สนอ. แจงมาตรการฉีดพ่นหมอกควันกำจัดยุงใช้สารเคมีได้มาตรฐาน-ไม่ตกค้างระยะยาว

นางดวงพร ปิณจีเสคิกุล ผู้อำนวยการสำนักอนามัย (สนอ.) กทม. กล่าวกรณีข้อสังเกตการฉีดพ่นหมอกควันกำจัดยุงอาจทำให้เกิดสารพิษตกค้างและเป็นอันตรายต่อประชาชนว่า สนอ. ได้ดำเนินมาตรการเชิงรุกเพื่อสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับแนวทางการป้องกันและควบคุมโรคไข้เลือดออกในพื้นที่กรุงเทพฯ อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการฉีดพ่นหมอกควันกำจัดยุงในพื้นที่ชุมชนอย่างปลอดภัย ทั้งนี้ มาตรการป้องกันและควบคุมเพื่อกำจัดยุงลายมีหลายวิธี ได้แก่ วิธีกายภาพ วิธีชีวภาพ และการใช้สารเคมี โดยการใช้สารเคมีเป็นวิธีที่นิยม เนื่องจากสารออกฤทธิ์ต่ออวัยวะเป้าหมายของแมลงโดยตรง จึงมีประสิทธิภาพสูงในการกำจัดแมลง และสามารถตัดวงจรการระบาดของโรคได้อย่างรวดเร็ว อย่างไรก็ตาม การดำเนินการดังกล่าวต้องเป็นไปด้วยความระมัดระวัง เจ้าหน้าที่ต้องมีความรู้ความเข้าใจและวิธีการพ่นสารเคมีอย่างถูกวิธี เลือกใช้สารเคมีและผสมในอัตราส่วนที่เหมาะสม รวมถึงใช้เครื่องพ่นที่ได้มาตรฐาน เพื่อป้องกันยุงลายสร้างความต้านทานต่อสารเคมี 

ทั้งนี้ สำนักงานเขตจะดำเนินการฉีดพ่นหมอกควันกำจัดยุงเมื่อพบผู้ป่วยโรคไข้เลือดออก โดยพ่นในบ้านผู้ป่วยและบริเวณโดยรอบในรัศมี 100 เมตร เพื่อกำจัดยุงตัวเต็มวัยที่อาจมีเชื้อไวรัสอยู่ในตัว กำหนดพ่นจำนวน 3 ครั้ง ได้แก่ วันพบผู้ป่วย (Day 0) วันที่ 3 และวันที่ 7 พร้อมติดตามสถานการณ์ต่อเนื่องตามมาตรการควบคุมโรค โดยการฉีดพ่นหมอกควันเป็นมาตรการที่จำเป็นในช่วงพบผู้ป่วยไข้เลือดออก เพื่อควบคุมการแพร่ระบาดอย่างรวดเร็ว โดยอาจมีกลิ่น หรือควันชั่วคราวจากสารละลายที่ใช้ผสม เช่น น้ำมันดีเซลในบางกรณี ซึ่งอาจก่อให้เกิดการระคายเคืองในผู้ที่ไวต่อกลิ่น หรือผู้ป่วยโรคทางเดินหายใจ สนอ. จึงแนะนำให้ประชาชนปิดบ้าน เก็บอาหาร และหลีกเลี่ยงการอยู่ในพื้นที่ระหว่างการพ่น หากมีอาการผิดปกติ เช่น ระคายเคืองตา แน่นหน้าอก หรือเวียนศีรษะ ควรออกจากพื้นที่และปรึกษาแพทย์

สำหรับสารเคมีที่ใช้ในการพ่นเป็นสารในกลุ่มไพรีทรอยด์สังเคราะห์ ซึ่ง กทม. จัดซื้อโดยกำหนดให้ต้องขึ้นทะเบียนกับสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา สารดังกล่าวออกฤทธิ์ต่อระบบประสาทของแมลง มีความปลอดภัยต่อคนและสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมเมื่อใช้ในอัตราส่วนที่กำหนด อีกทั้งสามารถสลายตัวได้เมื่อสัมผัสแสงแดดและความร้อน จึงไม่ตกค้างในสิ่งแวดล้อมเป็นเวลานาน อย่างไรก็ตาม สารกลุ่มนี้มีความเป็นพิษต่อแมลงและสัตว์น้ำ จึงต้องระมัดระวังไม่ให้ปนเปื้อนแหล่งน้ำ ทั้งนี้ สนอ. ได้จัดอบรมและถ่ายทอดกระบวนการใช้สารเคมีให้แก่เจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบของสำนักงานเขตทั้ง 50 เขตอย่างต่อเนื่อง ครอบคลุมการเลือกชนิดสารเคมี การผสมในอัตราส่วนที่ถูกต้องตามหลักวิชาการ รวมทั้งการใช้เครื่องพ่นที่ได้มาตรฐาน โดยในปี 2569 ได้จัดอบรมแล้วเมื่อวันที่ 27 และ 29 ม.ค. ที่ผ่านมา ทั้งนี้ หากประชาชนมีความประสงค์ให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการพ่นหมอกควันกำจัดยุง กรณีที่ยังไม่พบผู้ป่วยไข้เลือดออกจะมีค่าบริการตามอัตราที่กำหนด โดยพื้นที่ไม่เกิน 300 ตารางเมตร (ตร.ม.) ครั้งละ 200 บาท และพื้นที่เกิน 300 ตร.ม. คิดค่าบริการเพิ่มขึ้นต่อ 100 ตร.ม.ละ 50 บาท

นอกจากนี้ สำนักงานเขตและศูนย์บริการสาธารณสุข กทม. ยังได้ดำเนินมาตรการป้องกันโรคล่วงหน้าอย่างต่อเนื่อง ผ่านการรณรงค์ส่งเสริมความรู้และสร้างการมีส่วนร่วมของประชาชน ทั้งการประชาสัมพันธ์ การจัดกิจกรรมจิตอาสาในชุมชน และการประสานความร่วมมือกับสถานศึกษา ศาสนสถาน และหน่วยงานต่าง ๆ ให้ร่วมกันดูแลสุขลักษณะและจัดการสิ่งแวดล้อมเพื่อไม่ให้เป็นแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลาย โดยเน้นให้ทุกครัวเรือนสำรวจภาชนะน้ำทุก 7 วัน และปฏิบัติตามหลัก “เก็บบ้าน เก็บขยะ เก็บน้ำ” อย่างสม่ำเสมอ พร้อมทั้งสื่อสารความเสี่ยงเกี่ยวกับโรคไข้เลือดออก ให้ความรู้ในการจัดการสภาพแวดล้อมภายในบ้านไม่ให้มีแหล่งเพาะพันธุ์ลูกน้ำยุงลาย และการป้องกันตนเองไม่ให้ถูกยุงกัด ตลอดจนร่วมกับชุมชนจัดกิจกรรม Big Cleaning สำรวจและทำลายแหล่งเพาะพันธุ์ลูกน้ำยุงลายในสถานที่ต่าง ๆ ทั้งในชุมชน สถานศึกษา และศาสนสถาน อย่างต่อเนื่อง พร้อมแจกทรายกำจัดลูกน้ำ และขอความร่วมมือทุกครัวเรือนช่วยกันสำรวจภาชนะที่มีน้ำขังทุก 7 วันอย่างต่อเนื่อง เพื่อลดความเสี่ยงต่อการเจ็บป่วยจากโรคไข้เลือดออกและโรคที่มียุงเป็นพาหะอย่างยั่งยืน

ที่มา: กรุงเทพมหานคร