โชว์อัตลักษณ์ผลไม้ไทย การันตีคุณภาพความอร่อยที่ไม่เป็นรองใคร ในงาน “เทศกาลผลไม้ GI” วันนี้ – 22 ก.ค. 69

กรมทรัพย์สินทางปัญญาเดินหน้าขับเคลื่อนนโยบายกระทรวงพาณิชย์ ซึ่งรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ (นางศุภจี สุธรรมพันธุ์) ให้ความสำคัญกับการยกระดับมูลค่าสินค้าสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ หรือ GI ไทย พร้อมผลักดัน Soft Power ด้านอาหารและผลไม้ไทยสู่ตลาดโลก ล่าสุด กรมฯ ร่วมกับ ICONSIAM จัดงาน “เทศกาลผลไม้ GI” ระหว่างวันที่ 16 – 22 กรกฎาคม 2569 ณ บริเวณ Event Hall ชั้น M ศูนย์การค้าไอซีเอส (ICS) ในเครือ ICONSIAM เพื่อเผยแพร่คุณภาพผลไม้ GI ไทยให้เข้าถึงผู้บริโภคและนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก ตอกย้ำศักยภาพผลไม้ไทยที่มีเอกลักษณ์ และสามารถต่อยอดมูลค่าทางเศรษฐกิจให้กับชุมชนผู้ผลิตได้อย่างแท้จริง
นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา เปิดเผยว่า กรมฯ ดำเนินการส่งเสริมสินค้า GI อย่างครบวงจร ตั้งแต่การขึ้นทะเบียน การพัฒนาระบบควบคุมคุณภาพ การส่งเสริมการใช้ตราสัญลักษณ์ GI ไปจนถึงการสร้างการรับรู้และการขยายโอกาสทางการตลาด เพื่อยกระดับสินค้าอัตลักษณ์ไทยให้สามารถแข่งขันได้ทั้งในและต่างประเทศ ปัจจุบันประเทศไทยมีสินค้า GI กว่า 262 รายการ สร้างมูลค่าทางการตลาดกว่า 116,302 ล้านบาท ในจำนวนดังกล่าวเป็นสินค้าในกลุ่มผลไม้ถึง 119 รายการ หรือคิดเป็น 45% ของสินค้า GI ไทยทั้งหมด ซึ่งผลไม้ GI ของไทยมีจุดเด่นที่ครองใจผู้บริโภคทั้งในและต่างประเทศ ด้วยคุณภาพและรสชาติที่เป็นผลมาจากสภาพภูมิศาสตร์ ดิน น้ำ อากาศ และภูมิปัญญาการผลิตของคนในพื้นที่ จึงเป็นสินค้าที่มีอัตลักษณ์เฉพาะไม่ซ้ำใคร และเป็นหนึ่งใน Soft Power ด้านอาหารที่สะท้อนความหลากหลายและความอุดมสมบูรณ์ของประเทศไทยได้เป็นอย่างดี
นางอรมน กล่าวว่า การจัดงาน “เทศกาลผลไม้ GI” ในครั้งนี้ เป็นอีกหนึ่งกิจกรรมสำคัญที่กรมฯ มุ่งสร้างการรับรู้และเปิดโอกาสให้ผู้บริโภคได้สัมผัสผลไม้ GI คุณภาพจากแหล่งผลิตโดยตรง ผ่านความร่วมมือกับศูนย์การค้าไอซีเอส (ICS) ในเครือ ICONSIAM ซึ่งเป็นศูนย์การค้าที่ตั้งอยู่ในทำเลศักยภาพและเป็นจุดหมายของผู้บริโภคทั้งชาวไทยและนักท่องเที่ยวต่างชาติ ช่วยเปิดโอกาสให้ผลไม้ GI ไทยได้เข้าถึงผู้บริโภคในวงกว้าง พร้อมนำเสนอเรื่องราวของแหล่งกำเนิดและภูมิปัญญาท้องถิ่นที่อยู่เบื้องหลังคุณภาพของสินค้าแต่ละชนิด อันจะช่วยสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้า GI และสร้างรายได้กลับสู่ชุมชนผู้ผลิตอย่างยั่งยืน
ภายในงานได้รวบรวมผลไม้ GI คุณภาพจากหลายภูมิภาคมาจัดแสดงและจำหน่าย รวม 7 สินค้า จากผู้ประกอบการ 12 ราย ประกอบด้วย สับปะรดภูแลเชียงราย ที่มีผลเล็ก เนื้อสีเหลือง กรอบ หวาน มีกลิ่นหอมเฉพาะตัว มะพร้าวน้ำหอมบ้านแพ้ว (สมุทรสาคร) น้ำมะพร้าวรสหวานหอม กลิ่นคล้ายใบเตย เนื้อมะพร้าวเหนียวนุ่ม น้อยหน่าปากช่อง (นครราชสีมา) ผลใหญ่ เนื้อแน่น รสหวาน เมล็ดเล็ก กลิ่นหอม กระท้อนตะลุง (ลพบุรี) เนื้อและปุยเมล็ดค่อนข้างแห้งนุ่ม รสหวาน ไม่มีรสฝาด มะขามหวานเพชรบูรณ์ ฝักใหญ่ เนื้อหนานุ่ม รสหวานหอม เมล็ดลีบ และมีสาแหรกน้อย ทุเรียนภูเขาไฟศรีสะเกษ ซึ่งปลูกบนพื้นที่ดินภูเขาไฟเก่า ทำให้เนื้อเนียนละเอียด สีเหลืองสวย รสชาติหวานมัน กลิ่นไม่ฉุน และ มันแกวบรบือ (มหาสารคาม) ที่มีเนื้อสีขาว กรอบ ฉ่ำน้ำ รสหวานและมัน อันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของพื้นที่ นอกจากนี้ ในงานยังมีกิจกรรมส่งเสริมการขายสินค้า GI การชิมผลไม้ การถ่ายทอดองค์ความรู้เกี่ยวกับระบบ GI การนำเสนอเรื่องราวความเป็นมาของแหล่งผลิต และการประชาสัมพันธ์อัตลักษณ์ของสินค้า GI แต่ละประเภท เพื่อให้ผู้บริโภคได้รับรู้คุณค่าของสินค้า GI ควบคู่กับการเลือกซื้อสินค้าคุณภาพจากผู้ผลิตโดยตรง
กรมฯ เชื่อมั่นว่า การนำผลไม้ GI ไทยมาจัดแสดงและจำหน่ายในพื้นที่ศักยภาพเช่นนี้ ไม่เพียงช่วยเพิ่มโอกาสทางการตลาดให้กันเกษตรกรและผู้ผลิตเท่านั้น แต่ยังช่วยสร้างการรับรู้และความเชื่อมั่นกับผู้บริโภค โดยเฉพาะกลุ่มนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติ รวมถึงผู้บริโภคมีกำลังซื้อสูง ให้ได้รับประสบการณ์ตรงในการสัมผัสและลิ้มลองรสชาติผลไม้ GI ไทยประเภทต่างๆ ที่มีคุณภาพ ได้มาตรฐาน และสะท้อนอัตลักษณ์เฉพาะถิ่นไว้อย่างชัดเจน ซึ่งเป็นจุดแข็งสำคัญที่สร้างความแตกต่างจากผลไม้ทั่วไป อีกทั้งยังช่วยเชื่อมโยงสินค้า GI เข้ากับการท่องเที่ยว กระตุ้นให้ผู้บริโภคเกิดความสนใจเดินทางไปยังแหล่งผลิต เรียนรู้วิถีชุมชน และสร้างรายได้กลับสู่ท้องถิ่น อันจะนำไปสู่การสร้างมูลค่าเพิ่มและขยายโอกาสให้กับสินค้า GI ไทยได้อีกมาก อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา กล่าวทิ้งท้าย
ทั้งนี้ กรมทรัพย์สินทางปัญญา ขอเชิญชวนประชาชนและนักท่องเที่ยวร่วมสัมผัสเสน่ห์ของผลไม้ GI ไทย พร้อมอุดหนุนผลิตภัณฑ์คุณภาพจากเกษตรกรโดยตรง ในงาน “เทศกาลผลไม้ GI” ร่วมช้อป ชิม และสัมผัสเสน่ห์ของผลไม้ GI ได้ตั้งแต่วันนี้ ถึงวันที่ 22 กรกฎาคม 2569 ณ บริเวณ Event Hall ชั้น M ศูนย์การค้าไอซีเอส (ICS) ฝั่งตรงข้ามศูนย์การค้า ICONSIAM พร้อมกันนี้ ยังสามารถติดตามข่าวสารและกิจกรรมส่งเสริมสินค้า GI ของกรมฯ ได้ที่ Facebook : GI Thailand เพื่อร่วมสนับสนุนเกษตรกรไทย และเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับผู้ประกอบการ GI ในระยะยาว

