วว. ร่วมเป็นเกียรติในพิธีเปิดงานแสดงสินค้าเพื่อธุรกิจความงามระดับโลก “COSMOPROF ASEAN  BANGKOK  2022”

วว. ร่วมเป็นเกียรติในพิธีเปิดงานแสดงสินค้าเพื่อธุรกิจความงามระดับโลก “COSMOPROF ASEAN  BANGKOK  2022” พร้อมโชว์นิทรรศการผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางจากสารสกัดพืชอัตลักษณ์/สมุนไพรไทย ในโครงการ Thai Cosmetopia

นายสายันต์  ตันพานิช รองผู้ว่าการวิจัยและพัฒนาด้านอุตสาหกรรมชีวภาพ  สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) กระทรวงการอุดมศึกษา  วิทยาศาสตร์  วิจัยและนวัตกรรม  (อว.)   ร่วมเป็นเกียรติในพิธีเปิดงาน  COSMOPROF  ASEAN  BANGKOK  2022 งานแสดงสินค้าเพื่อธุรกิจความงามระดับโลกของอุตสาหกรรมความงามในภูมิภาคอาเซียน ซึ่งจัดโดย บริษัท อินฟอร์ม่า มาร์เก็ต ประเทศไทย และสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย  ระหว่างวันที่ 15–17  กันยายน 2565  ณ  Hall  9-10  อิมแพค  เมืองทองธานี โอกาสนี้ วว. โดย ศูนย์เชี่ยวชาญนวัตกรรมผลิตภัณฑ์สมุนไพร  สำนักจัดการเทคโนโลยีและนวัตกรรม  นำผลงานวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางจากโครงการขับเคลื่อนเศรษฐกิจสังคมไทยด้วยการสร้างสรรค์คุณค่าเครื่องสำอางตามเอกลักษณ์ท้องถิ่น หรือ Thai  Cosmetopoeia  ซึ่งนำองค์ความรู้ทางวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม  (วทน.) พัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ “นวัตอัตลักษณ์เครื่องสำอางและผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพของไทย” ร่วมจัดแสดงในรูปแบบสารสกัดและพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์พร้อมจำหน่ายในเชิงพาณิชย์   ณ  บูธ N 47     ได้แก่

ครีมชะลอวัยเมือกหอยทากผสมสารสกัดสมุนไพร อัตลักษณ์จากจังหวัดนครนายก  โดย วว. สกัดเมือกหอยทากไทยสายพันธุ์อาช่า ซึ่งมีคอลลาเจน อีลาสติน และสารปฏิชีวนะธรรมชาติ  ช่วยต้านเชื้อจุลินทรีย์ โดยสารไกลโคลิกแอซิดในเมือกหอยทากจะแทรกซึมเข้าชั้นผิวหนังได้ดี ช่วยเร่งการสังเคราะห์คอลลาเจนในชั้นผิวหนัง

 เครื่องสำอางนาโนจากสารสกัดเมล็ดมะขาม พืชอัตลักษณ์จากจังหวัดเพชรบูรณ์ วว. เพิ่มมูลสกัดสารสำคัญจากเปลือกมะขาม พัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพและความงามในรูปของนาโนอิมัลชัน ที่มีขนาดเล็กในระดับอนุภาคนาโนสามารถซึมผ่านผิวหนังชั้นบน เพื่อไปออกฤทธิ์ยังเซลล์เป้าหมายในชั้นใต้ผิวหนังได้

ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวจากสารสกัดมังคุด พืชอัตลักษณ์หมู่บ้านคีรีวง จังหวัดนครศรีธรรมราช  วว. สกัดสารจากเปลือกมังคุดเขาคีรีวงที่อุดมไปด้วยเอนไซม์ไทโรซิเนส มีคุณสมบัติยับยั้งการสร้างเม็ดสีที่ก่อให้เกิดฝ้า  กระ ลดริ้วรอย มีอัลฟัลฟ่าในปริมาณสูงกว่ามังคุดทั่วไป นำมาพัฒนาเป็นเครื่องสำอางหลากหลายชนิดภายใต้แบรนด์เพ็ชรคีรี

เครื่องสำอางสีธรรมชาติจากห้อม พืชอัตลักษณ์จากจังหวัดแพร่    วว. พัฒนาเทคนิคเฉพาะสกัดสารสีน้ำเงินจากต้นห้อมได้ผงสีจากธรรมชาติ 100% ที่มีความคงตัวและปลอดภัยต่อดวงตา  นำไปใช้เป็นวัตถุดิบผลิตเครื่องสำอางต้นแบบหลากหลาย เช่น มาสคาร่าสบู่ เป็นต้น

ผลิตภัณฑ์เซรั่มจากดอกบัวแดง พืชอัตลักษณ์จากจังหวัดอุดรธานี   วว. ร่วมพัฒนาผลิตภัณฑ์จากดอกบัวแดง  โดยนำสารสกัดจาก วิสาหกิจชุมชนแชแล อุดรธานี  พัฒนากระบวนการสกัด วิเคราะห์สารสำคัญ Phytochemica  เชื่อมโยงการวิจัยของ วว. พร้อมทั้งประเมินความปลอดภัย ทดสอบฤทธิ์ทางชีวภาพและต่อยอดพัฒนาต้นแบบผลิตภัณฑ์เซรัมจากดอกบัวแดง  ที่มีสารอนุมูลอิสระ ช่วยยับยั้งการสร้างเมลานินต้านการอักเสบ ต้านเชื้อแบคทีเรียที่ก่อให้เกิดสิว

ผลิตภัณฑ์บำรุงเส้นผมจากใบหมี่ พืชอัตลักษณ์จากจังหวัดน่าน   วว. ได้พัฒนากระบวนการสกัดสารสำคัญคุณภาพสูงจากใบหมี่ เทียบเท่ากับระดับอุตสาหกรรม  สารสกัดที่ได้นำไปพัฒนาผลิตภัณฑ์ ช่วยยับยั้งเอ็นไซม์ 5 alpha reductase ลดการหลุดร่วงของเส้นผม  สร้างช่องทางธุรกิจให้แก่ชุมชนเป็นผู้จำหน่ายสารสกัดคุณภาพสูงได้มาตรฐานสากล

เครื่องสำอางจากชาใบเมี่ยง พืชอัตลักษณ์จากจังหวัดน่าน   วว. พัฒนาระบบสกัดศึกษาสารออกฤทธิ์ที่มีประโยชน์ต่อการบำรุงผิวหน้าจากชาเมี่ยง พัฒนาเป็นเครื่องสำอางจากชาใบเมี่ยงที่มีสารออกฤทธิ์ต้านการอักเสบจากการติดเชื้อ และต้านการอักเสบจากแสงแดด

แผ่นมาร์กชีทจากน้ำมะพร้าว พืชอัตลักษณ์จากจังหวัดสมุทรสงคราม  วว. นำน้ำมะพร้าวที่เหลือทิ้งจากการใช้อุตสาหกรรมแปรรูปมะพร้าว พัฒนาเป็น  Biocellulose  และต่อยอดเป็นแผ่นมาร์กชีท  ถือเป็น Biocellulose จากธรรมชาติที่มีความยืดหยุ่นสูงกระชับกับผิวหน้า

น้ำมันระเหยจากขิง พืชอัตลักษณ์จากจังหวัดเพชรบูรณ์   วว. สกัดน้ำมันหอมระเหยขิง ที่มีส่วนประกอบของ esquiterpenesช่วยบำรุงระบบทางเดินอาหาร  ช่วยย่อยอาหารลดอาการคลื่นไส้ และยังใช้เป็นน้ำมัน Aroma  สำหรับใช้นวดผ่อนคลาย

เครื่องสำอางจากน้ำผึ้งดอกลำไย     พืชอัตลักษณ์จากจังหวัดเชียงใหม่   วว. วิจัยพบว่า ในน้ำผึ้งแท้ มีปริมาณ Total phenolic phenolic  สูง   เหมาะสำหรับนำไปพัฒนาเป็นเครื่องสำอาง  สำหรับลดริ้วรอยให้ความชุ่มชื่นแก่ผิวหน้า

นอกจากการแสดงนิทรรศการผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางดังกล่าวแล้ว วว. ยังได้ให้คำปรึกษา/เจรจาธุรกิจ เพื่อสร้างความเข้มแข็งให้กับผู้ประกอบการด้วยวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม  พร้อมจัดแสดงภารกิจงานบริการวิเคราะห์ทดสอบจากศูนย์บริการนวัตกรรมเครื่องสำอางแบบครบวงจร (Innovative  Cosmetic  Services  Center : ICOS)  ซึ่ง  วว. จัดตั้งขึ้น เพื่อมุ่งเน้นการบริการผลิตเครื่องสำอางที่มีคุณภาพและมีมาตรฐาน ตามแนวทางวิธีการที่ดีในการผลิตเครื่องสำอางอาเซียน  โดย ศูนย์ฯ แห่งนี้สามารถตอบโจทย์ความต้องการของผู้ประกอบการ ด้วยการให้บริการที่เป็น Total Solution เบ็ดเสร็จและครบวงจร สามารถพัฒนาศักยภาพและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางจากผู้ประกอบการ วิสาหกิจชุมชน วิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) และ Startup เป็นกลไกสำคัญในการผลักดันเศรษฐกิจผ่านการวิจัยพัฒนาและสร้างนวัตกรรมตามนโยบายของรัฐบาล  (ในวันที่ 15 กันยายน  2565  @ อิมแพค เมืองทองธานี)

ที่มา: สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย