กรมอนามัยแนะ “ข้อปฏิบัติการกินอาหารเพื่อสุขภาพที่ดีของคนไทย (FBDGs)” ช่วยส่งเสริม คนไทย กินดี สร้างระบบอาหารมั่นคง โลกยั่งยืน”

งานวิชาการส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อมแห่งชาติครั้งที่ 18 พ.ศ. 2569 ที่ผ่านมา กรมอนามัยได้นำเสนอนิทรรศการเกี่ยวกับ “ข้อปฏิบัติการกินอาหารเพื่อสุขภาพที่ดี (Food-Based Dietary Guidelines: FBDGs) กินดี ระบบอาหารมั่นคง โลกยั่งยืน” จากวิกฤตสุขภาพคนไทยที่กำลังเผชิญกับโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) โดยพบว่าคนไทยอายุ 15 ปีขึ้นไป ป่วยเป็น โรคอ้วนสูงถึงร้อยละ 45 โรคความดันโลหิตสูงร้อยละ 29.5 และ โรคเบาหวานร้อยละ 10.6 สาเหตุหลักมาจากพฤติกรรมการบริโภคที่เปลี่ยนไป กินอาหารแปรรูปจากเนื้อสัตว์เป็นประจำ ดื่มเครื่องดื่มรสหวานทุกวัน และกินผักผลไม้น้อยกว่าเกณฑ์ ซึ่งเป็นภัยเงียบค่อยๆ ทำลายสุขภาพ

แพทย์หญิงอัมพร เบญจพลพิทักษ์ อธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า กรมอนามัยได้พัฒนา ข้อปฏิบัติการกินอาหารเพื่อสุขภาพที่ดี (Food-Based Dietary Guidelines: FBDGs) ฉบับปี 2568 ให้ทันต่อสถานการณ์โลก FBDGs ฉบับใหม่นี้ได้จัดทำแยกตามกลุ่มวัย ซึ่งครอบคลุมทุกช่วงวัยตั้งแต่แม่ตั้งครรภ์จนถึงผู้สูงอายุ โดยเน้นความสมดุลระหว่าง “สุขภาพดี” และ “ความยั่งยืนของระบบอาหาร” (Sustainability) ส่งเสริมการใช้วัตถุดิบในท้องถิ่น กินตามฤดูกาล เพื่อลดการสูญเสียอาหารและสนับสนุนเกษตรกรไทย หัวใจสำคัญของการกินดี มี 2 ด้าน คือด้านปริมาณที่เรียกว่า”ธงโภชนาการ” ซึ่งบอกให้ทราบว่าใน 1 วัน กินเท่าไรจึงพอดี แนะนำการกินอาหาร 6 กลุ่ม ในสัดส่วนที่เหมาะสม อาหารกลุ่มข้าว-แป้ง ธัญพืชไม่ขัดสีกินมากที่สุด รองลงมือคือกินผักและผลไม้หลากสี กินเนื้อสัตว์ไม่ติดมัน ไข่ และถั่วเมล็ดแห้ง ในสัดส่วนที่พอเหมาะ ดื่มนมรสจืดวันละ 2 แก้ว กลุ่มน้ำมัน น้ำตาล และเกลือควรกินให้น้อยที่สุด สำหรับด้านคุณภาพหรือ “โภชนบัญญัติ 9 ประการ” เป็นคำแนะนำการกินอย่างไรให้สุขภาพดี เช่น การกินอาหารให้ครบทุกกลุ่ม กินข้าวเป็นหลักและเลือกข้าวไม่ขัดสี กินอาหารที่เป็นแหล่งโปรตีนจากปลา ไข่ ถั่วเมล็ดแห้ง กินผักและผลไม้หลายสีเป็นประจำ ดื่มนมจืด กินอาหารสะอาดและปรุงสุกใหม่ ดื่มน้ำสะอาดให้เพียงพอ ลดอาหารหวาน มัน เค็ม และหลีกเลี่ยงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ซึ่งมีส่วนช่วยลดความเสี่ยงของโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง และส่งเสริมสุขภาพที่ดีในระยะยาว

นายแพทย์ปกรณ์ ตุงคะเสรีรักษ์ รองอธิบดีกรมอนามัย ได้กล่าวว่า FBDGs ปี 2568 ของประเทศไทย เน้นการกินอาหารธรรมชาติและความสมดุล แต่ FBDGs ปี 2025 ของประเทศสหรัฐอเมริกามีแนวโน้มส่งเสริมการได้รับโปรตีนจากเนื้อสัตว์และผลิตภัณฑ์นม (เช่น เนื้อแดง ชีส) มากขึ้น ซึ่งผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพแสดงความกังวลว่าอาจทำให้ได้รับไขมันอิ่มตัวและโซเดียมสูงเกินเกณฑ์ ส่งผลเสียต่อการทำงานของไตหัวใจและหลอดเลือด จะส่งผลต่อสุขภาพในระยะยาว ดังนั้น การยึดหลัก FBDGs ของไทยและเน้นการกินอาหารธรรมชาติและพืชผักท้องถิ่น จึงเป็นทางเลือกที่ปลอดภัยและเหมาะสมกับบริบทสังคมไทย เพื่อการมีสุขภาพดีที่ยั่งยืน และลดความเสี่ยงโรค NCDs นอกจากนี้กรมอนามัยได้มีการนำ FBDGs ประยุกต์ใช้ในการดำเนินงานส่งเสริมสุขภาพ เช่น นำไปใช้ในสมุดบันทึกสุขภาพแม่และเด็ก รวมถึงผู้สูงอายุ ประยุกต์ใช้ในโปรแกรม Thai School Lunch สำหรับจัดอาหารกลางวันในโรงเรียน และระบบคำนวณคุณค่าทางโภชนาการในอาหาร (Nutrition AI) เพื่อให้คนไทยสามารถนำแนวทางการกินที่เหมาะสมไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันได้จริง

ที่มา: กรมอนามัย