นายเจษฎา จันทรประภา ผู้อำนวยการสำนักการระบายน้ำ (สนน.) กทม. กล่าวถึงการเตรียมความพร้อมแผนบริหารจัดการน้ำรองรับสถานการณ์ภัยแล้งปี 2569 ของ กทม. ที่อาจได้รับผลกระทบจากปรากฎการณ์ ‘ซูเปอร์เอลนีโญ’ ว่า สนน. ได้เตรียมความพร้อมแผนบริหารจัดการน้ำรองรับสถานการณ์ภัยแล้งปี 2569 ในพื้นที่กรุงเทพฯ โดยติดตามข้อมูลสภาพอากาศ ปริมาณน้ำต้นทุน และสถานการณ์น้ำในพื้นที่อย่างใกล้ชิด ควบคู่กับการบูรณาการประสานความร่วมมือติดตามสถานการณ์น้ำการระบายน้ำของกรมชลประทานที่ผ่านลงมาตามคลองต่าง ๆ ในพื้นที่ด้านตะวันออกของกรุงเทพฯ เพื่อเตรียมความพร้อมรองรับสถานการณ์ พร้อมทั้งมีแผนการบริหารจัดการน้ำและเก็บกักน้ำในพื้นที่แก้มลิง เพื่อเป็นแหล่งน้ำต้นทุนรองรับสถานการณ์ภัยแล้งและฝนทิ้งช่วง จัดทำโครงการก่อสร้างทำนบกั้นน้ำ เพื่อเก็บกักน้ำในคลองต่าง ๆ โดยเฉพาะพื้นที่เขตหนองจอก ซึ่งปัจจุบันดำเนินการแล้วเสร็จ 17 แห่ง ครอบคลุมพื้นที่การเกษตรประมาณ 48,000 ไร่ สามารถเก็บกักน้ำได้ประมาณ 1.8 ล้านลูกบาศก์เมตร

นอกจากนี้ ได้จัดได้เตรียมเครื่องสูบน้ำชนิดเครื่องยนต์ดีเซล รถบรรทุกน้ำ และรถบรรทุกระบบผลิตน้ำสะอาด 4 คัน เพื่อรองรับสถานการณ์ขาดแคลนน้ำและให้ความช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่เสี่ยง รวมทั้งติดตามเฝ้าระวังคุณภาพน้ำในคลองสายหลักและคลองสาขาต่าง ๆ โดยติดตามตรวจสอบคุณภาพน้ำของแม่น้ำเจ้าพระยาตอนล่าง โดยเก็บตัวอย่างน้ำจากแม่น้ำเจ้าพระยา 9 จุดเก็บ คือ ท่าน้ำนนทบุรี สะพานพระราม 7 สะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้า สะพานพระพุทธยอดฟ้า สะพานกรุงเทพ สะพานพระราม 9 ช่องนนทรี บางนา และพระประแดง พร้อมตรวจสอบเฝ้าระวังสถานการณ์คุณภาพน้ำคลอง โดยเก็บตัวอย่างน้ำ เพื่อวิเคราะห์คุณภาพน้ำเป็นประจำทุกเดือน 179 คลอง รวมทั้งสิ้น 330 จุด หากตรวจพบค่าความเค็มของน้ำในคลองเกิน 1.2 กรัม/ลิตร จะประสานไปยังสำนักงานเขต เพื่อแจ้งเตือนให้เกษตรกรระมัดระวังในการใช้น้ำ รวมถึงขอความร่วมมือประหยัดการใช้น้ำเพื่อการอุปโภคบริโภคและการเกษตร
นอกจากนี้ กทม. ยังสนับสนุนน้ำที่ผ่านการบำบัดจากระบบบําบัดน้ำเสียรวมขนาดใหญ่ 9 แห่ง นำน้ำกลับมาใช้ประโยชน์ ซึ่งหากตรวจค่าความเค็มของน้ำจากโรงควบคุมคุณภาพน้ำแล้วมีค่าไม่เกิน 1.2 กรัม/ลิตร จะแจ้งไปยังสำนักงานเขตต่าง ๆ หากต้องการใช้น้ำสามารถไปรับน้ำที่ผ่านการบำบัดได้ทั้ง 9 แห่ง หรือพื้นที่ใกล้เคียง และหากตรวจพบค่าความเค็มของน้ำจากโรงควบคุมคุณภาพน้ำเกิน 1.2 กรัม/ลิตร จะติดป้ายแจ้งเตือนที่หน้าโรงควบคุมคุณภาพน้ำ เพื่อระมัดระวังในการนำน้ำที่ผ่านการบำบัดไปใช้กับพืชทั่วไป แต่ยังสามารถนำน้ำไปใช้ประโยชน์ด้านอื่น ๆ ได้เช่น ล้างถนน ล้างตลาด หรือล้างชำระสิ่งสกปรก เป็นต้น
นางสาวกาญจนา ภูพิพัฒน์ผล ผู้อำนวยการสำนักพัฒนาสังคม (สพส.) กทม. กล่าวว่า สพส. ได้ประสานแจ้งสำนักงานเขตทั้ง 50 เขตเตรียมความพร้อมแก้ไขปัญหาภัยแล้งตามแผนปฏิบัติการป้องกันและแก้ไขปัญหาจากเหตุสาธารณภัยด้านการเกษตร สำนักพัฒนาสังคม พ.ศ. 2569 ได้อย่างทันท่วงทีและครบถ้วนมากขึ้น พร้อมทั้งจัดแบ่งงานได้อย่างครอบคลุมและสามารถเชื่อมโยงกับหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องได้อย่างรวดเร็วและทันต่อสถานการณ์ ขณะเดียวกันได้จัดประชุมคณะกรรมการพัฒนาท้องถิ่นการเกษตรฝั่งพระนครและธนบุรี เมื่อวันที่ 21 เม.ย. 69 ขอความร่วมมือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องติดตามและแก้ไขปัญหาสถานการณ์ภัยแล้งในพื้นที่กรุงเทพฯ โดยองค์ประกอบของคณะกรรมการจะมีผู้แทนเกษตรกรจาก 26 เขตชั้นนอกของกรุงเทพฯ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะด้านการเกษตรและหน่วยงานด้านการบริหารจัดการน้ำ เช่น กรมชลประทาน กรมส่งเสริมการเกษตร กรมวิชาการเกษตร กรมการข้าว กรมปศุสัตว์ กรมประมง กรมพัฒนาที่ดิน สภาเกษตรกรกรุงเทพมหานคร สำนักการระบายน้ำ กทม. เป็นต้น
นอกจากนี้ สพส. ได้ดำเนินโครงการส่งเสริมการปลูกแตงโมหลังการเก็บเกี่ยวข้าวนาปี โดยส่งเสริมให้เกษตรกรเปลี่ยนจากการทำนาปรังช่วงฤดูแล้งมาปลูกพืชใช้น้ำน้อย เช่น แตงโมและแคนตาลูป เพื่อลดการใช้น้ำ เพิ่มรายได้ และลดปัญหาการเผาตอซังที่ก่อให้เกิด PM2.5 โดยให้จัดอบรมให้เกษตรกรในพื้นที่เขตหนองจอก คลองสามวา ลาดกระบัง และเขตมีนบุรี มีผู้เชี่ยวชาญให้ความรู้เกี่ยวกับการปลูกแตงโม การดูแลรักษาและการวางแผน การผลิต เพื่อให้ได้ผลผลิตที่มีคุณภาพและสามารถจำหน่ายได้ดี ผลจากโครงการดังกล่าวช่วยให้เกษตรกรมีทางเลือกในการทำการเกษตรที่ใช้น้ำน้อย สร้างรายได้สูงกว่าการทำนาเกือบ 10 เท่า และช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งนี้ เกษตรกรสามารถรวมกลุ่ม เพื่อขอรับการสนับสนุนวิทยากรจาก สพส. หรือเรียนได้ที่โรงเรียนฝึกอาชีพ กทม. ศูนย์ศึกษาและส่งเสริมการเกษตร กทม. ตลอดจนได้เปิดเว็บไซต์ ‘Next Learn’ ซึ่งเป็นเว็บไซต์ที่รวบรวมแหล่งเรียนรู้ต่าง ๆ ทั้งภายใน กทม. และหน่วยงานภาคีเครือข่ายทั้งในรูปแบบออนไลน์ และออนไซต์ เพื่อให้ประชาชนได้เลือกเรียนตามที่สนใจและสามารถเรียนได้ด้วยตนเองผ่านเว็บไซต์ https://learning.bangkok.go.th/
