กทม. เปิด ‘ห้องหลบร้อน’ ให้บริการทั่วกรุงเทพฯ ส่งเสริมความรู้ ป้องกันภัยสุขภาพจากสภาพอากาศร้อนจัด

นายเกรียงไกร ตั้งจิตรมณีศักดา ผู้อำนวยการสำนักการแพทย์ (สนพ.) กทม. กล่าวถึงมาตรการเชิงรุกในการรณรงค์ส่งเสริมความรู้และให้คำแนะนำแก่ประชาชนเกี่ยวกับวิธีดูแลรักษาสุขภาพและสุขอนามัย เพื่อป้องกันการเจ็บป่วยจากโรคติดต่อ โรคไม่ติดต่อ รวมถึงภัยสุขภาพต่าง ๆ ที่อาจเกิดขึ้นในช่วงสภาพอากาศร้อนจัดและอุณหภูมิสูงว่า สนพ. ได้บูรณาการร่วมกับสำนักอนามัย (สนอ.) และสำนักงานเขต 50 เขต เร่งสื่อสารความเสี่ยงและให้ความรู้แก่ประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยงสูง (เด็กเล็ก ผู้สูงอายุ หญิงตั้งครรภ์ ผู้ทำงานกลางแจ้ง และผู้ที่มีโรคประจำตัว) ผ่านมาตรการเชิงรุก สื่อสารและเตือนภัยการป้องกันโรคระบบทางเดินอาหารและน้ำ เช่น โรคท้องร่วง อหิวาตกโรค อาหารเป็นพิษ เน้นย้ำหลัก “สุก ร้อน สะอาด” รับประทานอาหารที่ปรุงสุกใหม่ ดื่มน้ำที่สะอาด เนื่องจากสถานการณ์ภัยแล้งอาจทำให้แหล่งน้ำขาดแคลนและปนเปื้อนได้ง่าย ทั้งนี้ การป้องกันโรคลมแดด (Heat Stroke) และโรคผิวหนัง แนะนำให้หลีกเลี่ยงการทำกิจกรรมกลางแจ้งในช่วงเวลาที่แดดจัด (11.00 – 15.00 น.) ดื่มน้ำให้เพียงพออย่างน้อยวันละ 8-10 แก้ว โดยไม่ต้องรอให้กระหายน้ำ สวมใส่เสื้อผ้าที่ระบายอากาศได้ดี หลวม และมีสีอ่อน ในเด็กเล็กให้สังเกตผื่นคันตามผิวหนังจากต่อมเหงื่ออุดตัน เน้นรักษาความสะอาดและอยู่ในที่อากาศถ่ายเท ขณะเดียวกันได้เตรียมความพร้อมโรงพยาบาลในสังกัด สำรองเวชภัณฑ์และทรัพยากร จัดเตรียมน้ำเกลือ ยา และเวชภัณฑ์ที่จำเป็นสำหรับการรักษาโรคที่มากับความร้อนและโรคระบบทางเดินอาหาร รวมถึงระบบสำรองน้ำประปาและพลังงานในโรงพยาบาลให้พร้อมใช้งานอย่างเต็มประสิทธิภาพ หากเกิดวิกฤตภัยแล้ง

นอกจากนี้ ได้เตรียมแผนปฏิบัติการฉุกเฉินด้านการแพทย์และสาธารณสุข ระบบส่งต่อผู้ป่วยฉุกเฉิน ศูนย์เอราวัณ (สายด่วน 1669) เตรียมความพร้อมของรถพยาบาลฉุกเฉินและเจ้าหน้าที่ในการเข้าช่วยเหลือผู้ป่วยหมดสติ หรือวิกฤตจากความร้อนตลอด 24 ชั่วโมง รวมถึงเปิดห้องหลบร้อน (BKK Cooling Center) ซึ่งให้บริการกระจายในจุดต่าง ๆ ทั่วกรุงเทพฯ เพื่อเป็นจุดพักพิงให้ประชาชนในช่วงฤดูร้อนที่มีดัชนีความร้อนสูงให้ประชาชนสามารถแวะหลบร้อนระหว่างวันได้ฟรี หากต้องการค้นหาจุดบริการ “ห้องหลบร้อน กรุงเทพฯ” สามารถค้นหาได้ที่เว็บ Greener Bangkok ตรวจสอบจุดให้บริการได้ที่ https://greener.bangkok.go.th/heat-escape-room/ และหากพบเห็นผู้มีอาการสงสัยว่าเป็นโรคลมแดด (ผิวหนังแดง ตัวร้อนจัด ชีพจรเต้นเร็ว ซึม หรือหมดสติ) ให้รีบนำเข้าที่ร่ม เช็ดตัวด้วยน้ำเย็นเพื่อระบายความร้อน และแจ้งสายด่วน โทร. 1669 ทันที

นางดวงพร ปิณจีเสคิกุล ผู้อำนวยการสำนักอนามัย (สนอ.) กทม. กล่าวว่า สนอ. ได้ดำเนินการตามแผนปฏิบัติการเฝ้าระวังและสื่อสารเตือนภัยสุขภาพจากความร้อนของ สนอ. ตั้งแต่ปี 2567-2569 พร้อมทั้งได้รายงานสถานการณ์ค่าดัชนีความร้อน (Heat Index) รายวัน ตลอดจนลงชุมชนเพื่อสื่อสารเตือนภัยสุขภาพประชาชน และให้ความรู้ในการดูแลป้องตนเอง ในกลุ่มเปราะบาง ได้แก่ เด็ก ผู้สูงอายุ ผู้ป่วยติดบ้านติดเตียง และผู้ที่ทำงานการแจ้ง และการสื่อสารความรู้ในช่องทางต่าง ๆ ของ สนอ. เพื่อป้องกันการเจ็บป่วยจากโรคติดต่อ โรคไม่ติดต่อ รวมถึงภัยสุขภาพต่าง ๆ ที่อาจเกิดขึ้นในช่วงฤดูร้อนจากสภาพอากาศร้อนจัดและอุณหภูมิสูง ควบคู่กับการจัดหน่วยแพทย์เคลื่อนที่เชิงรุกดูแลกลุ่มเสี่ยงเป็นประจำอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในช่วงเดือนฤดูร้อน ตั้งแต่ เดือน ก.พ. – พ.ค. 2569

ขณะเดียวกัน สนอ. ได้ร่วมกับสำนักงานเขตและหน่วยงานในสังกัด กทม. จัดกิจกรรมให้ความรู้การดูแลสุขภาพของตนเองจากภาวะอากาศร้อน โดยสนับสนุนยาและเวชภัณฑ์ต่าง ๆ พร้อมทั้งประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวทราบถึงจุดบริการห้องหลบร้อนและจุดหลบร้อนที่ตั้งอยู่ในหน่วยงานราชการสังกัด กทม. สวนสาธารณะและในหน่วยงานต่าง ๆ ทั่วพื้นที่กรุงเทพฯ ซึ่งในห้องหลบร้อนจะมีให้บริการห้องน้ำสาธารณะ และตู้น้ำดื่มสะอาดฟรี รวมถึงได้ดำเนินการตามแผนปฏิบัติการเฝ้าระวังและการสื่อสารการเตือนภัยผลกระทบสุขภาพจากอากาศร้อนของ สนอ. ตั้งแต่ปี 2567 – 2569 รวมทั้งแผนฉุกเฉินด้านโรคและภัยสุขภาพ ร่วมกับ สนพ. โดยในปี 2569 ได้จัดเตรียมยาและเวชภัณฑ์ จัดพื้นที่ให้บริการห้องหลบร้อนในศูนย์บริการสาธารณสุข กทม. ดำเนินการเฝ้าระวังผู้ป่วยจากภาวะอากาศร้อน และเตรียมความพร้อมการส่งต่อผู้ป่วยในกรณีฉุกเฉิน ตลอดจนการพัฒนาศักยภาพบุคลากรและเครือข่ายด้านการจัดการภาวะฉุกเฉินด้านโรคและภัยสุขภาพพื้นที่กรุงเทพฯ อย่างต่อเนื่อง

ที่มา: กรุงเทพมหานคร