อมตะ ผนึก 9 พันธมิตร เดินหน้ายกระดับการจัดการน้ำและขยะ รอบนิคมอุตสาหกรรมอมตะซิตี้ ชลบุรี สู่การพัฒนาเมืองอุตสาหกรรมอย่างยั่งยืน ต่อยอดความสำเร็จจากโครงการระยะที่ผ่านมา ขยายผลสู่ “คลองท้ายเซิด” ครอบคลุมพื้นที่ อบต.พานทองหนองกะขะ และ อบต.มาบโป่ง มุ่งฟื้นฟูคุณภาพแหล่งน้ำ ลดความเสี่ยงปัญหาน้ำเน่าเสีย ควบคู่การเพิ่มประสิทธิภาพระบบระบายน้ำและการจัดการขยะตั้งแต่ต้นทาง พร้อมส่งเสริมความรู้และการมีส่วนร่วมของประชาชนและผู้ประกอบการในพื้นที่เชื่อมการทำงานของภาครัฐ ท้องถิ่น ภาคเอกชน และชุมชนให้เป็นระบบ สร้างรูปแบบการจัดการสิ่งแวดล้อมที่สามารถขยายผลสู่พื้นที่อื่น ตอกย้ำแนวทางอมตะ พัฒนาเมืองอุตสาหกรรมควบคู่ชุมชนและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน

ดร.วิวัฒน์ กรมดิษฐ์ ประธานเจ้าหน้าที่เทคนิควิศวกรรม บริษัท อมตะ คอร์ปอเรชัน จำกัด (มหาชน) หรือ AMATA เปิดเผยถึง ความร่วมมือครั้งนี้เกิดจากการบูรณาการขององค์การบริหารส่วนตำบลพานทองหนองกะขะ องค์การบริหารส่วนตำบลมาบโป่ง การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย โครงการชลประทานชลบุรี บริษัท อมตะ คอร์ปอเรชัน จำกัด (มหาชน) บริษัท อมตะ ยู จำกัด บริษัท อมตะ ฟาซิลิตี้ เซอร์วิส จำกัด บริษัท อาควา นิชิฮาร่า คอร์ปอเรชั่น จำกัด และบริษัท ยูไนเต็ด แอนนาลิสต์ แอนด์ เอ็นจิเนียริ่ง คอนซัลแตนท์ จำกัด โดยมีเป้าหมายร่วมกันในการยกระดับคุณภาพสิ่งแวดล้อมและคุณภาพชีวิตของชุมชนรอบนิคมฯ อย่างต่อเนื่อง ซึ่งการดูแลสิ่งแวดล้อมของอมตะไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะภายในพื้นที่นิคมอุตสาหกรรม แต่ต้องมองไปถึงชุมชนโดยรอบ เพราะการพัฒนาเมืองอุตสาหกรรมให้เติบโตอย่างยั่งยืน จำเป็นต้องสร้างสมดุลระหว่างเศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม และคุณภาพชีวิตของคนในพื้นที่
“สิ่งสำคัญของโครงการนี้ ไม่ใช่เพียงแค่การแก้ปัญหาน้ำหรือขยะ แต่คือการสร้างระบบและความร่วมมือที่ทำให้ทุกฝ่ายสามารถร่วมกันดูแลพื้นที่ได้ในระยะยาว เราจึงนำประสบการณ์จากการทำงานในพื้นที่เดิมมาพัฒนาต่อยอด ซึ่งระยะที่ 4 จะเป็นอีกก้าวสำคัญในการขยายองค์ความรู้ไปสู่คลองท้ายเซิดอย่างเป็นรูปธรรม” ดร.วิวัฒน์ กล่าว
สำหรับโครงการระยะที่ 4 คลองท้ายเซิด เป็นคลองรับน้ำซึ่งครอบคลุมพื้นที่องค์การบริหารส่วนตำบลพานทองหนองกะขะและองค์การบริหารส่วนตำบลมาบโป่ง โดยมุ่งฟื้นฟูคุณภาพแหล่งน้ำ ลดความเสี่ยงจากปัญหาน้ำเน่าเสีย รวมถึงดูแลพื้นที่ริมคลองและเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำ ขณะเดียวกันยังให้ความสำคัญกับการสร้างความรู้และความเข้าใจแก่ประชาชน เจ้าหน้าที่ท้องถิ่น และผู้ประกอบการในพื้นที่พาณิชยกรรม เพื่อให้การจัดการน้ำเสียและขยะเกิดขึ้นตั้งแต่ต้นทาง
โดยแนวทางดังกล่าวต่อยอดจากโครงการระยะที่ 3 ซึ่งดำเนินงานระหว่างปี 2566–2568 ในพื้นที่คลองสันตะไพร ครอบคลุมเทศบาลตำบลดอนหัวฬ่อ เทศบาลตำบลหนองไม้แดง และเทศบาลตำบลนาป่า โดยที่ผ่านมาได้พัฒนารูปแบบการทำงานร่วมกันระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งด้านการดูแลแหล่งน้ำ การจัดการขยะ การตรวจติดตามคุณภาพน้ำ และการสร้างการมีส่วนร่วมของชุมชน ก่อนนำประสบการณ์ดังกล่าวมาปรับใช้กับพื้นที่ใหม่
การดำเนินงานที่ผ่านมาได้เสริมสร้างความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภาครัฐ องค์การบริหารส่วนท้องถิ่น ผู้พัฒนานิคมอุตสาหกรรม ภาคเอกชน และชุมชน ในด้านการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ การจัดการขยะ การบำรุงรักษาคลอง และการส่งเสริมการมีส่วนร่วมของชุมชน
ทั้งนี้ผลลัพธ์ของโครงการได้รับการติดตามผ่านการวัดคุณภาพน้ำ เช่น ค่า BOD ในแหล่งน้ำลดลงอย่างมีนัยสำคัญหลังเริ่มดำเนินโครงการ โดยอมตะ ยู ยังคงติดตามคุณภาพน้ำอย่างต่อเนื่องผ่านการเก็บตัวอย่างและตรวจวิเคราะห์ในห้องปฏิบัติการเป็นประจำ ปัจจุบัน การติดตั้งเครื่องเติมอากาศพลังงานแสงอาทิตย์และการปลูกพืชน้ำในบางพื้นที่ยังคงช่วยสร้างประโยชน์ต่อเนื่อง ขณะที่ด้านการจัดการขยะ มีผู้เข้าร่วมการอบรมแล้วมากกว่า 2,000 คน ครอบคลุมทั้งผู้ค้าในตลาดและนักเรียน
ด้านนายชวลิต ทิพพาวนิช ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อมตะ ยู จำกัด กล่าวว่า การดำเนินโครงการที่ผ่านมา คือการทำให้ชุมชนเข้ามามีส่วนร่วมตั้งแต่การรับรู้ปัญหาไปจนถึงการร่วมดูแลพื้นที่เพราะการจัดการสิ่งแวดล้อมให้เกิดผลอย่างยั่งยืนไม่สามารถพึ่งพาหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่งได้
“อมตะ ยู จะทำหน้าที่เชื่อมโยงและประสานการทำงานของแต่ละภาคส่วนให้เดินไปในทิศทางเดียวกัน ทั้งการจัดการพื้นที่ การทำงานร่วมกับท้องถิ่น และการสร้างการมีส่วนร่วมของชุมชน เป้าหมายคือทำให้สิ่งที่เกิดขึ้นในโครงการไม่จบลงเมื่อกิจกรรมสิ้นสุด แต่สามารถพัฒนาเป็นรูปแบบการดูแลพื้นที่ที่ชุมชนสามารถนำไปใช้ต่อได้ด้วยตัวเอง” นายชวลิต กล่าว
ภายใต้ความร่วมมือครั้งนี้ ทุกฝ่ายจะร่วมกันดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่การประชาสัมพันธ์ข้อมูลและสร้างความรู้ด้านการจัดการน้ำเสียและขยะ การจัดกิจกรรมสร้างการมีส่วนร่วมของชุมชน การตรวจสอบและประเมินระบบบำบัดน้ำเสียของแหล่งกำเนิดในชุมชน ตลอดจนการดูแลบำรุงรักษาคลองและพื้นที่ริมคลอง รวมถึงการตรวจวัดคุณภาพน้ำตามจุดที่กำหนดเป็นประจำทุกเดือน เพื่อให้สามารถติดตามสถานการณ์และวางแนวทางแก้ไขได้อย่างเหมาะสม
โดยมีเป้าหมายสำคัญของโครงการ ที่ทำให้คุณภาพน้ำดีขึ้นหรือพื้นที่สะอาดขึ้น และสร้างระบบการจัดการร่วมกันกับทุกฝ่ายให้มีบทบาทและความรับผิดชอบร่วมกัน ตั้งแต่หน่วยงานภาครัฐและท้องถิ่น ผู้ประกอบการ ไปจนถึงประชาชนในพื้นที่
การเดินหน้าสู่ระยะที่ 4 สะท้อนแนวทางของอมตะในการพัฒนาเมืองอุตสาหกรรมที่ให้ความสำคัญกับพื้นที่โดยรอบไปพร้อมกัน โดยมุ่งให้การเติบโตของภาคอุตสาหกรรมสามารถอยู่ร่วมกับชุมชนและสิ่งแวดล้อมได้อย่างสมดุล พร้อมต่อยอดองค์ความรู้จากพื้นที่หนึ่งไปสู่พื้นที่อื่น เพื่อสร้างรูปแบบการจัดการสิ่งแวดล้อมที่สามารถขยายผลได้อย่างเป็นรูปธรรมในระยะยาว

Symbol: AMATA
