กลุ่มอมตะ แจงงบครึ่งปีแรก 2569 กวาดรายได้รวม 8,064 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 39.86% ดันกำไรสุทธิพุ่ง 167.01% แตะ 3,219 ล้านบาท สะท้อนดีมานด์ลงทุนในนิคมอุตสาหกรรมแกร่ง โดย Q2/69 มีรายได้รวม 4,068 ล้านบาท โต 71.25% ขณะที่กำไรสุทธิอยู่ที่ 1,795 ล้านบาท รับอานิสงส์การโอนที่ดินและรายได้ขายอสังหาริมทรัพย์ 2,206 ล้านบาท พร้อมเดินหน้าขยาย Smart Industrial City รองรับ FDI และอุตสาหกรรมแห่งอนาคต ควบคู่เป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอนปี 2583

นางสาวเด่นดาว โกมลเมศ ประธานเจ้าหน้าที่การเงิน บริษัท อมตะ คอร์ปอเรชัน จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่าเผยผลประกอบการครึ่งปีแรก 2569 ทางบริษัทฯ มีรายได้รวมทั้งหมด 8,064 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 39.86% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และมีกำไรสุทธิ 3,219 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 167.01% สะท้อนความแข็งแกร่งของธุรกิจพัฒนาเมืองอุตสาหกรรม ขณะที่ไตรมาส 2/2569 บริษัทฯ มีรายได้รวม 4,068 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 71.25% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และมีกำไรสุทธิ 1,795 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 564.62% โดยปัจจัยมาจากรายได้ จากธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่ขยายตัวอย่างแข็งแกร่ง ซึ่งบริษัทฯรับรู้รายได้จากการโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินนิคมอุตสาหกรรมเพิ่มขึ้น รวมทั้งสิ้น 288 ไร่ ที่ ในไตรมาส 2/2569 มูลค่า 2,206 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 131.07% แบ่งเป็นในไทย 271 ไร่ และเวียดนาม 17 ไร่) เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีการโอน 172 ไร่
นอกจากนี้ อัตรากำไรขั้นต้นจากการขายอสังหาริมทรัพย์ปรับตัวสูงขึ้น 66.16% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน อยู่ที่ 46.87% เนื่องจากมีการโอนที่ดินในนิคมอุตสาหกรรมจังหวัดชลบุรีในเฟสที่มีอัตรากำไรขั้นต้นอยู่ในเกณฑ์ดี ประกอบกับอัตรากำไรขั้นต้นของนิคมอุตสาหกรรมในประเทศเวียดนามที่ปรับตัวดีขึ้น พร้อมกันนี้ บริษัทฯ ยังมีการรับรู้กำไรจากการจำหน่ายเงินลงทุนในบริษัทย่อย (Amata Service City Long Thanh 2 Company Limited หรือ ASCLT2) จำนวน 366 ล้านบาท
ขณะเดียวกันในด้านการให้บริการสาธารณูปโภค ยังเป็นธุรกิจที่สร้างรายได้เติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยมีรายได้ทั้งสิ้น 1,154 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 43 ล้านบาท คิดเป็น 3.87% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน จากการขยายตัวของความต้องการใช้บริการระบบสาธารณูปโภคที่เพิ่มขึ้น ส่วนธุรกิจโรงงานสำเร็จรูปให้เช่า (RBF) มีรายได้ 266 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10 ล้านบาท คิดเป็น 4% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน จากพื้นที่เช่า (Leased Areas) ที่เพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ มีรายได้ทางการเงินจากสถาบันการเงิน 27 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9.51 % จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และมีรายได้อื่น ๆ อยู่ที่ 48 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 68.01% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ทั้งนี้ ทางบริษัทฯ มีกำไรจากบริษัทร่วมและการค้า 236 ล้านบาท ลดลง 1.79% เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน สาเหตุจากกลุ่มธุรกิจโรงไฟฟ้ามีส่วนแบ่งกำไรลดลงและผลจากการขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน ขณะที่ธุรกิจจำหน่ายก๊าซธรรมชาติมีส่วนแบ่งกำไรปรับดีขึ้น
ด้านนายยาซูโอะ ซึซึอิ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในประเทศไทย และรักษาการประธานเจ้าหน้าที่การตลาด กล่าวถึงภาพรวมเศรษฐกิจและทิศทางการลงทุนในไตรมาส 2 ปี 2569 ว่า ภาวะเศรษฐกิจโลกในไตรมาส 2/2569 ยังคงต้องเผชิญแรงกดดันจากภูมิรัฐศาสตร์และราคาพลังงาน ส่งผลให้เงินเฟ้อสูงขึ้น โดยองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) ปรับลดประมาณการเศรษฐกิจโลกปี 2569 ลงเหลือ 2.8% โดยมี AI ในเอเชียเป็นแรงหนุน แต่หากตะวันออกกลางยืดเยื้อ เศรษฐกิจอาจโตเพียง 2.1% เศรษฐกิจไทยในไตรมาส 2/2569 ชะลอตัวตามต้นทุนพลังงานและนักท่องเที่ยวที่ลดลง รวมถึงการผลิตภาคอุตสาหกรรมบางส่วนที่ลดลง
อย่างไรก็ดี การส่งออกสินค้าและการลงทุนภาคเอกชนยังเติบโตต่อเนื่องตามวัฏจักรขาขึ้นของสินค้าอิเล็กทรอนิกส์และความต้องการ Data Center ขณะที่เศรษฐกิจไทยยังต้องติดตาม 5 ปัจจัยสำคัญ ได้แก่ นโยบายการค้าสหรัฐฯ การท่องเที่ยว ค่าครองชีพ มาตรการรัฐ และสถานการณ์เอลนีโญ
ด้านการลงทุนสะสมตามรายงานของ BOI ในไตรมาส 2/2569 มีมูลค่ารวม 1,473,718 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 37% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดย 5 อุตสาหกรรมที่มีมูลค่าเงินลงทุนสูงสุด ได้แก่ ดิจิทัล, อิเล็กทรอนิกส์, เกษตรและแปรรูปอาหาร, โลจิสติกส์ และพลังงานหมุนเวียน ส่วนการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) มีมูลค่ารวม 1,368,493 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 80% สะท้อนความเชื่อมั่นของนักลงทุน ซึ่งใน 5 ประเทศที่มีมูลค่า FDI สูงสุด ได้แก่ สิงคโปร์, สหราชอาณาจักร, จีน, ไต้หวัน และญี่ปุ่น ตามลำดับ
อมตะยังคงมุ่งเน้นการดำเนินธุรกิจภายใต้ยุทธศาสตร์การพัฒนาเมืองอุตสาหกรรมอัจฉริยะ (Smart City) ที่ให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ พลังงานสะอาด และการสร้างระบบนิเวศทางธุรกิจที่พร้อมรองรับการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว ตามเป้าหมายการเป็นองค์กรที่เป็นกลางทางคาร์บอนในปี 2583 และการลดอัตราการปล่อยก๊าซเรือนกระจกต่อหน่วยพื้นที่ที่ดำเนินงานลง 30% ภายในปี 2573

Symbol: AMATA
