพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงนิเวศของจังหวัดลำปาง

สำหรับปฏิทินกิจกรรมท่องเที่ยวตลอดปี 2569 นี้ ส.คช. ได้จัดกิจกรรมภายใต้แนวคิดที่แตกต่างกันในแต่ละเดือน เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้รับทั้งความสนุก ความประทับใจ และความรู้เกี่ยวกับช้างไทยอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งปี อาทิ เดือนมกราคม กิจกรรม“Happy Childs JAN” การมอบของขวัญให้เด็กๆ, เดือนกุมภาพันธ์กิจกรรม “คชบาลสานรัก สมรสเท่าเทียม” เชิญชวนคู่รักทุกคู่ ทุกเพศ ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ร่วมจดทะเบียนสมรสบนหลังช้างอย่างถูกต้องตามกฎหมายท่ามกลางบรรยากาศธรรมชาติ, เดือนมีนาคม กิจกรรม “วันช้างไทย” เฉลิมฉลองวันช้างไทย ประจำปี 2569 และเดือนเมษายน กิจกรรม “ปี๋ใหม่เมืองกับช้างไทย” สงกรานต์สุดชุ่มฉ่ำกับกิจกรรมแบบล้านนาร่วมกับช้างไทย เป็นต้น นอกจากนี้ในปี 2569 ยังมีกิจกรรมต่อเนื่องในทุกๆ เดือนตลอดทั้งปี เพื่อให้ทุกช่วงเวลาของการมาเยือนศูนย์อนุรักษ์ช้างไทย เต็มไปด้วยความหมายและความประทับใจ

ทั้งนี้ หากนักท่องเที่ยวท่านใดอยากสัมผัสประสบการณ์ร่วมกับช้างไทย สามารถเข้ามาเยี่ยมชมการดำเนินงานของสถาบันคชบาลแห่งชาติ ในพระอุปถัมภ์ฯ จังหวัดลำปาง ได้ตั้งแต่เวลา 08.30 – 15.30 น. (เปิดให้บริการทุกวัน) หรือสอบถามรายละเอียดกิจกรรม (เพิ่มเติม) ได้ที่ Facebook Fanpage : ศูนย์อนุรักษ์ช้างไทย จ.ลำปาง The Thai Elephant Conservation Center Lampang หรือโทร. 054 829 333

ที่มา: องค์การอุตสาหกรรมป่าไม้