เทคนิคการใช้ลู่วิ่งไฟฟ้าอย่างมือโปร

เทคนิคการใช้ลู่วิ่งไฟฟ้าอย่างมือโปร

ในภาวะกักตัวหรือ wfh กันแบบนี้ สวนสาธารณะต่างๆ ก็ถูกปิดอยู่ ทำให้หลายๆ คนงัดลู่วิ่งไฟฟ้ากลับมาใช้ที่บ้านกันอีกครั้งหลังจากเป็นที่แขวนเสื้อมานาน

วันนี้พี่หมอรามเลยจะมาแนะนำการวิ่งบนลู่วิ่งไฟฟ้าให้ได้ประสิทธิภาพและปลอดภัยที่สุด เริ่มจาก ✳ วอร์มร่างกายทุกครั้งก่อนจะวิ่ง อันนี้เบสิคในการออกกำลังกายแทบทุกชนิดเลย เพราะการวอร์มร่างกายก่อนเล่นจะช่วยลดอาการบาดเจ็บที่เกิดจากการออกกำลังกายได้ ถึงแม้จะเป็นการออกกำลังกายในลู่แบบนี้ก็ตาม บางครั้งหากเปิดเครื่องแล้ววิ่งเลยก็อาจทำให้เราบาดเจ็บได้เช่นกัน

  • ไม่ตั้งลู่วิ่งไฟฟ้าให้ชันมากจนเกินไป เพราะหากตั้งลู่วิ่งให้ชันมากจะต้องใช้แรงในการวิ่งมากขึ้น และหากคุณปรับระดับการวิ่งให้เร็วมากเกินไปบวกกับความชันที่มากไป ก็อาจจะทำให้การออกกำลังกายหนักจนเกินพอดีได้
  • อย่าวิ่งบนลู่วิ่งไฟฟ้าด้วยโปรแกรมเดิมๆ แน่นอนว่าการทำอะไรเดิมๆ ซ้ำๆ จะทำให้เราเบื่อง่าย ฉะนั้นปกติแล้วลู่วิ่งก็มักมีโปรแกรมการวิ่งทั้งเร็วสลับช้ามาเป็นตัวเลือกให้คุณเลือกใช้ก่อนการวิ่งเสมอ การเปลี่ยนโหมดแบบนี้จะช่วยท้าทายร่างกายตัวเอง ซึ่งนั่นจะทำให้การออกกำลังกายเห็นผลมากขึ้นตามมา
  • รู้ว่าฟิตแต่อย่าปรับความเร็วมากเกินไป เพราะการปรับความเร็วของลู่วิ่งให้เร็วไป อาจนำมาสู่การบาดเจ็บได้ ถ้ามันเร็วจนคุณไม่สามารถผ่อนความเร็วในการวิ่งได้ เมื่อคุณรู้สึกเหนื่อยและวิ่งตามไม่ทันก็อาจจะทำให้ตกจากเครื่องและบาดเจ็บได้ ดังนั้นปรับความเร็วในการวิ่งให้เหมาะสมกับตัวเองจะดีกว่า
  • พยายามวิ่งให้อยู่ตรงกลางสายพานเสมอ การวิ่งตรงกลางสายพานเพื่อป้องกันไม่ให้วิ่งใกล้กับตำแหน่งด้านหน้ามากเกินไป ซึ่งหากวิ่งไปเรื่อยๆ แล้วหน้าอกของคุณไปสัมผัสกับส่วนที่เป็นแป้น อันนี้ก็หมายความว่าคุณวิ่งเร็วและเข้าใกล้ตัวเครื่องมากเกินไปแล้ว ให้ผ่อนแรงลงมานิดนึงนะ
  • หลีกเลี่ยงการจับราวจับของลู่วิ่งไฟฟ้า เพราะการที่คุณจับราวของเครื่องลู่วิ่งไฟฟ้า จะทำให้จังหวะการวิ่งของคุณเสียไป ส่งผลให้วิ่งได้ไม่เต็มที่ วิ่งไม่เป็นธรรมชาติและเสี่ยงที่จะเกิดอาการบาดเจ็บได้ ฉะนั้นอย่าไปสนใจที่จับหรือราวจับของลู่วิ่งมากนัก เพราะมันไม่ได้สร้างเอาไว้ให้คุณจับเวลาวิ่ง
  • อย่าชะเง้อคอดูทีวีขณะกำลังวิ่งบนลู่วิ่งไฟฟ้า อันนี้เข้าใจว่าหลายคนมักวิ่งไปแล้วดูซีรี่ย์ไปด้วยระหว่างออกกำลังกาย แต่การที่วางตำแหน่งทีวีไม่ตรงกับลู่วิ่งโดยตรง แล้วชะเง้อไปมองจะทำให้เกิดการเกร็งกล้ามเนื้อ โดยเฉพาะคอ ไหล่ หรือต้นแขนขณะวิ่ง ทำให้การวิ่งไม่ได้ใช้กล้ามเนื้อทุกส่วนอย่างที่ควรจะเป็น แต่หากอยากดูจริงๆ ควรตั้งจอทีวีให้อยู่ตรงหน้าลู่วิ่ง หรือเอามือถือมาวางดูเป็นจอเล็กๆ หน้าลู่วิ่งแทนก็ได้ เมื่อทำตามเทคนิคที่ว่ามาครบแล้วรับรองว่าคุณจะวิ่งได้นานขึ้น แล้วจะสนุกกับการออกกำลังกายมากกว่าแต่ก่อน และจะไม่ปล่อยน้องให้กลายเป็นราวตากผ้าเหมือนเดิมอีกแน่นอน

ที่มา: โรงพยาบาลรามคำแหง