กิจกรรม พลัง 3 ดี วิถีหละปูน ลดจอ เพิ่มใจ เพื่อเด็กปฐมวัย หละปูน ส่งมอบข้อเสนอนโยบาย 58 อปท. สู่จังหวัดต้นแบบ

สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) โดยสำนักสร้างเสริมระบบสื่อและสุขภาวะทางปัญญา ร่วมกับ สำนักงานส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นจังหวัดลำพูน กลุ่ม wearehappy และชมรมครูและบุคลากรทางการศึกษาท้องถิ่นจังหวัดลำพูน จัดกิจกรรมมหกรรม “ตลาดนัด มหัศจรรย์ ลดจอ เพิ่มใจ เพื่อเด็กปฐมวัย หละปูน” ณ โรงแรมแกรนด์ปา แอนด์ รีสอร์ท อำเภอเมือง จังหวัดลำพูน เพื่อเป็นเวทีนำเสนอผลงานนวัตกรรมสื่อสร้างสรรค์ต้นแบบ พร้อมส่งมอบสมุดข้อเสนอเชิงนโยบายขับเคลื่อนการพัฒนาเด็กปฐมวัยแก่ 58 องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) และหน่วยงานการศึกษาทั่วทั้งจังหวัด
นางเบญจวรรณ มีเผือก รองผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน ประธานในพิธีเปิดงาน กล่าวว่า เด็กปฐมวัยช่วงอายุ 0–6 ปี ถือเป็น “ช่วงเวลาทอง” ที่สมองพัฒนาเร็วถึงกว่าร้อยละ 90 ซึ่งทักษะทางร่างกาย อารมณ์ สังคม และสติปัญญาในวัยนี้คือรากฐานสำคัญที่สุดของชีวิต ทว่าในยุคดิจิทัล สังคมกำลังเผชิญกับ “วิกฤตสถานการณ์เด็กติดจอ” และสื่อที่ไม่เหมาะสม ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อทักษะการทำงานของสมองระดับสูง ทำให้เด็กเสี่ยงต่อปัญหาอารมณ์ก้าวร้าว สมาธิสั้น และขาดทักษะสังคม
“การแก้ปัญหานี้ต้องอาศัยแนวคิด ‘นิเวศสื่อสุขภาวะเพื่อเด็กปฐมวัย’ ผ่านกลไก 3 ดี คือ สื่อดี พื้นที่ดี และภูมิดี เพื่อเปลี่ยนเวลาหน้าจอให้กลายเป็นเวลาแห่งการเล่นและการเรียนรู้สร้างสรรค์ ซึ่งครูผู้ดูแลเด็กและบุคลากรท้องถิ่นทุกคนคือ ‘นักสื่อสารสุขภาวะ’ ที่สำคัญที่สุดในการเชื่อมประสานระหว่างศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก บ้าน และชุมชน” นางเบญจวรรณ มีเผือก รองผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน กล่าว
ความสำเร็จของงานครั้งนี้ เป็นผลพวงจากการขับเคลื่อนอย่างเป็นรูปธรรมร่วมกันของภาคีเครือข่าย ตั้งแต่การลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) การอบรมเชิงปฏิบัติการพัฒนาศักยภาพครูปฐมวัยกว่า 109 คน จาก อปท. 57 แห่ง นำไปสู่ ปฏิบัติการ “100 วัน ลดจอ เพิ่มใจ” ที่ครูและผู้ปกครองร่วมกันจัดมุมสื่อสร้างสรรค์ บันทึกสมุดครอบครัว 3 ดี จนเกิดเป็นศูนย์พัฒนาเด็กเล็กและสถานศึกษาต้นแบบยอดเยี่ยม ประจำจังหวัด
บรรยากาศภายในงานเริ่มต้นด้วยความอบอุ่นและประทับใจจากการแสดงต้อนรับชุด “เสียงเรียกจากเด็กหละปูน วางจอแล้วมาเล่นกับหนู” ซึ่งสะท้อนเสียงของเด็กเล็กที่ต้องการเวลาคุณภาพและการมีปฏิสัมพันธ์ร่วมกับพ่อแม่และคุณครูมากกว่าโลกเสมือน
พร้อมกันนี้ ได้มีการเปิดให้ผู้เข้าร่วมงานเยี่ยมชม “ตลาดนัดสื่อสร้างสรรค์ ประกอบด้วย
- สื่อดี ธนาคารสื่อสร้างสรรค์มีชีวิต รวบรวมของเล่นและสื่อทำมือจากวัสดุธรรมชาติ
- พื้นที่ดี กิจกรรมครอบครัว 3 ดี ชวนพ่อแม่เล่นกับลูกอย่างสร้างสรรค์
- ภูมิดี ภูมิปัญญาและวิถีละอ่อนหละปูน สานต่อวัฒนธรรมท้องถิ่น
- พลัง 16 สถานศึกษา การจัดแสดงผลงานนวัตกรรมรูปธรรมจากสถานศึกษาต้นแบบในการลดเวลาหน้าจอ
นอกจากนี้ ยังมีเวทีเสวนาทางวิชาการในหัวข้อ “อัตลักษณ์ความร่วมมือคนหละปูน สู่โมเดล 3 ดี” แลกเปลี่ยนมุมมองจากทั้งผู้แทนท้องถิ่นจังหวัด สสส. ผู้แทนครูปฐมวัย และผู้แทนผู้ปกครอง พร้อมกับ ส่งมอบสมุดข้อเสนอเชิงนโยบาย ผนึก 58 อปท. สู่แผนพัฒนาการศึกษาที่ยั่งยืน
นายรุ่งโรจน์ สุนทร ท้องถิ่นจังหวัดลำพูน กล่าว เน้นย้ำว่าเด็กคือหัวใจของชุมชน และการแก้ปัญหาไม่ได้ใช้เพียงอำนาจสั่งการจากบนลงล่าง แต่ใช้ “MOU แห่งหัวใจ” เชื่อมโยง อปท. ทั้ง 57 แห่ง และ 16 สถานศึกษานำร่อง โดยผลเชิงประจักษ์พบว่าเด็กสามารถลดเวลาหน้าจอลงได้เฉลี่ย 30–60 นาทีต่อวัน และเกิดครอบครัวที่ปรับบ้านเป็นมุมเล่นปลอดหน้าจอมากกว่า 300 ครอบครัว “การลงทุนที่คุ้มค่าที่สุดของท้องถิ่นคือการสร้างภูมิคุ้มกันทางปัญญาและอารมณ์ให้ลูกหลานคนหละปูน สิ่งที่จะทำได้คือ ต้องพร้อมผลักดันแนวคิด 3 ดี เข้าสู่ข้อบัญญัติ/เทศบัญญัติงบประมาณและแผนพัฒนาการศึกษาท้องถิ่นอย่างยั่งยืน” ให้แก่หน่วยงานทางการศึกษา 6 แห่ง และผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทั้ง 58 แห่งในจังหวัดลำพูน เพื่อนำแนวคิดนิเวศสื่อสุขภาวะบรรจุเข้าสู่แผนพัฒนาการศึกษาของท้องถิ่นอย่างเป็นรูปธรรม
นางสาวสายใจ คงทน หัวหน้าโครงการพัฒนานิเวศสื่อสุขภาวะเพื่อการพัฒนาเด็กปฐมวัย กล่าวเพิ่มเติม ว่า การแก้ปัญหาเด็กติดจอไม่ใช่แค่การเดินไปยึดมือถือเพราะจะทำให้เด็กต่อต้าน แต่คือ “การสร้างทางเลือกใหม่ที่สนุก สร้างสรรค์ ให้กับเด็กๆ และผู้ปกครอง” เปลี่ยนจากการ ‘ลด’ ปัจจัยเสี่ยง ให้กลายเป็นการ ‘เพิ่ม’ ปัจจัยบวก คือเพิ่มพื้นที่ดี เพิ่มสื่อดี เติมภูมิดี เติมความสัมพันธ์ให้เด็กทีละเล็กละน้อย พร้อมกับการสร้างระบบนิเวศสื่อสุขภาวะที่ขับเคลื่อนพร้อมกันทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องกับเด็กและครอบครัว
ในการจัดงานครั้งนี้ นายรุ่งโรจน์ สุนทร ท้องถิ่นจังหวัดลำพูน ได้ส่งมอบ “สมุดข้อเสนอเชิงนโยบาย ลำพูนโมเดล 3 ดี” แก่ 6 หน่วยงานทางการศึกษา และผู้แทนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทั้ง 58 แห่ง พร้อมมอบเกียรติบัตรเชิดชูเกียรติแก่ 16 สถานศึกษาต้นแบบ ก่อนปิดท้ายด้วย Workshop แลกเปลี่ยนนวัตกรรมจากเครือข่ายครูมหัศจรรย์ และการวางแผนก้าวต่อไปร่วมกัน เพื่อปักหมุดให้จังหวัดลำพูนเป็นต้นแบบพื้นที่ปลอดภัยและอบอุ่นสำหรับเด็กปฐมวัยอย่างยั่งยืน

