กรมอนามัย ร่วมขับเคลื่อนแนวคิด “The Age of Longevity: Rethinking Systems for Longer Lives” เนื่องในวันผู้สูงอายุสากล (International Day of Older Persons) วันที่ 1 ตุลาคม 2569 ชวนผู้สูงอายุเพิ่มกิจกรรมทางกายอย่างเหมาะสม เพื่อคงความแข็งแรง ลดความเสี่ยงการพลัดตกหกล้ม และเพิ่ม “ปีสุขภาพดี” ให้สามารถเคลื่อนไหว ทำกิจวัตรประจำวัน และพึ่งพาตนเองได้นานที่สุด

นายแพทย์ธิติ แสวงธรรม อธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า กรมอนามัยมีแนวทางในการรับมือการก้าวสู่สังคมผู้อายุของประเทศไทยมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้สร้างสังคมอายุยืนอย่างมีคุณภาพ โดยให้ความสำคัญกับการมีสุขภาพดี และพึ่งพาตนเองได้ ทั้งนี้ หนึ่งในปัจจัยการมีสุขภาพดีของผู้สูงอายุ คือ การมีกิจกรรมทางกายอย่างสม่ำเสมอ เพื่อช่วยคงสมรรถภาพร่างกาย ชะลอความเสื่อม และลดความเสี่ยงโรค NCDs โดยผู้สูงอายุควรสะสมกิจกรรมทางกายอย่างน้อย 150 นาทีต่อสัปดาห์ และปรับรูปแบบหรือระดับความหนักให้เหมาะกับสภาพร่างกายของแต่ละคน ทั้งนี้ เนื่องในวันที่ 1 ตุลาคม 2569 เป็นวันผู้สูงอายุสากล กรมอนามัยขอเชิญชวนผู้สูงอายุ ครอบครัว ชุมชน และทุกภาคส่วน ร่วมกันสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเคลื่อนไหว เพื่อให้การมีอายุยืนเป็นชีวิตที่ยังคงแข็งแรง เคลื่อนไหวได้ และพึ่งพาตนเองได้ เพราะเป้าหมายของสังคมสูงวัยไม่ใช่เพียง “เพิ่มอายุขัย” แต่ต้อง “เพิ่มปีสุขภาพดีให้กับชีวิตที่ยืนยาว”
นายแพทย์ปกรณ์ ตุงคะเสรีรักษ์ รองอธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า การออกกำลังกายในผู้สูงอายุควรครอบคลุมทั้ง ความอดทนของระบบหัวใจและไหลเวียนเลือด ความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ การทรงตัว และความยืดหยุ่น เช่น เดินเร็ว ปั่นจักรยาน ใช้ยางยืดหรือน้ำหนักเบา ฝึกลุก–นั่งจากเก้าอี้ ฝึกการทรงตัว และยืดเหยียด โดยควรเริ่มจากระดับเบา ค่อย ๆ เพิ่มตามความสามารถ และไม่หักโหม ทั้งนี้ หัวใจสำคัญของการออกกำลังกาย คือ ความสม่ำเสมอและความปลอดภัย โดยไม่จำเป็นต้องเริ่มจากกิจกรรมหนัก เพียงเริ่มขยับจากสิ่งที่ทำได้ในแต่ละวัน และค่อย ๆ เพิ่มตามสมรรถภาพของตนเอง
นายแพทย์วันฉัตร ชินสุวาเทย์ ผู้อำนวยการกองกิจกรรมทางกายเพื่อสุขภาพ กล่าวว่า ผู้สูงอายุสามารถเพิ่มการเคลื่อนไหวได้จากกิจวัตรประจำวัน เช่น เดิน ทำงานบ้าน ทำสวน หรือทำกิจกรรมนันทนาการ ควบคู่กับการฝึกกล้ามเนื้อและการทรงตัว เพื่อช่วยคงความสามารถในการเคลื่อนไหวและลดความเสี่ยง การหกล้ม สำหรับผู้ที่มีโรคประจำตัวควรเลือกกิจกรรมให้เหมาะสม หากมีอาการหน้ามืด เวียนศีรษะ เจ็บหรือแน่นหน้าอกขณะออกกำลังกาย ควรหยุดกิจกรรมทันที

