เขตหนานซา นครกว่างโจว เดินหน้ายกระดับสู่ศูนย์กลางวัฒนธรรม การท่องเที่ยว และความบันเทิงระดับโลกแห่ง Greater Bay Area

สำนักประชาสัมพันธ์เขตหนานซา

เขตหนานซา นครกว่างโจว ได้รับเกียรติเป็นเวทีจัดการแข่งขันมหกรรมกีฬาระดับนานาชาติหลากหลายรายการ ท่ามกลางทัศนียภาพชายฝั่งทะเลอันงดงามชวนหลงใหล อีกทั้งยังเป็นจุดบรรจบระหว่างมรดกวัฒนธรรมหลิงหนานอายุนับพันปีกับอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ดิจิทัลยุคใหม่ได้อย่างกลมกลืน ขณะเดียวกัน เศรษฐกิจเรือสำราญและกีฬาทางน้ำก็กำลังหลอมรวมเข้ากับวิถีชีวิตของผู้คนในเขตเศรษฐกิจอ่าวกวางตุ้ง-ฮ่องกง-มาเก๊า (Greater Bay Area: GBA) อย่างลงตัว ส่งให้เมืองชายฝั่งที่เปี่ยมด้วยชีวิตชีวาและเปิดกว้างแห่งนี้ ก้าวขึ้นเป็นจุดหมายปลายทางระดับโลกที่ได้รับความสนใจเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ภายในงานมหกรรมการท่องเที่ยวนานาชาติกว่างโจว ครั้งที่ 34 (34th Guangzhou International Travel Fair: GITF) เขตหนานซาได้เปิดพาวิลเลียนของตนเองเป็นครั้งแรก พร้อมจัดกิจกรรมประชาสัมพันธ์ภายใต้แนวคิด Shape the Future in Nansha เพื่อสะท้อนอัตลักษณ์ของเมือง พร้อมทั้งดึงดูดการลงทุนด้านวัฒนธรรมและการท่องเที่ยว โดยให้การต้อนรับภาคธุรกิจ นักลงทุน และนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกอย่างอบอุ่น ภายในงาน หนานซาได้เปิดตัวโครงการ “1+6+N” ซึ่งครอบคลุมการจัดอีเวนต์ระดับเรือธง การพัฒนา 10 จุดหมายปลายทางไลฟ์สไตล์สมัยใหม่ การออกแบบเส้นทางท่องเที่ยวตามธีมต่าง ๆ ตลอดจนชุดนโยบายสนับสนุนอุตสาหกรรมวัฒนธรรมและการท่องเที่ยว เพื่อวางรากฐานสู่การพัฒนาอย่างมีคุณภาพและยั่งยืนของภาคส่วนนี้ในอนาคต

หนานซาไม่ได้เป็นเพียง “เขตใหม่ระดับชาติ” และ “เขตการค้าเสรีนำร่อง” เท่านั้น หากยังมีบทบาทในฐานะ “เขตสาธิตความร่วมมือเชิงบูรณาการระหว่างกวางตุ้ง ฮ่องกง และมาเก๊า” โดยสถานะเชิงยุทธศาสตร์เหล่านี้เปิดโอกาสให้หนานซาริเริ่มแนวทางใหม่ในการพัฒนาเมืองคุณภาพสูงของจีน ผ่านการผสานพลังของ “วัฒนธรรมและการท่องเที่ยว + กีฬา + เทคโนโลยี + ความเปิดกว้าง” เข้าด้วยกันอย่างสมบูรณ์

จากการชมทิวทัศน์ สู่ประสบการณ์เต็มอิ่ม: กีฬาและชีวิตชีวา เอกลักษณ์ใหม่ของหนานซา

เสน่ห์ที่แท้จริงของเมืองไม่ใช่แค่ความงดงามของทิวทัศน์ หากคือวิถีชีวิตที่สามารถเข้าถึงและสัมผัสได้

หนานซาคือเขตเดียวของนครกว่างโจวที่มีทางออกสู่ทะเลโดยตรง จึงโดดเด่นด้วยภูมิทัศน์ที่ผสานภูเขา พื้นที่เกษตรกรรม แม่น้ำ ทะเล และเมืองเข้าไว้ด้วยกันอย่างงดงาม ความหลากหลายของภูมิประเทศได้สร้างประสบการณ์การท่องเที่ยวอันเป็นเอกลักษณ์ โดยทางตอนเหนือ นักท่องเที่ยวสามารถเพลิดเพลินกับการเดินเขา ชมดอกไม้ตามฤดูกาล และสัมผัสมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมท้องถิ่น ขณะที่ใจกลางเมืองเหมาะสำหรับการล่องเรือชมวิวแม่น้ำและเดินเล่นสัมผัสบรรยากาศเมือง ส่วนทางตอนใต้ถือเป็นสวรรค์สำหรับผู้ที่หลงใหลในทัศนียภาพชายทะเล การดูนก และการลิ้มรสเมนูอาหารจากวัตถุดิบสดใหม่แห่งลุ่มน้ำ

เจ้าหน้าที่จากเขตหนานซา นครกว่างโจว กล่าวว่า “หนานซามีข้อได้เปรียบด้านทำเลที่ตั้งและระบบคมนาคมที่เชื่อมโยงอย่างครอบคลุม เราดำเนินงานภายใต้วิสัยทัศน์เชิงยุทธศาสตร์ระยะยาว พร้อมทรัพยากรวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวที่มีเอกลักษณ์โดดเด่น” ทั้งนี้ เขตหนานซายังคงมุ่งผลักดันการบูรณาการเชิงลึกระหว่างวัฒนธรรม การท่องเที่ยว และกีฬาอย่างต่อเนื่อง เพื่อยกระดับเสน่ห์ของเมืองและศักยภาพทางอุตสาหกรรม งานมหกรรมการท่องเที่ยวนานาชาติกว่างโจวจึงไม่เพียงเป็นเวทีสำคัญในการนำเสนออัตลักษณ์เมือง ทำเลที่ตั้งอันโดดเด่น ทรัพยากรวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวที่อุดมสมบูรณ์ รวมถึงโอกาสทางธุรกิจของหนานซาเท่านั้น แต่ยังเป็นกลไกสำคัญในการเชื่อมโยงทรัพยากรทางการตลาด และเสริมสร้างความร่วมมือด้านการลงทุนในอุตสาหกรรมวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา กีฬาได้กลายเป็นหนึ่งในอัตลักษณ์สำคัญของเขตหนานซา โดยหนานซามีสนามกีฬาขนาดใหญ่ความจุ 60,000 ที่นั่ง สนามกีฬาในร่มขนาด 20,000 ที่นั่ง รวมถึงศูนย์ว่ายน้ำและกระโดดน้ำขนาด 4,000 ที่นั่ง ขณะเดียวกัน ศูนย์เทนนิสนานาชาติหนานซายังขึ้นชื่อว่ามีคอร์ตดินจำนวนมากที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศจีน นอกจากนี้ หนานซายังมีพื้นที่นันทนาการหลากหลาย ทั้งเส้นทางปั่นจักรยานเลียบชายฝั่งยาว 20 กิโลเมตร ศูนย์กีฬาทางน้ำครบวงจร และสนามกอล์ฟระดับพรีเมียม โดยที่ผ่านมา หนานซาได้เป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันสำคัญมาแล้วหลายรายการ อาทิ การแข่งขันวูซูและเทนนิสในมหกรรมกีฬาแห่งชาติ ครั้งที่ 15 รวมถึงการแข่งขันเทนนิสเดวิสคัพ รอบเพลย์ออฟ เวิลด์กรุ๊ป 1

การหลั่งไหลของมหกรรมกีฬาอย่างต่อเนื่องกำลังเปลี่ยนให้หนานซากลายเป็นเมืองที่เต็มเปี่ยมไปด้วยพลังและชีวิตชีวา ข้อมูลระบุว่า ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา จำนวนผู้เล่นเทนนิสในหนานซาเพิ่มขึ้นเกือบ 200 เท่า เป็นมากกว่า 20,000 คน สะท้อนการพลิกโฉมจาก “ดินแดนไร้เทนนิส” สู่ “ศูนย์กลางเทนนิสระดับโลก” ได้อย่างน่าทึ่ง ขณะเดียวกัน กีฬาชายฝั่งอย่างการพายคายัก แพดเดิลบอร์ด เรือใบ และเรือยอชต์ ก็กำลังได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว เช่นเดียวกับกีฬาทางน้ำ การปั่นจักรยานในเมือง และการตั้งแคมป์กลางแจ้ง ทุกวันนี้ กีฬาจึงไม่ได้เป็นเพียงการแข่งขันอีกต่อไป หากยังเป็นส่วนสำคัญของประสบการณ์การท่องเที่ยวอย่างเต็มรูปแบบ การสัมผัสเสน่ห์ของเมืองผ่านกิจกรรมกีฬา และการเรียนรู้วิถีชีวิตท้องถิ่นผ่านอีเวนต์ต่าง ๆ กำลังกลายเป็นวิถีใหม่ที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวรุ่นใหม่ให้มาค้นพบหนานซา

จาก “ศูนย์กลางของ GBA” สู่ “ประตูสู่สากล”: ความเป็นนานาชาติขับเคลื่อนการเติบโตของเมือง

หากกีฬาคือพลังที่เติมชีวิตชีวาให้กับหนานซา ความเปิดกว้างก็คือหัวใจสำคัญที่หล่อหลอมเอกลักษณ์ความเป็นนานาชาติของหนานซา ด้วยทำเลที่ตั้ง ณ ใจกลางเขตเศรษฐกิจอ่าวกวางตุ้ง-ฮ่องกง-มาเก๊า (GBA) หนานซาจึงมีบทบาทเป็นศูนย์กลางยุทธศาสตร์สำคัญในการเชื่อมโยงพื้นที่ฝั่งตะวันออกและตะวันตกของปากแม่น้ำเพิร์ล อีกทั้งยังเป็นแพลตฟอร์มระดับชาติในการส่งเสริมความร่วมมือระหว่างกวางตุ้ง ฮ่องกง และมาเก๊า

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา หนานซาได้เร่งพัฒนาท่าเรือสำราญนานาชาติ ควบคู่กับการออกนโยบายอนุญาตให้เรือยอชต์จากฮ่องกงและมาเก๊าสามารถเดินทางขึ้นเหนือได้ รวมถึงอำนวยความสะดวกด้านการเดินทางข้ามพรมแดนอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้การไหลเวียนของผู้คน ระบบโลจิสติกส์ และข้อมูลข่าวสารระหว่างหนานซา ฮ่องกง และมาเก๊า เติบโตอย่างคึกคักและเชื่อมโยงใกล้ชิดกันมากขึ้น

ท่าเรือสำราญนานาชาติเขตหนานซา นครกว่างโจว หนึ่งในท่าเรือสำราญนานาชาติที่ใหญ่ที่สุดของจีน กำลังเร่งสร้างประสบการณ์การเดินทางรูปแบบใหม่เพื่อต้อนรับนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก โดยเรือสำราญขนาดยักษ์ที่ต่อขึ้นภายในประเทศจีน “Adora Flora City” เตรียมออกเดินทางเที่ยวปฐมฤกษ์จากหนานซา พร้อมเปิดเส้นทางพิเศษสู่เอเชียตะวันออกและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งจะช่วยยกระดับสถานะของ GBA ให้ก้าวขึ้นเป็นประตูสู่การท่องเที่ยวนานาชาติ ขณะเดียวกัน สภาพแวดล้อมด้านการพัฒนาที่เอื้อต่อความเป็นสากลของหนานซา ยังคงดึงดูดทรัพยากรและโอกาสทางธุรกิจจากทั่วโลกอย่างต่อเนื่อง

เฟรดดี ยิป ฮิงหนิง ประธานสมาคมตัวแทนการท่องเที่ยวฮ่องกง และสมาชิกคณะกรรมการที่ปรึกษาความร่วมมือกวางตุ้ง-ฮ่องกง (เขตหนานซา นครกว่างโจว) กล่าวว่า “หนานซาเปี่ยมด้วยมรดกทางวัฒนธรรมอันทรงคุณค่า รายล้อมด้วยทัศนียภาพงดงามทั้งขุนเขาและสายน้ำ อีกทั้งยังเป็นสวรรค์แห่งอาหารรสเลิศ ทรัพยากรด้านวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวที่โดดเด่นเหล่านี้สามารถตอบโจทย์ความต้องการด้านการท่องเที่ยวที่หลากหลายและเฉพาะตัวของชาวฮ่องกงได้อย่างลงตัว จึงถือเป็นจุดหมายปลายทางการพักผ่อนคุณภาพสูงอย่างแท้จริง” พร้อมกับเสริมว่า ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ชาวฮ่องกงจำนวนมากนิยมเดินทางไปยังหนานซาในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์และวันหยุดยาว เพื่อพักผ่อนริมทะเล เพลิดเพลินกับธรรมชาติอันงดงาม ตลอดจนเรียนรู้วัฒนธรรมท้องถิ่น ส่งผลให้หนานซากลายเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวระยะใกล้ที่ได้รับความนิยมอย่างมากของเขต GBA

ขณะเดียวกัน หนานซายังคงเดินหน้าดึงดูดนักลงทุนจากทั่วโลกผ่านนโยบายเปิดกว้างและสิทธิประโยชน์ที่เอื้อต่อการลงทุน อาทิ อัตราภาษีเงินได้นิติบุคคลพิเศษเพียง 15% สำหรับบริษัทที่เข้าเกณฑ์ ขณะที่ชาวฮ่องกงและมาเก๊าได้รับการยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาในส่วนที่สูงกว่าอัตราภาษีของภูมิลำเนาเดิม นอกจากนี้ หนานซายังออกมาตรการสนับสนุนเฉพาะทางสำหรับอุตสาหกรรมสำคัญ ทั้งธุรกิจการแสดงและอีเวนต์ขนาดใหญ่ การแข่งขันกีฬา การผลิตภาพยนตร์และรายการโทรทัศน์ ตลอดจนอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ดิจิทัล นับตั้งแต่ต้นปี 2568 เป็นต้นมา หนานซาประสบความสำเร็จในการจัดคอนเสิร์ตของศิลปินชื่อดังมากมาย เช่น Mayday และ Teens in Times (TNT) ซึ่งช่วยขับเคลื่อนโมเดล “ความบันเทิง + การท่องเที่ยว + การบริโภค” ให้สร้างผลลัพธ์ทางเศรษฐกิจได้อย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งเสริมศักยภาพด้านการรวมตัวของอุตสาหกรรม และยกระดับเสน่ห์โดยรวมของหนานซาให้โดดเด่นยิ่งขึ้น

จาก “วัฒนธรรมหลิงหนาน” สู่ “อนาคตดิจิทัล”: เรื่องราวใหม่ของเมืองถูกขับเคลื่อนอย่างเป็นรูปธรรม

วัฒนธรรมถือเป็นรากฐานสำคัญของขีดความสามารถในการแข่งขันของเมือง และหนานซามีความแตกต่างจากเขตเมืองใหม่หลายแห่ง เนื่องจากการพัฒนาหนานซาไม่ได้มุ่งเพียงการขยายตัวของเมืองเท่านั้น หากแต่เป็นการฟื้นฟูทรัพยากรวัฒนธรรมดั้งเดิม จนหลอมรวมและก่อเกิดเป็นเรื่องราวเฉพาะตัวของเมืองยุคใหม่ที่มีเอกลักษณ์โดดเด่น

อิฐสีน้ำเงินและกระเบื้องสีดำของเมืองริมน้ำตงชง ถ่ายทอดเรื่องราวของหลิงหนานในอดีต ขณะที่ผ้าไหมเซียงอวิ๋น และบทเพลงเซียนสุ่ย สะท้อนการสืบสานมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมที่ยาวนานนับพันปี นอกจากนี้ วัฒนธรรมของชุมชนชาวประมงทันก้า เมืองริมน้ำ และประวัติศาสตร์ทางทะเล ล้วนหล่อหลอมรากฐานทางวัฒนธรรมอันเป็นเอกลักษณ์ของหนานซา ในอีกด้านหนึ่ง อุตสาหกรรมเกิดใหม่อย่างอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ดิจิทัล ฐานการผลิตละครสั้นด้วยเทคโนโลยี AI และพื้นที่ประสบการณ์เสมือนจริง ต่างกำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว นวัตกรรมต่าง ๆ เช่น ทัวร์กลางคืนด้วยเรือไร้คนขับ พื้นที่วัฒนธรรมและการท่องเที่ยวดิจิทัล รวมถึงระบบเดินทางอัจฉริยะ ล้วนได้รับความสนใจอย่างกว้างขวาง และช่วยเชื่อมโยงมรดกวัฒนธรรมดั้งเดิมเข้ากับเทคโนโลยีสมัยใหม่ได้อย่างไร้รอยต่อ

ภายในกิจกรรมประชาสัมพันธ์เขตหนานซาครั้งนี้ ยังมีการเปิดตัวโครงการสำคัญหลายรายการอย่างเป็นทางการ อาทิ ฐานฝึกอบรมการผลิตละครสั้นด้านวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวด้วยเทคโนโลยี AI ของ Asia Television (ATV) ในหนานซา และศูนย์สร้างสรรค์วิดีโอสั้นด้านวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวรูปแบบ OPC (One Person Company) ในหนานซา นอกจากนี้ ยังมีการจัดตั้งสถาบันวิจัยกีฬาและวัฒนธรรมเขตอ่าวกวางตุ้ง-ฮ่องกง-มาเก๊า ในหนานซาอย่างเป็นทางการ เพื่อยกระดับและเสริมสร้างระบบนิเวศนวัตกรรมสำหรับการพัฒนาวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวแบบบูรณาการ

ที่มา: สำนักประชาสัมพันธ์เขตหนานซา

ที่มา: ซินหัว-เอเชียเน็ท/ดาต้าเซ็ต