องค์การอนามัยโลก (World Health Organization: WHO) กำหนดให้ทุกวันที่ 24-30 เมษายนของทุกปีเป็น “สัปดาห์การสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโลก” (World Immunization Week) แคมเปญด้านสาธารณสุขระดับโลกเพื่อสร้างความตระหนักรู้และส่งเสริมการสร้างภูมิคุ้มกันโรค โดยในปี 2569 ได้กำหนดธีม “For every generation, vaccines work” สะท้อนบทบาทของวัคซีนที่ช่วยปกป้องผู้คนจากโรคต่างๆ อย่างต่อเนื่องจากรุ่นสู่รุ่น พร้อมตอกย้ำความสำคัญของการตัดสินใจด้านสุขภาพบนพื้นฐานข้อมูลที่ถูกต้อง รากฐานสำคัญของการสร้างอนาคตด้านสุขภาพที่ยั่งยืนของทุกช่วงวัย

WHO ระบุว่า วัคซีนเป็นหนึ่งในเครื่องมือด้านสาธารณสุขที่ทรงประสิทธิภาพที่สุด โดยตลอดกว่า 50 ปีที่ผ่านมา วัคซีนช่วยชีวิตผู้คนได้มากกว่า 150 ล้านคน และสามารถป้องกันโรคร้ายแรงได้มากกว่า 30 โรค อย่างไรก็ตาม ในปี 2567 ยังมีเด็กกว่า 20 ล้านคนทั่วโลก ที่ขาดโอกาสในการรับวัคซีนอย่างน้อย 1 เข็ม สะท้อนความท้าทายด้านการเข้าถึงวัคซีนที่ยังต้องเร่งแก้ไข
ขณะที่ความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์นำไปสู่การพัฒนาวัคซีนสำหรับโรคต่าง ๆ รวมถึงโรคอุบัติใหม่ ซึ่งช่วยให้ผู้คนมีอายุยืนยาวและมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น อย่างไรก็ดี การสร้างความเข้าใจที่ถูกต้อง เสริมความเชื่อมั่น และการสื่อสารอย่างมีประสิทธิภาพ ยังคงเป็นหัวใจสำคัญในการยกระดับการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันในระดับโลก
ในประเทศไทย กรมควบคุมโรค ได้เผยแพร่ “คำแนะนำการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรคตลอดช่วงชีวิต (Life-course Vaccination) สำหรับประชาชน ปี 2569” เพื่อเป็นข้อมูลช่วยในการตัดสินใจดูแลสุขภาพ โดยเน้นย้ำว่าการป้องกันโรคเป็นเรื่องสำคัญในทุกช่วงวัย ประชาชนควรหมั่นตรวจสอบประวัติการได้รับวัคซีนของตนเอง และปรึกษาบุคลากรทางการแพทย์เพื่อเลือกแนวทางที่เหมาะสมกับอายุและสุขภาพ วัคซีนจึงไม่ใช่เรื่องของเด็กเท่านั้น แต่ยังสำคัญสำหรับผู้ใหญ่และผู้สูงอายุ เพื่อช่วยลดความเสี่ยงของโรครุนแรง ภาวะแทรกซ้อน และผลกระทบต่อการใช้ชีวิตในระยะยาว
พญ.บุษกร มหรรฆานุเคราะห์ ผู้อำนวยการฝ่ายการแพทย์ บริษัท แกล็กโซสมิทไคล์น (ประเทศไทย) จำกัด (GSK) กล่าวว่า “วัคซีนเป็นรากฐานของการดูแลสุขภาพเชิงป้องกันตลอดช่วงชีวิต โดยเฉพาะในกลุ่มเด็ก ผู้สูงอายุ และผู้ที่มีโรคประจำตัว ซึ่งมีความเสี่ยงต่อการเกิดโรครุนแรง การเข้าถึงวัคซีนอย่างเหมาะสมจะช่วยลดภาระโรค ลดการเข้ารักษาในโรงพยาบาล และลดอัตราการเสียชีวิต ยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนได้อย่างมีนัยสำคัญ ทั้งนี้ ประเทศไทยได้ก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างเต็มรูปแบบ การส่งเสริมการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันจึงมีบทบาทสำคัญต่อความยั่งยืนของระบบสาธารณสุขในระยะยาว”
“GSK ในฐานะบริษัทชีวเภสัชภัณฑ์ชั้นนำของโลก เรามุ่งนำความรู้ทางวิทยาศาสตร์ผสานกับความสามารถของบุคลากรและเทคโนโลยี โดยให้ความสำคัญกับการวิจัยและพัฒนาวัคซีนนวัตกรรม เพื่อก้าวล้ำนำโรคภัยต่าง ๆ ปกป้องชีวิตของผู้คนทั่วโลก เราพร้อมทำงานร่วมกับทุกภาคส่วน ส่งเสริมความเชื่อมั่นในการเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน เพื่อให้คนไทยทุกช่วงวัยเข้าถึงการมีสุขภาพดีอย่างยั่งยืน ห่างไกลจากโรคที่ป้องกันได้ด้วยวัคซีน” พญ. บุษกร กล่าวทิ้งท้าย

