เมื่อ “ฮอร์โมนเพศชายต่ำ” ก่อนวัย

Hypogonadism หรือ ฮอร์โมนเพศชายต่ำ เป็นภาวะที่ร่างกายผลิตฮอร์โมนเพศชาย (ฮอร์โมนเทสโทสเตอโรน) ได้ไม่เพียงพอ ซึ่งฮอร์โมนชนิดนี้มีส่วนช่วยในการสร้างและรักษามวลกล้ามเนื้อ มวลกระดูก สมรรถภาพทางเพศ และอารมณ์ความต้องการทางเพศ เมื่อฮอร์โมนเพศชายในร่างกายลดต่ำลงจะส่งผลให้เกิดความผิดปกติได้ทั้งด้านร่างกายและอารมณ์ โดยความรุนแรงของอาการนั้นขึ้นอยู่กับช่วงวัยและปริมาณของฮอร์โมนเพศชายในร่างกาย

สาเหตุที่ทำให้ฮอร์โมนเพศชายต่ำ โดยปกติแล้วผู้ชายจะมีระดับฮอร์โมนสูงสุดในช่วงวัยรุ่นจนถึงผู้ใหญ่ตอนต้น หลังจากนั้นจะลดลงเรื่อย ๆ เมื่ออายุมากขึ้นโดยจะลดลงประมาณ 1% ทุกๆ ปี หลังจากอายุ 30 หรือ 40 ปีขึ้นไป และจะลดลงจนร่างกายเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างเห็นได้ชัดเมื่ออายุ 60 ปีขึ้นไป

ภาวะนี้เกิดจากการที่ต่อมเพศชายทำงานผิดปกติ หรือเกิดจากความผิดปกติของสมองที่ไม่สามารถสั่งการไปยังต่อมเพศได้ หรือมีปัจจัยเสี่ยงจากโรคเรื้อรังอื่นๆ เช่น เบาหวาน ความดัน ไขมันในเลือดสูง นอกจากนี้พฤติกรรมการใช้ชีวิตเช่น การดื่มแอลกอฮอล์ สูบบุหรี่ กินอาหารไม่มีประโยชน์ ขาดการออกกำลังกาย ความเครียด ก็เป็นอีกสาเหตุที่ส่งผลให้ฮอร์โมนเพศชายลดลงได้เช่นกัน

อาการที่เกิดขึ้นเมื่อฮอร์โมนเพศชายต่ำ เมื่อฮอร์โมนเพศลดลง จะส่งผลให้ความต้องการทางเพศลดลง ปริมาณของอสุจิมีน้อยเกิดภาวะตั้งครรภ์ยากขึ้น อวัยวะเพศชายแข็งตัวได้ไม่สมบูรณ์ หน้าอกโตขึ้นเนื่องจากขาดความสมดุลของฮอร์โมนเพศในร่างกาย หากปล่อยไว้ไม่เข้ารับการรักษาจะสูญเสียสมดุลทางร่างกายอย่างมัดกล้ามเนื้อและขน เกิดการสะสมไขมันตามส่วนต่างๆ เกิดโรคกระดูกพรุน ไม่มีเรี่ยวแรง ลูกอัณฑะเหี่ยวและมีขนาดเล็กลงได้

การป้องกันภาวะฮอร์โมนเพศชายต่ำ ทำได้โดยการพยายามดูแลสุขภาพตัวเองให้แข็งแรง หมั่นออกกำลังกายสม่ำเสมอ หลีกเลี่ยงการดื่มแอลกอฮอล์ ไม่สูบบุหรี่ ทานอาหารที่ประโยชน์ พักผ่อนให้เพียงพอ และพยายามไม่เครียด เพราะเมื่อร่างกายแข็งแรงก็จะทำให้สร้างฮอร์โมนได้เพิ่มขึ้น ส่วนผู้ที่พยายามเต็มที่แล้วแต่ระดับฮอร์โมนยังต่ำอยู่ สามารถใช้ฮอร์โมนเทสโทสเตอโรนเสริมได้ ซึ่งปัจจุบันมีทั้งชนิดรับประทาน ชนิดทาและฉีด แต่การใช้ฮอร์โมนเสริมนี้ต้องอยู่ในความดูแลของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อประเมินความเสี่ยงของผลข้างเคียง และเลือกใช้ยารักษาได้อย่างเหมาะสมกับอาการของแต่ละคน

ที่มา: โรงพยาบาลรามคำแหง