กรมพัฒนาที่ดิน เผยความสำเร็จของเกษตรกรต้นแบบด้านการจัดการดิน หลัง “นางราตรี บัวพนัส” หมอดินอาสาประจำตำบลจันเสน อำเภอตาคลี จังหวัดนครสวรรค์ ได้รับการคัดเลือกเป็น “ปราชญ์เกษตรของแผ่นดิน” สาขาปราชญ์เกษตรเศรษฐกิจพอเพียง ประจำปี พ.ศ. 2569 จากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ สะท้อนบทบาทผู้นำชุมชนที่ขับเคลื่อนการเกษตรยั่งยืนและถ่ายทอดองค์ความรู้สู่เกษตรกรในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง

ดร.สุมิตรา วัฒนา อธิบดีกรมพัฒนาที่ดิน เปิดเผยว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ดำเนินการสรรหาและยกย่อง “ปราชญ์เกษตรของแผ่นดิน” เป็นประจำทุกปี เพื่อเชิดชูเกียรติบุคคลที่มีภูมิปัญญาด้านการเกษตร มีคุณธรรม ความรู้ ความสามารถ และประสบการณ์ เป็นแบบอย่างแก่เกษตรกรไทย โดยกรมพัฒนาที่ดินเป็นหนึ่งในหน่วยงานที่ได้รับมอบหมายให้ดำเนินการสรรหาในสาขาปราชญ์เกษตรผู้นำชุมชนและเครือข่าย และสาขาปราชญ์เกษตรเศรษฐกิจพอเพียง สำหรับนางราตรี บัวพนัส หมอดินอาสาประจำตำบลจันเสน อำเภอตาคลี จังหวัดนครสวรรค์ เคยได้รับรางวัลเกษตรกรดีเด่นแห่งชาติ สาขาการพัฒนาที่ดินเพื่อเกษตรกรรม ประจำปี พ.ศ. 2568 ก่อนจะได้รับการคัดเลือกให้เป็น ปราชญ์เกษตรของแผ่นดิน ในปีนี้
“หมอดินราตรี” เริ่มต้นทำเกษตรโดยพึ่งพาสารเคมี แต่ต้องเผชิญปัญหาทั้งด้านสุขภาพ ศัตรูพืช น้ำท่วม ภัยแล้ง และต้นทุนการผลิตที่สูง จึงตัดสินใจปรับเปลี่ยนแนวทางการผลิตสู่การทำเกษตรอินทรีย์อย่างจริงจัง โดยน้อมนำหลัก “พอกิน พอใช้ พออยู่ พอร่มเย็น” ตามแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 มาประยุกต์ใช้ ควบคู่กับการบริหารจัดการดิน น้ำ และพื้นที่อย่างเป็นระบบ พร้อมกันนี้ ยังได้นำองค์ความรู้ด้านการพัฒนาที่ดินและนวัตกรรมมาประยุกต์ใช้ในแปลงเกษตร อาทิ การวิเคราะห์ดิน การผลิตปุ๋ยหมักด้วยสารเร่งซุปเปอร์ พด.1 การผลิตน้ำหมักชีวภาพด้วยสารเร่งซุปเปอร์ พด.2 การใช้ปุ๋ยพืชสดจากปอเทือง ตลอดจนการพัฒนานวัตกรรมการเก็บรักษาเชื้อจุลินทรีย์ พด.14 ในรูปแบบแห้ง และการประดิษฐ์เครื่องมือไถกลบตอซังข้าวจากยางรถยนต์เก่า ช่วยลดการเผาในพื้นที่การเกษตร ลดต้นทุนการผลิต ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และฟื้นฟูความอุดมสมบูรณ์ของดินอย่างยั่งยืน สำหรับการบริหารจัดการพื้นที่เกษตร ได้แบ่งเป็น 2 ส่วน ได้แก่ พื้นที่ 42 ไร่ 3 งาน ทำการเกษตรคาร์บอนต่ำ โดยทำนาข้าวแบบเปียกสลับแห้ง และปลูกพืชหมุนเวียนหลังนา เช่น ปอเทืองและถั่วเขียว เพื่อเพิ่มอินทรียวัตถุในดินและลดการใช้สารเคมี และพื้นที่ 16 ไร่ 1 งาน ทำการเกษตรอินทรีย์แบบผสมผสาน โดยปลูกข้าวและพืชหมุนเวียน ควบคู่กับการปลูกพืชสมุนไพร ผักสวนครัว เลี้ยงปลา เลี้ยงไก่ และใช้เป็นพื้นที่อยู่อาศัย ผลจากการปรับเปลี่ยนรูปแบบการผลิต ทำให้ผลผลิตข้าวเพิ่มขึ้นจากเดิม 800–1,000 กิโลกรัมต่อไร่ในปี 2559 เป็น 1,150–1,250 กิโลกรัมต่อไร่ อีกทั้งยังสร้างรายได้จากกิจกรรมเกษตรผสมผสาน ช่วยลดต้นทุนการผลิต และเสริมสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจให้แก่ครัวเรือนและชุมชน
กรมพัฒนาที่ดิน ขอแสดงความยินดีกับหมอดินราตรี บัวพนัส ในโอกาสได้รับการยกย่องเป็น ปราชญ์เกษตรของแผ่นดิน สาขาปราชญ์เกษตรเศรษฐกิจพอเพียง ประจำปี พ.ศ. 2569 ซึ่งถือเป็นต้นแบบเกษตรกรที่ยึดหลักเศรษฐกิจพอเพียง ถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านการจัดการดินให้แก่เกษตรกรและชุมชนอย่างต่อเนื่อง นับเป็นความภาคภูมิใจของกรมพัฒนาที่ดิน และเป็นแรงบันดาลใจให้เกษตรกรรุ่นใหม่ขับเคลื่อนภาคการเกษตรด้วยนวัตกรรมและประยุกต์ใช้เทคโนโลยีอย่างยั่งยืน

