ย้ำความสำคัญของระบบห่วงโซ่ความเย็นที่ตรวจสอบได้ด้วยข้อมูล (Chain of Evidence) สอดรับทิศทางสากล หลัง WHO เข้าตรวจประเมินระบบวัคซีนไทย

บริษัท ซีอีที มาร์เก็ตติ้งแอนด์ดีสทริบิวชั่น จำกัด (CET) ผู้เชี่ยวชาญด้านบริการโลจิสติกส์และคลังสินค้าควบคุมอุณหภูมิสำหรับยาและเวชภัณฑ์ เปิดเผยข้อมูลและมุมมองต่อสถานการณ์ห่วงโซ่ความเย็น (Cold Chain Logistics) ระดับโลก โดยอ้างอิงรายงานขององค์การอนามัยโลก (WHO) ผ่าน Gavi/VaccinesWork ซึ่งระบุว่า วัคซีนมากกว่า 50% ทั่วโลกต้องสูญเปล่า (Wastage) จากปัจจัยต่างๆ ทั้งการหมดอายุ ความเสียหายในการจัดการ และอุณหภูมิหลุดช่วงมาตรฐาน พร้อมชี้ว่าระบบ Cold Chain ที่ได้มาตรฐานและตรวจสอบย้อนกลับได้ด้วยข้อมูล คือกุญแจสำคัญในการรักษาประสิทธิภาพยาและป้องกันความสูญเสียทางธุรกิจ
จากรายงานระบุว่า วัคซีนส่วนใหญ่จำเป็นต้องจัดเก็บและขนส่งภายใต้ช่วงอุณหภูมิวิกฤต 2–8 องศาเซลเซียส ตามเกณฑ์ของโครงการสิ่งแวดล้อมแห่งสหประชาชาติ (UNEP) หากอุณหภูมิเบี่ยงเบนไปเพียงไม่กี่ชั่วโมง ประสิทธิภาพของวัคซีนอาจเสื่อมลงในระดับโมเลกุลโดยไม่ปรากฏร่องรอยความเสียหายภายนอก ส่งผลให้ต้องทำลายทิ้งทั้งล็อต ก่อให้เกิดผลกระทบเป็นลูกโซ่ ทั้งการสูญเสียมูลค่าตัวยา ค่าขนส่ง ค่าจัดเก็บ ตลอดจนกระทบต่อความปลอดภัยของผู้ป่วย
นอกจากนี้ ตลาดวัคซีนทั่วโลกยังเผชิญความผันผวนสูง โดยรายงาน WHO Global Vaccine Market Report 2024 ระบุว่า ปริมาณการใช้วัคซีนในปี 2023 อยู่ที่ราว 7,000 ล้านโดส ลดลงเกือบครึ่งหนึ่งเมื่อเทียบกับปี 2022 ส่งผลให้มูลค่าตลาดลดลงถึง 47,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ทำให้การบริหารจัดการต้นทุนและการป้องกันสินค้าสูญหายกลายเป็นภารกิจเร่งด่วนขององค์กรด้านสุขภาพ ขณะเดียวกัน ประเทศไทยยังได้รับการตรวจประเมินระบบการสร้างเสริมภูมิคุ้มกัน (EPI) จาก WHO Thailand เมื่อเดือนกันยายน 2025 ที่ผ่านมา ส่งผลให้มาตรฐานการจัดเก็บและกระจายวัคซีนของไทยถูกจับตามองในระดับสากลมากยิ่งขึ้น
CET ได้เสนอแนะ 4 แนวทางสำคัญสำหรับสถานพยาบาล บริษัทยา และผู้จัดซื้อ ในการคัดเลือกผู้ให้บริการขนส่งยาและวัคซีน:1. ตรวจสอบ Chain of Evidence: ผู้ให้บริการต้องมีรายงานบันทึกอุณหภูมิตลอดเส้นทาง (Data Logger) ที่ตรวจสอบได้จริงทุกเที่ยว2. มีเกณฑ์ตรวจรับสินค้าที่ชัดเจน (Receiving Checklist): เพื่อให้ผู้รับมอบปลายทางสามารถตรวจสอบความสมบูรณ์ก่อนลงนาม3. การรับรองมาตรฐานสากล: ต้องได้รับการรับรองมาตรฐาน GSDP (Good Storage and Distribution Practices) และ ISO 9001:2015 ที่มีผลบังคับใช้จริง4. แผนรองรับเหตุฉุกเฉิน (Incident SOP): มีขั้นตอนการตัดสินใจและการบันทึกรายงานที่ชัดเจนเมื่อเกิดภาวะอุณหภูมิเบี่ยงเบน
ทั้งนี้ CET ดำเนินธุรกิจขนส่งและคลังสินค้าควบคุมอุณหภูมิ (2–8°C, 15–25°C และ -20°C) ภายใต้การรับรองมาตรฐาน GSDP, ISO 9001:2015 และ PMI โดยเปิดเผยตัวชี้วัดประสิทธิภาพ (KPI) อย่างโปร่งใส อาทิ อัตราเที่ยวขนส่งที่อุณหภูมิผิดปกติเพียง 0.01%, อัตราความแม่นยำในการหยิบสินค้า (Picking Error) ต่ำกว่า 0.04% และอัตราการจัดส่งตรงเวลา 98–99% ในเขตกรุงเทพฯ รองรับปริมาณงานมากกว่า 10,000 ออเดอร์ต่อปี เพื่อสร้างความมั่นใจสูงสุดแก่ระบบสาธารณสุขไทย

