SCG Logistics เปิดเส้นทางขนส่งใหม่ ด้วยรถไฟ ลาว-จีน เพิ่มโอกาสทางธุรกิจให้ผู้ประกอบการไทย ประหยัดค่าขนส่งได้สูงสุด 20%

บริษัท เอสซีจี โลจิสติกส์ แมเนจเม้นท์ จำกัด ผู้นำด้านโลจิสติกส์แบบครบวงจรของไทย ทั้งในและต่างประเทศ เผยแผนธุรกิจบริการขนส่งข้ามแดน (Cross Border Service) คาดการณ์ปี 2565 รายได้รวม 650 ล้านบาท โฟกัสเส้นทาง ไทย-ลาว-จีน หวังขยายโอกาสทางธุรกิจให้ผู้ประกอบการไทยมากยิ่งขึ้น ด้วยการขนส่งทางรางที่จะช่วยลดต้นทุนค่าขนส่งจากหน้าโรงงานถึงปลายทางในจีน (Door to Door Service) ได้สูงสุดถึง 20% พร้อมบริการนำเข้า-ส่งออก พิธีการศุลกากร แบบ One Stop Service ง่าย ครบ จบในที่เดียว

นายไพฑูรย์ จิรานันตรัตน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอสซีจี โลจิสติกส์ แมเนจเม้นท์ จำกัด กล่าวถึงความพร้อมของการขยายเส้นทางขนส่งทางราง ไทย-ลาว-จีน ว่า ปัจจุบันการค้าระหว่างไทย-จีน มีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยในปี 2564 ที่ผ่านมา มีมูลค่าการส่งออกจากไทยไปจีนกว่า 1.2 ล้านล้านบาท โดยเป็นการค้าผ่านแดนไทย-จีน มูลค่ารวม 366,970 ล้านบาท แบ่งเป็นการส่งออกมูลค่า 194,820 ล้านบาท และการนำเข้ามูลค่า 172,150 ล้านบาท ผ่านรูปแบบการขนส่งทั้งทางรถ เรือ และเครื่องบิน และจากโครงการรถไฟความเร็วสูงที่เชื่อมคุนหมิงของจีนกับเวียงจันทน์ของ สปป.ลาว เข้าด้วยกัน ซึ่งอยู่ภายใต้ยุทธศาสตร์ Belt and Road Initiative (BRI) ที่มีระยะทางรวมกว่า 1,020 กิโลเมตร เมื่อนำมาเปรียบเทียบกับการขนส่งทางรถด้วยเส้นทาง เชียงราย – คุนหมิง จะสามารถลดระยะเวลาในการขนส่งจากเดิมประมาณ 2 วัน เหลือเพียง 10-15 ชม. และเมื่อเทียบกับการขนส่งทางเรือ หรือ sea freight จะทำให้ประหยัดต้นทุนด้านโลจิสติกส์ได้สูงสุดถึง 20% ในหลายปลายทาง อาทิ คุนหมิง เฉิงตู ฉงชิ่ง เป็นต้น โดยการขนส่งทางราง ยังเป็นเส้นทางการขนส่งที่มีความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุต่ำที่สุดอีกด้วย ดังนั้นเส้นทางรถไฟสายนี้จะช่วยเพิ่มศักยภาพในการขนส่งและเพิ่มความสามารถในการแข่งขันให้กับผู้ประกอบการไทยได้เป็นอย่างดี

เอสซีจี โลจิสติกส์ ยังเตรียมความพร้อมในการเชื่อมโยงการขนส่งทางรางกับทางรถเข้าไว้ด้วยกัน ด้วยบริการแบบ Door to Door Service โดยการรับตู้เปล่าจาก สปป.ลาว มาบรรจุสินค้าในกรุงเทพฯและปริมณฑล ก่อนขนส่งไปยังด่านหนองคาย จ.หนองคาย พร้อมทำการคืนตู้หนัก เคลียร์พิธีการขาออกจากไทย และพิธีการขาเข้า สปป.ลาว ที่ด่านท่าบก ท่านาแล้ง ให้ทั้งหมดแบบครบวงจร จากนั้นดำเนินการขนส่งสินค้าทางรางไปยังประเทศจีน เคลียร์พิธีการขาออกจาก สปป.ลาวและพิธีการขาเข้าประเทศจีนอีกครั้ง เพื่อลากตู้ต่อไปยังสถานีปลายทาง ซึ่งเอสซีจี โลจิสติกส์ ยังสามารถทำการกระจายสินค้าไปสู่มณฑลต่างๆ ได้ทั่วประเทศจีน โดยเอสซีจี โลจิสติกส์ได้ร่วมทุนกับบริษัท Jusda Supply Chain Management International บริษัทในเครือ Foxconn ก่อตั้งเป็นบริษัทร่วมทุน China ASEAN Supply Chain Management หรือ CAS เมื่อปี 2019 เพื่อให้บริการด้านโลจิสติกส์แบบครบวงจร มุ่งเน้นการให้บริการทางตอนใต้ของจีนและเชื่อมต่อกับประเทศในภูมิภาคอาเซียน ซึ่งบริการขนส่งทางราง ไทย – ลาว – จีน นี้ สามารถให้บริการได้ทุกกลุ่มสินค้า อาทิ กลุ่มสินค้าอาหาร พืชผัก/ผลไม้ สินค้าอุปโภคบริโภค สินค้าวัสดุก่อสร้าง และอื่นๆ โดยค่าบริการขนส่งในเส้นทาง ไทย-ลาว-จีน แบบ Door to Door Service จะเริ่มต้นอยู่ที่ประมาณ 150,000 บาท / FEUs นอกจากเส้นทาง ไทย-ลาว-จีน เอสซีจี โลจิสติกส์ ได้พัฒนาเครือข่ายการขนส่งข้ามชายแดน (Cross Border Service) โดยการสร้างฐานและขยายเครือข่ายผู้บริหารขนส่งในกลุ่มประเทศ Greater Mekong Subregion (GMS) ได้แก่ ประเทศไทย พม่า ลาว กัมพูชา เวียดนาม จีนตอนใต้ ซึ่งให้บริการครอบคลุมตั้งแต่งานพิธีการส่งออก รถขนส่งทั้งฝั่งไทย และรถขนส่งท้องถิ่น

โดยผู้ที่สนใจบริการด้านโลจิสติกส์ของเอสซีจี สามารถติดต่อ ได้ที่ www.scglogistics.co.th หรือหมายเลข 02-586-6777 หรือ Facebook : scglogistics

ที่มา: เอสซีจี