นายอาสา ทองธรรมชาติ ผู้อำนวยการสำนักการวางผังและพัฒนาเมือง (สวพ.) กทม. กล่าวชี้แจงรายละเอียดโครงการพัฒนาพื้นที่ริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา รวมทั้งความคืบหน้าการดำเนินโครงการฯ ในส่วนที่ กทม. รับผิดชอบดำเนินการว่า โครงการพัฒนาริมแม่น้ำเจ้าพระยา เขตบางพลัด เป็นโครงการที่ดำเนินการในปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 – 2570 วงเงินงบประมาณ 264,268,000 บาท ซึ่งได้รับการจัดสรรงบประมาณในชั้นงบแปรญัติ ลักษณะโครงการเป็นการจัดทำแบบก่อสร้างและประมาณการค่าใช้จ่าย ทั้งนี้ สวพ. ได้ดำเนินการตามหลักเกณฑ์การกำหนดราคากลางงานก่อสร้างของทางราชการ โดยมีการสืบราคาจากผู้ประกอบการ หรือร้านค้าไม่น้อยกว่า 3 ราย ก่อนนำข้อมูลมาประกอบการพิจารณากำหนดราคากลาง ยึดหลักความประหยัด ความเหมาะสม และเลือกใช้ราคาที่เสนอในอัตราต่ำสุด เพื่อสามารถดำเนินการจัดซื้อจัดจ้างได้อย่างถูกต้อง โปร่งใส และตรวจสอบได้
สำหรับการเลือกใช้ไม้ยืนต้นขนาดใหญ่ ขนาดกลาง และขนาดเล็ก ภายในโครงการฯ ผู้ออกแบบได้คัดเลือกพันธุ์ไม้ยืนต้นโบราณที่มีคุณค่าควรแก่การอนุรักษ์ มีความเหมาะสมกับสภาพพื้นที่ริมแม่น้ำและบริบทเดิมของพื้นที่สวนท้องร่องในเขตบางพลัด ซึ่งสามารถสะท้อนอัตลักษณ์เฉพาะของพื้นที่ได้อย่างเหมาะสม โดยต้นไม้ที่เลือกใช้เป็นไม้ใหญ่ไม่ผลัดใบ มีอายุยืนยาว ดูแลรักษาง่าย สามารถเจริญเติบโตได้ตามธรรมชาติโดยไม่จำเป็นต้องรดน้ำอย่างต่อเนื่อง ช่วยลดภาระด้านการบำรุงรักษาในระยะยาว
ทั้งนี้ ความคืบหน้าการดำเนินโครงการฯ ปัจจุบันอยู่ระหว่างขั้นตอนการขอความเห็นชอบรายงานขอจ้างก่อสร้างโครงการ โดยใช้วิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) ตามพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) การจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 และระเบียบที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การดำเนินโครงการเป็นไปตามหลักความโปร่งใส เป็นธรรมและสามารถตรวจสอบได้ ขณะเดียวกัน กทม. โดยสำนักการโยธา ร่วมกับสำนักงานเขตบางพลัด และสำนักงานที่ดินกรุงเทพมหานคร สาขาบางกอกน้อย อยู่ระหว่างดำเนินการรังวัดและตรวจสอบแนวเขตที่สาธารณประโยชน์ เพื่อยืนยันขอบเขตพื้นที่ดำเนินโครงการให้สอดคล้องกับข้อมูลตามระวางแปลงที่ดินและเอกสารสิทธิที่เกี่ยวข้อง ซึ่งเป็นการดำเนินการตามหลักวิชาการด้านผังเมือง วิศวกรรม และกฎหมายที่ดิน เพื่อคุ้มครองสิทธิของประชาชนและป้องกันมิให้เกิดผลกระทบต่อกรรมสิทธิ์ของเอกชน ทั้งนี้ กทม. ขอยืนยันว่าการดำเนินโครงการดังกล่าวจะใช้เฉพาะพื้นที่สาธารณประโยชน์ของรัฐเท่านั้น และไม่มีนโยบายนำพื้นที่ที่อยู่ในกรรมสิทธิ์ของเอกชนมาใช้เพื่อการดำเนินโครงการโดยมิชอบแต่อย่างใด
