แพทย์หญิงอัมพร เบญจพลพิทักษ์ อธิบดีกรมอนามัย เป็นประธานการประชุมคณะอนุกรรมการขับเคลื่อนโครงการเครือข่ายสุขภาพมารดาและทารกเพื่อครอบครัวไทย ในพระราชูปถัมภ์ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ครั้งที่ 1/2569 โดยมี ผู้บริหารกระทรวงสาธารณสุข กระทรวงมหาดไทย กรุงเทพมหานคร ผู้ทรงคุณวุฒิ และภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุม เมื่อวันที่ 8 มกราคม 2569 ณ กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข’

แพทย์หญิงอัมพร เบญจพลพิทักษ์ อธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า ปัจจุบันประเทศไทยมีอัตราการคลอดก่อนกำหนดอยู่ที่ประมาณร้อยละ 9.91 ซึ่งอยู่ในระดับสูง เมื่อเปรียบเทียบกับหลายประเทศ กระทรวงสาธารณสุขร่วมกับภาคีเครือข่ายจึงกำหนดเป้าหมายร่วมกันในการลดอัตราการคลอดก่อนกำหนดให้ต่ำกว่า ร้อยละ 8 การคลอดก่อนกำหนดก่อให้เกิดความสูญเสียทั้งเรื่องความพิการความบกพร่องของทารก ส่งผลต่อสติปัญญาและการเจริญเติบโตของทารกในชีวิตระยะยาว ส่งผลต่อคุณภาพชีวิตของครอบครัว และยังมีาการสูญเสียค่าใช้จ่ายจำนวนมาก เช่น การต้องอยู่ในโรงพยาบาลของทารกและคลอดก่อนกำหนดยาวนานเป็นเดือนหรือเป็นปี จะส่งผลให้ครอบครัวสูญเสียค่าใช้จ่ายประมาณ 300,000 บาท ทั้งนี้ ภาวะคลอดก่อนกำหนดสามารถป้องกันได้ หัวใจสำคัญที่สุดคือ การฝากครรภ์ให้เร็วที่สุด ก่อน 12 สัปดาห์และสม่ำเสมอ ไม่ต่ำกว่า 5 ครั้ง รวมทั้ง การระมัดระวังหากมีภาวะเสี่ยง 5 ประการ ได้แก่ โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง โรคโลหิตจาง การติดเชื้อทางช่องคลอดทางเดินปัสสาวะหรือโรคทางช่องปาก ซึ่งจะต้องรีบพบแพทย์โดยเร็ว สำหรับการประชุมติดตามผลการดำเนินงานครั้ง กรมอนามัยและภาคีเครือข่ายยังมีเป้าหมายป้องกันการคลอดก่อนกำหนด
ศ.คลินิกเกียรติคุณ นายแพทย์ธราธิป โคละทัต ผู้จัดการโครงการเครือข่ายสุขภาพมารดาและทารกเพื่อครอบครัวไทยฯ ได้นำเสนอผลสรุปการจัดทำแผนงานโครงการสร้างเสริมสุขภาพเชิงรุกเพื่อลดภาวะคลอดก่อนกำหนดในพื้นที่นำร่อง 24 จังหวัด ซึ่งมุ่งเน้นการมีส่วนร่วมของครอบครัวและชุมชน การสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับอันตรายและสัญญาณเตือนของการคลอดก่อนกำหนด การคัดกรอง 5 โรคสำคัญที่เป็นปัจจัยเสี่ยง และการพัฒนากระบวนการรักษาหญิงเจ็บครรภ์คลอดก่อนกำหนดให้ได้รับการดูแลอย่างรวดเร็วและเหมาะสม
แพทย์หญิงนงนุช ภัทรอนันตนพ รองอธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า กรมอนามัยได้นำเสนอความก้าวหน้าการขับเคลื่อนการดำเนินงานภายใต้โครงการสร้างเสริมสุขภาพเชิงรุกเพื่อลดภาวะคลอดก่อนกำหนดปี 2567 – 2568 กรมอนามัยมีแผนพัฒนาระบบบริการสาธารณสุขในหน่วยบริการ (Hospital Based) ปี 2569 โดยดูแลสุขภาพหญิงตั้งแต่ก่อนตั้งครรภ์ ระหว่างตั้งครรภ์ หลังคลอด และการดูแลทารกเกิดก่อนกำหนด รวมถึงการติดตามพัฒนาการเด็กจนถึงอายุ 2 ปี สำหรับกระทรวงมหาดไทยและกรุงเทพมหานคร ได้รายงานความก้าวหน้าและนำเสนอแผนปฏิบัติการเชิงพื้นที่ทั้งรูปแบบ Community Based และ Hospital Based เพื่อเร่งรัดการดำเนินงานในพื้นที่นำร่อง

