“แอมแพร์” ส่งอากาศยานภูมิภาคระบบไฟฟ้า-ไฮบริดขึ้นบินครั้งแรก

เครื่องบินรุ่นอีโค คาราวาน ช่วยลดการใช้เชื้อเพลิงและการปล่อยมลพิษ กรุยทางสู่การปฏิวัติเพื่อความยั่งยืน

อีโค คาราวาน (Eco Caravan) เครื่องบินภูมิภาคขนาด 9 ที่นั่ง ของบริษัทแอมแพร์ (Ampaire) ทำการบินครั้งแรกด้วยระบบขับเคลื่อนไฟฟ้าไฮบริดแบบครบวงจร โดยแอมแพร์คาดว่าเครื่องบินลำดังกล่าวจะเป็นเครื่องบินภูมิภาคที่ใช้พลังงานไฟฟ้าลำแรกที่ให้บริการในเชิงพาณิชย์ (จะมีการรับรองในปี 2567) และเป็นเครื่องบินลำแรกในหมู่เครื่องบินไฟฟ้าไฮบริดลำใหญ่ขึ้นของแอมแพร์ ที่จะกรุยทางให้กับการเปลี่ยนผ่านสู่การบินอย่างยั่งยืน

“การบินเป็นอุตสาหกรรมที่ลดคาร์บอนได้ยากที่สุด” เควิน เนิร์ทเคอร์ (Kevin Noertker) ซีอีโอของแอมแพร์ กล่าว “เครื่องบินไฟฟ้าเต็มรูปแบบมีช่วงบินจำกัด เพราะน้ำหนักและความจุของแบตเตอรี่รุ่นปัจจุบัน แต่เครื่องบินไฟฟ้าไฮบริดยังรักษาช่วงบินและประโยชน์ใช้สอยแบบในเครื่องบินปัจจุบันเอาไว้ได้ นั่นคือเหตุผลที่เรามุ่งเน้นให้เครื่องบินภูมิภาคที่มีศักยภาพสูงขึ้นมีระบบขับเคลื่อนไฟฟ้าไฮบริด เพราะเป็นวิธีที่ทำให้อุตสาหกรรมการบินลดการปล่อยคาร์บอนได้เร็วขึ้น และยังได้ประโยชน์จากต้นทุนการดำเนินงานที่ลดลงอีกด้วย”

ความสำเร็จที่โดดเด่นในวันนี้เป็นส่วนเสริมให้กับโปรแกรมที่ดึงดูดลูกค้าหลักและผู้เข้าร่วมโปรแกรมในช่วงไม่กี่เดือนนี้ โดยในเดือนตุลาคม บริษัทฯ ได้ประกาศความสัมพันธ์กับแอร์ฟรานซ์ อินดัสตรีส์ เคแอลเอ็ม เอ็นจิเนียริง แอนด์ เมนเทนแนนซ์ (Air France Industries KLM Engineering and Maintenance หรือ AFI KLM E&M) ครอบคลุมบริการบำรุงรักษาและบริการสนับสนุนต่าง ๆ ทั่วโลก และในเดือนที่แล้วเช่นกัน แอมแพร์ยังได้รับคำสั่งประกอบอีโค คาราวาน จำนวน 50 ลำ จากมอนเต (MONTE) ผู้ให้ทุนสนันสนุนเทคโนโลยีการบินภูมิภาคที่ยั่งยืน โดยคุณเนิร์ทเคอร์ กล่าวว่า “ความสัมพันธ์ในลักษณะนี้ทำให้มั่นใจได้ว่าลูกค้าของแอมแพร์ทั่วโลก จะได้รับการสนับสนุนทางการเงินและการเช่าที่น่าสนใจ ควบคู่ไปกับการสนับสนุนระดับโลก ในด้านการบำรุงรักษา / ซ่อมแซม/ยกเครื่อง” 

เที่ยวบินแรกที่ “ราบรื่นและสงบเงียบ”

อีโค คาราวาน ยกระดับเซสส์นา แกรนด์ คาราวาน (Cessna Grand Caravan) รุ่นมาตรฐาน ด้วยระบบขับเคลื่อนแบบบูรณาการ ซึ่งประกอบด้วยเครื่องยนต์จุดระเบิดด้วยแรงอัดและเครื่องยนต์ไฟฟ้าของแอมแพร์ ขณะที่ชุดแบตเตอรี่ในแฟริงลำตัว (body fairing) ช่วยให้เครื่องบินจุผู้โดยสารและสินค้าได้มาก

เที่ยวบินแรกเพื่อทดสอบระบบขับเคลื่อนเบื้องต้นใช้เวลาบิน 33 นาที โดยมีนักบินทดสอบ เอลเลียต เซกูอิน (Elliot Seguin) เป็นนักบิน นำอีโค คาราวาน ออกเดินทางจากสนามบินคามาริลโล ทางตอนเหนือของลอสแองเจลิส เมื่อเวลา 7:49 น. ตามเวลามาตรฐานแปซิฟิก (PST) ไต่ระดับเต็มกำลังขึ้นไปถึงระดับ 3,500 ฟุต ผสานกำลังจากทั้งเครื่องยนต์สันดาปและเครื่องยนต์ไฟฟ้า จากนั้นเซกูอินก็เบาเครื่องสู่สถานะร่อนเพื่อลดภาระของทั้งสองแหล่งพลังงาน เขาใช้เวลาประมาณ 20 นาทีในการทดสอบการตั้งค่าพลังงานต่าง ๆ พร้อมศึกษาอุณหภูมิและค่าอื่น ๆ ที่อ่านได้ ก่อนที่จะลดระดับและวกกลับคามาริลโลโดยตั้งค่าใช้พลังงานต่ำ “ระบบขับเคลื่อนของอีโค คาราวาน ทำงานได้ตามที่คาดไว้” เซกูอิน กล่าว “มันราบรื่นและสงบเงียบ การอ่านค่าอุณหภูมิและพลังงานทั้งหมดเป็นปกติ”

การปล่อยมลพิษสุทธิเป็นศูนย์ด้วย SAF

อีโค คาราวาน ช่วยลดการใช้เชื้อเพลิงและการปล่อยมลพิษได้ถึง 70% การปล่อยมลพิษจะเกือบเป็นศูนย์เมื่อใช้เชื้อเพลิงการบินที่ยั่งยืน ต้นทุนการดำเนินงานลดลง 25 ถึง 40% ตามโครงสร้างเส้นทางของสายการบิน ต้นทุนที่นั่งต่อไมล์ใกล้เคียงกับการขับ

เครื่องบินไฟฟ้าไฮบริดลำนี้มีระยะบิน/ความสามารถในการบรรทุกเหมือนแกรนด์ คาราวาน และในความเป็นจริงก็ยังสามารถบินได้ไกลกว่าแกรนด์ คาราวาน ที่มีผู้โดยสารแปดคนเสียอีก โดยมีระยะบินสูงสุดไกลกว่า 1,000 ไมล์ ซึ่งระยะบินและความสามารถในการบรรทุกของอีโค คาราวาน นั้นแตกต่างอย่างชัดเจนกับแบบไฟฟ้าล้วน, ไฟฟ้า-ไฮโดรเจน และแม้แต่ไฟฟ้าไฮบริดแบบอื่น ๆ

อีโค คาราวาน ชาร์จแบตเตอรี่ได้ทั้งขณะบินและที่สถานีชาร์จภาคพื้นดิน และด้วยข้อจำกัดเรื่องโครงสร้างพื้นฐานการชาร์จที่จะยังคงมีอยู่ต่อไปอีกนานหลายปี ความสามารถในการทำงานโดยไม่ต้องพึ่งการชาร์จภาคพื้นดินจึงมีความสำคัญอย่างยิ่งต่ออีโค คาราวาน

ครั้งแรกในเครื่องบินพลังงานไฟฟ้ารุ่นใหม่ที่ยั่งยืน

เทคโนโลยีการขับเคลื่อนของอีโค คาราวาน สามารถปรับขยายให้เข้ากันได้กับเครื่องบินภูมิภาคลำใหญ่ขึ้น ไปจนถึงเครื่องบินแบบมีช่องทางเดินเดียว แอมแพร์วางแผนที่จะเปิดตัวระบบขับเคลื่อนที่ทรงพลังมากขึ้นสำหรับเครื่องบินที่ลำใหญ่ขึ้นในเร็ว ๆ นี้ ตามแนวทางการสร้างบล็อคที่จะยกระดับความยั่งยืนของการดำเนินงานของสายการบิน

“เราภูมิใจในอีโค คาราวาน เรามองว่านี่คือก้าวแรกสู่ระบบขับเคลื่อนไฟฟ้าไฮบริดที่ใหญ่ขึ้น และระบบที่ปล่อยมลพิษเป็นศูนย์ในท้ายที่สุด เมื่อเทคโนโลยีการเก็บพลังงานก้าวหน้าขึ้น” เนิร์ทเคอร์ กล่าว

ออกสู่ตลาดเป็นรายแรก

แอมแพร์กำลังทำงานร่วมกับ FAA เพื่อรับรองอีโค คาราวาน ในปี 2567 ในหมวด STC (supplemental type certificate) ซึ่งวิธีของแอมแพร์จะต่างจากรายอื่น ตรงที่ไม่จำเป็นต้องใช้โปรแกรมการรับรองเครื่องบินเต็มรูปแบบ ซึ่งใช้เวลานานและมีราคาแพงมาก โดยแกรนด์ คาราวาน ได้รับการรับรองจาก FAA ไปก่อนหน้านี้แล้ว และแอมแพร์จะรับรองว่าเป็นการบินด้วยระบบขับเคลื่อนใหม่

“การเปิดตัวการบินแบบไฟฟ้าไฮบริดไม่ใช่เรื่องง่าย แต่เราทำให้ง่ายขึ้น ด้วยการอัพเกรดเครื่องบินที่ผ่านการรับรองแล้ว” เนิร์ทเคอร์ กล่าว “เราจะเข้าสู่ตลาดได้รวดเร็วยิ่งขึ้น และช่วยให้สายการบินต่าง ๆ ทั่วโลก เริ่มได้รับประสบการณ์ในการดำเนินงานด้วยการขับเคลื่อนรูปแบบใหม่นี้ และเราจะทำงานร่วมกับพวกเขาในโมเดลใหม่ ๆ ต่อจากนี้ เพื่อให้เป็นไปตามข้อกำหนดด้านเครือข่ายของพวกเขา”

หมายเหตุถึงสื่อ: รับชมวิดีโอเที่ยวบินแรกได้ในวันนี้ www.ampaire.com/press

เกี่ยวกับแอมแพร์

แอมแพร์ (Ampaire) ซึ่งมีฐานอยู่ในลอส แองเจลิส ก่อตั้งขึ้นในปี 2559 โดยมีพันธกิจมุ่งเป็นผู้พัฒนาเครื่องบินไฟฟ้าที่ใช้งานได้จริงและน่าสนใจที่ได้รับความไว้วางใจมากที่สุดในโลก บริษัทกำลังอัปเกรดเครื่องบินโดยสารที่มีอยู่ให้ใช้พลังงานไฟฟ้าแบบไฮบริด ซึ่งเป็นวิธีที่เร็วและคุ้มค่าที่สุดในการทำให้การเดินทางทางอากาศด้วยไฟฟ้าในเชิงพาณิชย์เป็นจริงได้ด้วยเทคโนโลยีที่มีอยู่ แอมแพร์สร้างชื่อเป็นเจ้าแรกในอุตสาหกรรมมาหลายครั้ง นับตั้งแต่การบินทดสอบเครื่องบินทดสอบเทคโนโลยี Electric EEL เป็นครั้งแรกเมื่อปี 2562 รวมถึงเที่ยวบินที่ยาวที่สุดสำหรับเครื่องบินไฟฟ้าไฮบริด คือ 1,135 ไมล์ ระหว่างเส้นทางจากลอส แองเจลิส ไปยังเมืองออชคอช รัฐวิสคอนซิน สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับแอมแปร์ https://www.ampaire.com/

สำหรับแอมแพร์

เจฟฟ์ มิลเลอร์ (Jeff Miller)
อีเมล: jeff.miller@ampaire.com
อีเมล: press@ampaire.com

รูปภาพ – https://mma.prnewswire.com/media/1951510/Ampaires_Eco_Caravan.jpg
โลโก้ – https://mma.prnewswire.com/media/1920709/Ampaire_Logo.jpg 

ที่มา: พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์