นายธนาเดช จันทร์แก้ว ผู้อำนวยการเขตสัมพันธวงศ์ กทม. กล่าวถึงความคืบหน้าการตรวจสอบและแก้ไขปัญหากรณีผู้ค้าหาบเร่แผงลอยบนทางเท้าตั้งวางแผงค้ากีดขวางทางเข้า–ออกอาคารพาณิชย์ บริเวณหัวมุมถนนเพาะพานิชตัดกับตรอกโรงพิมพ์ ย่านสำเพ็งว่า จากการตรวจสอบข้อเท็จจริง พบว่าจุดดังกล่าวอยู่ในบริเวณนอกพื้นที่ทำการค้าที่ชอบด้วยกฎหมาย (นอกจุดผ่อนผัน) โดยเมื่อปี พ.ศ. 2565 ได้สำรวจและจัดทำบัญชีผู้ค้าหาบเร่–แผงลอยไว้ก่อนแล้ว ต่อมา กทม. ได้มีนโยบายจัดระเบียบพื้นที่ทำการค้าที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ให้เป็นไปตามประกาศกรุงเทพมหานคร เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการกำหนดพื้นที่ทำการค้าและการขายหรือจำหน่ายสินค้าบนถนน หรือสถานสาธารณะ ลงวันที่ 29 ส.ค. 67 ซึ่งสำนักงานเขตฯ ได้เสนอแนวทางจัดระเบียบหาบเร่-แผงลอย บริเวณถนนเพาะพานิชให้เป็นพื้นที่อัตลักษณ์ “ย่านสำเพ็ง” เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวเชื่อมโยงถนนเยาวราชและถนนราชวงศ์ โดยเฉพาะช่วงเวลาหลัง 22.00 น. เพื่อเพิ่มทางเลือกในการจับจ่ายสินค้าให้แก่นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ

จากการตรวจสอบพบว่า บริเวณดังกล่าวทำการค้าตามที่สำรวจไว้ แบ่งเป็น 2 ช่วงเวลา ได้แก่ ช่วงเวลา 08.30–17.30 น. และช่วงเวลา 01.00–08.00 น. โดยในช่วงเวลา 08.30–17.30 น. มีทั้งผู้ประกอบการในอาคารที่ตั้งวางสิ่งของล้ำทางเท้า และผู้ค้าหาบเร่–แผงลอยที่สำรวจไว้ปี 2565 ยังคงทำการค้าอยู่ จำนวน 5 ราย ขณะที่ผู้ถูกร้องเรียนทำการค้าอยู่ในช่วงเวลานี้ไม่ปรากฏรายชื่อในบัญชีดังกล่าว ซึ่งฝ่ายเทศกิจได้ดำเนินการเปรียบเทียบปรับและบังคับใช้กฎหมายตามพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) รักษาความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมือง พ.ศ. 2535 มาโดยตลอด เพื่อให้เกิดความเป็นระเบียบเรียบร้อย จึงกำหนดมิให้ตั้งวางสิ่งของบริเวณทางเท้าด้านหน้าอาคารตลอดแนวถนนเพาะพานิชในระหว่างช่วงเวลา 08.00–21.00 น. และกำหนดให้ผู้ค้าที่ได้รับการสำรวจและขึ้นบัญชีตั้งแต่ปี พ.ศ. 2565 ทำการค้าบนทางเท้าบริเวณด้านซ้ายก่อนออกถนนราชวงศ์ (ไม่ใช่บริเวณด้านหน้าอาคาร) โดยมีขนาดแผงค้าไม่เกิน 3 ตารางเมตร ทั้งนี้ ผู้ถูกร้องเรียนต้องจัดเก็บแผงค้าและอุปกรณ์ออกจากบริเวณหัวมุมถนนเพาะพานิชตัดกับตรอกโรงพิมพ์ภายในวันที่ 18 มี.ค. 69 ซึ่งได้แจ้งให้ผู้ประกอบการในอาคารและผู้เกี่ยวข้องรับทราบแล้ว
สำหรับการทำการค้าในช่วงเวลา 01.00–08.00 น. จากการสำรวจพบว่า มีทั้งผู้ประกอบการในอาคารและผู้ค้าหาบเร่-แผงลอยตั้งวางสินค้าทั้งบนทางเท้าด้านหน้าอาคารและผิวจราจร จึงได้กำหนดให้มีการประชุมทั้งผู้ประกอบการในอาคารและผู้ค้าหาบเร่–แผงลอยในวันที่ 23 มี.ค. 69 เพื่อรับฟังข้อเท็จจริงเพิ่มเติมและนำมาปรับให้เหมาะสมกับแนวทางการจัดระเบียบให้เป็นไปตามประกาศกรุงเทพมหานคร เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการกำหนดพื้นที่ทำการค้าและการขายฯ โดยกำหนดให้ผู้ค้า 1 คน / แผง และให้ใช้พื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่ทำการค้าชั่วคราวไปก่อน โดยห้ามตั้งวางกีดขวางทางเข้า–ออกอาคารบริเวณตรอกโรงพิมพ์โดยเด็ดขาด
ทั้งนี้ สำนักงานเขตฯ ได้จัดประชุมทำความเข้าใจกับผู้ประกอบการในอาคารและผู้ค้าหาบเร่–แผงลอยบริเวณถนนเพาะพานิช เพื่อแจ้งให้ทราบว่าพื้นที่ดังกล่าวไม่ใช่พื้นที่ทำการค้าที่ชอบด้วยกฎหมาย การฝ่าฝืนทำการค้าทั้งการตั้งล้ำทางเท้า ผิวจราจรจากอาคาร ผู้ค้าหาบเร่-แผงลอยบริเวณถนนเพาะพานิช ตรอกโรงพิมพ์ และตรอกสิบเบี้ย รวมทั้งพื้นที่สาธารณะในกรุงเทพฯ จะต้องชำระค่าปรับตามกฎหมาย เนื่องจากเป็นการกระทำความผิดตาม พ.ร.บ. รักษาความสะอาดฯ และที่แก้ไขเพิ่มเติม โดยใบเสร็จรับเงินค่าปรับไม่ใช่เอกสารอนุญาต หรือนำมาใช้ยืนยันสิทธิการทำการค้า หรือสิทธิในการใช้พื้นที่สาธารณะได้ ซึ่งสำนักงานเขตฯ จะได้จัดเจ้าหน้าที่เทศกิจเฝ้าระวังและกวดขันอย่างต่อเนื่องเป็นประจำทุกวัน เพื่อให้พื้นที่เกิดความเป็นระเบียบเรียบร้อย และทำให้ย่านสำเพ็งเป็นแหล่งการค้าและการท่องเที่ยวที่มีคุณภาพต่อไป
