สรุปสาระสำคัญ

- ในปี 2025 AWS, Azure, Google Cloud และ Oracle Cloud Infrastructure (OCI) ได้ขยายกลุ่มผลิตภัณฑ์ผ่านขุมพลังเซิร์ฟเวอร์โปรเซสเซอร์ AMD EPYC™ เพื่อมอบประสิทธิภาพระดับผู้นำ ความคุ้มค่าด้านพลังงาน และนวัตกรรมที่ปรับแต่งให้เหมาะสมกับงาน (workload)
- อินสแตนซ์และบริการใหม่ ๆ ครอบคลุมทั้งด้าน AI, HPC (การประมวลผล ประสิทธิภาพสูง), ฐานข้อมูล และการประมวลผลทั่วไป โดยคาดว่าจะมีการเติบโตเพิ่มขึ้นอีกในปี 2026 และปีต่อ ๆ ไป
- Amazon เปิดเผยว่าอินสแตนซ์ที่ใช้โปรเซสเซอร์ EPYC มอบประสิทธิภาพ x86 ที่สูงที่สุดในระบบคลาวด์ของ AWS
ระบบนิเวศคลาวด์ที่เติบโตไปพร้อมกับ AMD
ปี 2025 นับเป็นปีแห่งความสำเร็จครั้งสำคัญของโปรเซสเซอร์ AMD EPYC™ ในวงการคลาวด์ สิ่งที่ดูเหมือนเป็นรายการการใช้งานบนคลาวด์ที่ยาวเหยียด แท้จริงแล้วคือเรื่องราวเดียวกัน
ในธุรกิจกลุ่ม Hyperscaler, OEM, ผู้ให้บริการคลาวด์ และระบบคลาวด์ AI ที่เติบโตอย่างรวดเร็ว ภาคอุตสาหกรรมต่างเลือกใช้โปรเซสเซอร์ AMD เพื่อประสิทธิภาพ ความประหยัดพลังงาน ฟีเจอร์ความปลอดภัย และความสามารถในการขยายขนาด
นับตั้งแต่เริ่มแนะนำอินสแตนซ์ที่ใช้โปรเซสเซอร์ AMD EPYC ครั้งแรกในปี 2018 AWS ได้ขยายกลุ่มผลิตภัณฑ์อย่างต่อเนื่อง ในปี 2025 AWS ได้สานต่อทิศทางดังกล่าวด้วยคลื่นลูกใหม่ของข้อเสนอที่ใช้โปรเซสเซอร์ 5th Gen AMD EPYC ซึ่ง Amazon เผยว่ามอบประสิทธิภาพ x86 ที่สูงที่สุดในบริการคลาวด์ของ AWS
กลุ่มผลิตภัณฑ์ตระกูล EC2 รุ่นล่าสุดที่ใช้โปรเซสเซอร์ EPYC ตอกย้ำความก้าวหน้านี้ด้วยชุดรูปแบบอินสแตนซ์ที่ปรับแต่งมาอย่างเหมาะสม ออกแบบตามวิธีการทำงานขององค์กรในสเกลใหญ่ โดย EC2 C8a ได้เพิ่มแบนด์วิดท์หน่วยความจำขึ้น 33% จากรุ่นก่อนหน้า ในขณะที่ EC2 X8aedz ให้ประสิทธิภาพการประมวลผลเพิ่มเป็นสองเท่าเมื่อเทียบกับอินสแตนซ์ x2iezn ที่ใช้โปรเซสเซอร์ 2nd generation Intel Xeon ช่วยเร่งการทำงานของเวิร์กโหลด EDA ที่มีความซับซ้อนและลดวงจรการออกแบบให้สั้นลง
อินสแตนซ์อื่น ๆ ที่ใช้ขุมพลังโปรเซสเซอร์ EPYC ประกอบด้วย EC2 R8a (เน้นหน่วยความจำ), EC2 Hpc8a (ประสิทธิภาพสูงเน้นงาน HPC), และ EC2 M8a ที่มอบประสิทธิภาพอเนกประสงค์สำหรับการใช้งานทั่วไป
ในตระกูลอินสแตนซ์โปรเซสเซอร์ EPYC ใหม่ทั้งหมดนี้ นักพัฒนาและองค์กรสามารถย้ายเวิร์กโหลดที่เคยทำภายในองค์กร (on-premise) ไปยัง AWS cloud ได้ โดยได้รับความเร็ว ความยืดหยุ่น และความคุ้มค่าที่ดีขึ้นเมื่อเทียบกับอินสแตนซ์ EPYC รุ่นก่อนหน้า
ไม่ว่าจะเป็นการขับเคลื่อนระบบการวิเคราะห์ยุคใหม่, ฐานข้อมูลที่มีปริมาณงานสูง (high-throughput), การสร้างแบบจำลองทางวิทยาศาสตร์ หรือกระบวนการวิศวกรรมดิจิทัล อินสแตนซ์ที่ใช้ขุมพลังโปรเซสเซอร์ AMD EPYC ใน AWS กำลังขับเคลื่อนขีดความสามารถใหม่ ๆ ที่ไม่สามารถทำได้จริงในสเกลระดับนี้ก่อนปี 2025
Google Cloud: ขยายขอบเขตความสามารถของโปรเซสเซอร์ EPYC
วิวัฒนาการที่ต่อเนื่องของคลาวด์คอมพิวติ้งต้องการแพลตฟอร์มที่มอบประสิทธิภาพระดับก้าวกระโดด ความประหยัดพลังงาน และความสามารถในการขยายขนาดในเวิร์กโหลดที่หลากหลาย ตั้งแต่แอปพลิเคชันธุรกิจทั่วไปไปจนถึงด้าน HPC และ AI
สิ่งนี้เห็นได้ชัดจากการที่ Google Cloud นำโปรเซสเซอร์ 5th Gen AMD EPYC มาใช้ขับเคลื่อนกลุ่มผลิตภัณฑ์ VM ตระกูลต่าง ๆ ได้แก่ C4D, N4D, H4D และ G4
Google Cloud สามารถนำเสนอ VM ที่ช่วยให้องค์กรรันงานเว็บ, องค์กร, AI และ HPC ได้อย่างรวดเร็วและคุ้มค่าขุมพลังของ AMD ลูกค้าสามารถขยายขนาดแอปพลิเคชันระดับโลกด้วย throughput ที่สูงและ latency ต่ำ ช่วยปกป้องข้อมูลสำคัญผ่านฟีเจอร์ความปลอดภัยระดับฮาร์ดแวร์ และย้ายเวิร์กโหลดแบบเดิมขึ้นสู่คลาวด์ได้อย่างมั่นใจ
VM แต่ละตัวออกแบบมาเพื่อส่งมอบความสมดุลที่เหมาะสมระหว่างประสิทธิภาพและต้นทุนรวม (TCO)
C4D VM ช่วยเสริมประสิทธิภาพด้านเวิร์กโหลดงานทั่วไปที่ไวต่อประสิทธิภาพด้วย Web server throughput ที่สูงขึ้นถึง 80% เทียบกับรุ่นก่อนหน้าพร้อมตัวเลือกการประมวลผลบนคลาวด์ที่มีการปกป้องข้อมูลระหว่างการประมวลผล (confidential computing) ในขณะที่ N4D VM รุ่นใหม่มอบโซลูชันที่คุ้มค่าด้วยต้นทุน/ประสิทธิภาพ (price-performance) ที่ดีขึ้นถึง 3.5 เท่าสำหรับงานด้าน web-serving เมื่อเทียบกับรุ่น N2D เดิม รวมถึงรูปแบบ VM ที่ปรับแต่งได้ ทางด้าน H4D HPC VM นั้นมอบประสิทธิภาพด้านโหนดประมวลผลที่มากกว่า 12,000 gflops และแบนด์วิดท์หน่วยความจำมากกว่า 950 GB/s สำหรับงานคำนวณทางเทคนิคที่ต้องการทรัพยากรสูง ตามผลการทดสอบของ Google
Microsoft Azure: หนึ่งในพอร์ตโฟลิโอ AMD ที่ครอบคลุมที่สุด
Microsoft Azure ยังคงขยายบริการที่ใช้ขุมพลังโปรเซสเซอร์ EPYC อย่างต่อเนื่อง
ปีที่ผ่านมา Azure เปิดตัว VM หลายรุ่นเพื่อตอบโจทย์เวิร์กโหลดงานที่หลากหลาย รวมถึงกลุ่มผลิตภัณฑ์ตระกูล Dasv7, Easv7 และ Fasv7 ที่ปรับปรุงประสิทธิภาพแอปพลิเคชันด้าน web server ถึง 130% เมื่อเทียบกับรุ่นก่อน ทางด้าน HBv5 VM ส่งมอบแบนด์วิดท์หน่วยความจำ สูงถึง 6.6 TB/s สำหรับงานด้าน HPC และ storage ตระกูล Laosv4 กับ Lasv4 VM โดยมอบ NVMe storage ภายในที่มีความหน่วงต่ำสำหรับลูกค้าที่มีเวิร์กโหลดข้อมูลมหาศาล นอกจากนี้ Azure ยังได้เปิดตัว NVads V710 v5 ซึ่งเป็น VM ที่เร่งความเร็วด้วยกราฟิกการ์ด (GPU) สำหรับงานด้านกราฟิก และขยายบริการด้านการประมวลผลแบบปกป้องข้อมูล (confidential computing) ด้วย DCasv6 และ ECasv6 confidential VM
confidential computing จะแยกโมเดล AI, ข้อมูล และเวิร์กโหลดไว้ในสภาพแวดล้อมการทำงานที่เชื่อถือได้ระดับฮาร์ดแวร์ (TEEs) ผ่านหน่วยความจำที่เข้ารหัสและป้องกันการแก้ไข ด้วย AMD Secure Encrypted Virtualization (SEV) โมเดล AI ที่เป็นความลับและข้อมูลที่มีความอ่อนไหวสูงจะได้รับการปกป้องในขณะใช้งาน ผู้ให้บริการคลาวด์ชั้นนำทั้งหมดได้ติดตั้งใช้งาน AMD SEV ในสเกลใหญ่ ซึ่งหมายความว่าลูกค้าทั้งรายใหญ่และเล็กสามารถใช้ประโยชน์จากระบบนิเวศ confidential computing ที่ล้ำสมัยและสมบูรณ์ที่สุดในอุตสาหกรรม
นอกจากนี้ Azure ยังได้เปิดตัว Microsoft SQL Server 2025 ที่รันบนโปรเซสเซอร์ AMD EPYC มอบประสิทธิภาพด้านฐานข้อมูลระดับ mission-critical สเกลใหญ่ด้วยประสิทธิภาพที่ยอดเยี่ยม
Oracle: ยกระดับการประมวลผลข้อมูล AI และองค์กร
Oracle Cloud Infrastructure (OCI) มุ่งเน้นการส่งมอบบริการคลาวด์ที่ปรับแต่งให้เหมาะสมกับเวิร์กโหลดองค์กรขนาดใหญ่ โดยมีโปรเซสเซอร์ AMD EPYC เป็นส่วนสำคัญในการช่วยให้วิสัยทัศน์นั้นเป็นจริง
การเปิดตัวอินสแตนซ์ E6 virtual machine และ bare metal ที่ขับเคลื่อนด้วยโปรเซสเซอร์ 5th Gen AMD EPYC ส่งมอบรากฐานประสิทธิภาพสูงและคุ้มค่าให้กับลูกค้าสำหรับเวิร์กโหลดขนาดใหญ่แบบกระจายตัว ช่วยให้การประมวลผลเร็วขึ้น ขยายขนาดได้มหาศาล และมีประสิทธิภาพมากขึ้นโดยไม่ต้องเปลี่ยนสถาปัตยกรรม และด้วย Flex VM shapes ของ Oracle องค์กรสามารถเลือกจำนวนหน่วยประมวลผลและหน่วยความจำที่ต้องการได้อย่างแม่นยำตามการขยายตัวของเวิร์กโหลด
ในด้านประสิทธิภาพยังได้ขยายไปถึงเลเยอร์ข้อมูล บริการ Oracle Exadata Database Service และ Oracle Autonomous Database ที่ขับเคลื่อนด้วยโปรเซสเซอร์ 5th Gen AMD EPYC ช่วยให้ลูกค้าปรับปรุงแพลตฟอร์มฐานข้อมูลหลักให้ทันสมัยด้วยประสิทธิภาพและความสม่ำเสมอที่เป็นเลิศทั้งในศูนย์ข้อมูลแบบ on-premise, บน Oracle cloud และแม้แต่บน คลาวด์หลักอื่น ๆ การจัดโครงสร้างพื้นฐานการประมวลผลและฐานข้อมูลให้สอดคล้องกันบนสถาปัตยกรรม AMD ทำให้ Oracle สามารถส่งมอบแพลตฟอร์มที่เป็นหนึ่งเดียวสำหรับการดำเนินงานขององค์กรที่ต้องใช้ข้อมูลมหาศาล
โปรเซสเซอร์ 5th Gen AMD EPYC ช่วยให้ Oracle สามารถส่งมอบการผสมผสานระหว่างพลัง ความสามารถในการขยายขนาด และความคุ้มค่าที่ยกระดับไปอีกขั้น เพื่อตอบสนองความต้องการของเวิร์กโหลดที่ซับซ้อนที่สุดในปัจจุบัน
อนาคตของคลาวด์บนเทคโนโลยี AMD
ในธุรกิจกลุ่ม Hyperscaler, CSP, องค์กร และคลาวด์ AI ที่เกิดขึ้นใหม่ ความต้องการขุมพลังโปรเซสเซอร์ AMD EPYC ยังคงเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว ผู้ให้บริการที่สร้างสรรค์ที่สุดในโลกต่างกำลังใช้ประโยชน์จาก AMD ไม่ใช่แค่เพื่อประสิทธิภาพ แต่เพื่อความคุ้มค่าด้านการใช้พลังงาน ความสามารถในการขยายขนาด และต้นทุนรวม
เมื่อเวิร์กโหลดมีความซับซ้อนมากขึ้น ทั้ง AI และ HPC ไปจนถึงการวิเคราะห์ขนาดใหญ่ SaaS และ confidential computing คลาวด์ต้องการรากฐานการประมวลผลที่ทัดเทียมกัน และ AMD กำลังส่งมอบสิ่งนั้น
ปี 2025 เป็นปีแห่งการเติบโตอย่างก้าวกระโดดของ AMD ในด้านระบบคลาวด์ แต่เรายังอยู่ในช่วงเริ่มต้นของความเป็นไปได้เท่านั้น เมื่อกลุ่มผลิตภัณฑ์ระดับชั้นนำทั้งโปรเซสเซอร์ กราฟิกการ์ด ระบบนิเวศแบบเปิด และนวัตกรรมคลาวด์ที่เติบโตรวดเร็วมาผสานรวมกันอย่างต่อเนื่อง
