กรมอนามัยย้ำ “อาหารสะอาด น้ำปลอดภัย และสุขอนามัยที่ดี” หัวใจสำคัญของการดูแลสุขภาพช่วงน้ำท่วม

กรมอนามัย ห่วงใยประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัย โดยเฉพาะเด็กเล็ก ผู้สูงอายุ และกลุ่มเปราะบาง ซึ่งอาจได้รับผลกระทบต่อสุขภาพมากกว่าประชาชนทั่วไป แนะให้ให้ความสำคัญกับ “อาหาร น้ำ และสุขอนามัย” ควบคู่กับการดูแลสุขภาพ เพื่อป้องกันการเจ็บป่วยและลดความเสี่ยงจากโรคที่มากับน้ำและสิ่งแวดล้อมในช่วงน้ำท่วม

แพทย์หญิงอัมพร เบญจพลพิทักษ์ อธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า สถานการณ์น้ำท่วมส่งผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตและสุขภาพของประชาชน เนื่องจากสภาพแวดล้อมอาจมีการปนเปื้อนของน้ำเสีย สิ่งปฏิกูล ขยะ และสิ่งสกปรก รวมถึงมีข้อจำกัดในการจัดหาอาหาร น้ำสะอาด การประกอบอาหาร และการขับถ่าย ซึ่งอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการเจ็บป่วย โดยเฉพาะโรคที่เกิดจากอาหารและน้ำไม่สะอาด เช่น โรคอุจจาระร่วง โรคอาหารเป็นพิษ โรคบิด โรคอหิวาตกโรค และโรคไวรัสตับอักเสบ เอ รวมถึงโรคที่สัมพันธ์กับการสัมผัสน้ำท่วมขังและสิ่งแวดล้อมที่ปนเปื้อน เช่น โรคไข้ฉี่หนูและโรคตาแดง ทั้งนี้ เด็กเล็ก ผู้สูงอายุ และผู้ที่มีสุขภาพเปราะบางควรได้รับการดูแลเป็นพิเศษ เนื่องจากอาจได้รับผลกระทบต่อสุขภาพได้มากกว่าประชาชนทั่วไป

นายแพทย์นเรศฤทธิ์ ขัดธะสีมา รองอธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า การจัดการอาหารและน้ำ โดยเฉพาะในศูนย์พักพิงชั่วคราว ควรดำเนินการอย่างถูกสุขลักษณะ เพื่อป้องกันการปนเปื้อนและการแพร่กระจายของเชื้อโรค อาหารควรปรุงสุกใหม่ เลือกใช้วัตถุดิบที่สะอาด และจัดเก็บอย่างเหมาะสม ผู้ประกอบอาหารต้องมีสุขอนามัย รวมถึงใช้อุปกรณ์และภาชนะที่สะอาด และควรบริโภคอาหารภายใน 2–4 ชั่วโมงหลังการปรุง สำหรับน้ำใช้ควรมีปริมาณเพียงพอและสะอาด โดยน้ำที่ผ่านการฆ่าเชื้อด้วยคลอรีนควรมีคลอรีนคงเหลืออิสระ 0.2–0.5 มิลลิกรัมต่อลิตร ส่วนน้ำดื่มบรรจุขวดควรตรวจสอบฉลาก แหล่งผลิต และสภาพภาชนะ โดยเฉพาะฝาปิดต้องอยู่ในสภาพสมบูรณ์และปิดสนิท และไม่มีร่องรอยการเปิดหรือปนเปื้อน เพื่อความปลอดภัยก่อนนำมาบริโภค

นายภิญญาพัชญ์ จุลสุข ผู้อำนวยการสำนักสุขาภิบาลอาหารและน้ำ กล่าวว่า นอกจากอาหารและน้ำแล้ว การดูแลสุขอนามัยส่วนบุคคลและสิ่งแวดล้อมมีความสำคัญเช่นกัน เนื่องจากประชาชนอาจต้องสัมผัสน้ำท่วมขัง ดินโคลน หรือสิ่งปฏิกูล จึงควรล้างมือด้วยน้ำสะอาดและสบู่เป็นประจำ โดยเฉพาะก่อนรับประทานอาหาร ก่อนเตรียมหรือปรุงอาหาร และหลังเข้าห้องน้ำ รวมทั้งร่วมกันดูแลความสะอาดของห้องน้ำและพื้นที่ส่วนกลาง แยกและทิ้งขยะอย่างเหมาะสม ไม่ควรเก็บอาหารไว้นานหรือสะสมอาหารไว้รับประทาน เนื่องจากสภาพแวดล้อมในช่วงน้ำท่วมอาจเอื้อต่อการเน่าเสียและการปนเปื้อนของอาหารกรมอนามัยขอให้ประชาชนในพื้นที่ประสบอุทกภัยให้ความสำคัญกับ “อาหารสะอาด น้ำสะอาด และสุขอนามัยที่ดี” ควบคู่กัน โดยรับประทานอาหารปรุงสุกใหม่ ดื่มน้ำสะอาด ล้างมือด้วยน้ำและสบู่ ใช้ส้วมอย่างถูกสุขลักษณะ และร่วมกันปฏิบัติตามคำแนะนำด้านสุขอนามัยอย่างเคร่งครัด เพื่อช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคและผลกระทบต่อสุขภาพในช่วงน้ำท่วม

ที่มา: กรมอนามัย