กทม. เร่งยกระดับความปลอดภัยคนข้ามทางม้าลาย ติดตั้งกล้อง CCTV พร้อมระบบ AI ตรวจจับผู้ฝ่าฝืน

นางสาวอรชา มุ้ยเสมา ผู้อำนวยการเขตบางคอแหลม กทม. กล่าวกรณีข้อร้องเรียนเกิดอุบัติเหตุรถยนต์ชนประชาชนขณะเดินข้ามทางม้าลายบริเวณหน้าคอนโดมิเนียมแห่งหนึ่งบนถนนเจริญราษฎร์ บริเวณหน้าซอยเจริญราษฎร์ 8 ซึ่งจุดดังกล่าวเคยมีการแจ้งซ่อมแซมสัญญาณไฟคนข้ามถนนที่ชำรุด แต่ยังไม่ได้รับการแก้ไขว่า สำนักงานเขตบางคอแหลมได้ตรวจสอบข้อเท็จจริงร่วมกับสำนักการจราจรและขนส่ง (สจส.) พบว่า จุดเกิดเหตุมีทางม้าลายและสัญญาณไฟสำหรับคนข้ามถนน ซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบของ สจส. ทั้งนี้ ที่ผ่านมาสำนักงานเขตฯ และภาคีเครือข่ายได้ขับเคลื่อนและรณรงค์ความปลอดภัยทางถนน เพื่อลดอุบัติเหตุอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการผลักดันสิทธิทางข้าม (ทางม้าลาย) ให้คนเดินเท้าได้เดินข้ามทางข้าม (ทางม้าลาย) อย่างปลอดภัย และพร้อมสนับสนุนการทำงาน เพื่อลดความสูญเสียจากอุบัติเหตุทางถนน ทั้งการสื่อสารรณรงค์ให้ความรู้ สนับสนุนการปฏิบัติการในพื้นที่ มุ่งสร้างวัฒนธรรมใหม่ให้กับผู้ขับขี่ที่ควรหยุดรถให้คนข้ามถนนที่ทางข้าม (ทางม้าลาย) ขณะที่คนเดินเท้าควรข้ามถนนที่ทางข้าม (ทางม้าลาย) และระมัดระวังให้มากขึ้น โดยเน้นย้ำถึงการใช้ความเร็วที่ปลอดภัยในเขตชุมชนไม่เกิน 30 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ตามโครงการ “ชะลอเพื่อรอยยิ้ม (SAM)” โดยเฉพาะบริเวณหน้าโรงเรียน โรงพยาบาล ชุมชน วัด และตลาด เพื่อลดความสูญเสียจากอุบัติเหตุทางถนน

นายสิทธิพร สมคิดสรรพ์ ผู้อำนวยการสำนักการจราจรและขนส่ง (สจส.) กล่าวว่า จากการตรวจสอบพบว่า ระบบสัญญาณไฟสำหรับคนข้ามถนนบริเวณดังกล่าวได้รับผลกระทบจากโครงการนำสายไฟฟ้าลงใต้ดินของการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) ซึ่งมีความจำเป็นต้องตัดกระแสไฟฟ้าเป็นช่วง ๆ ระหว่างดำเนินงาน ส่งผลให้สัญญาณไฟไม่สามารถใช้งานได้ในบางช่วงเวลา ทั้งนี้ สจส. ได้ประสาน กฟน. อย่างต่อเนื่องจนสามารถเชื่อมต่อระบบไฟฟ้า ทดสอบอุปกรณ์ และเปิดใช้งานสัญญาณไฟคนข้ามถนนได้ตามปกติแล้ว

นอกจากนี้ สจส. ได้ยกระดับความปลอดภัยบริเวณทางข้ามดังกล่าวด้วยการติดตั้งกล้องโทรทัศน์วงจรปิด (CCTV) พร้อมระบบ AI เพื่อตรวจจับผู้ขับขี่ที่ไม่ชะลอ หรือไม่หยุดรถให้คนข้ามทางม้าลาย และส่งข้อมูลให้เจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินคดีตามกฎหมาย รวมทั้งได้เสนอของบประมาณปี 2570 เพื่อติดตั้งสัญญาณไฟจราจรทางข้ามชนิดกดปุ่มเพิ่มเติม 30 แห่ง ในพื้นที่เสี่ยงและบริเวณที่มีประชาชนใช้สัญจรจำนวนมาก เพื่อยกระดับความปลอดภัยให้แก่ประชาชนอย่างต่อเนื่อง

ที่มา: กรุงเทพมหานคร