โครงการ “เท่อย่างไทย โดยไฟ-ฟ้า ทีทีบี” เดินหน้ารณรงค์ต่อต้านการบูลลี่ในสถานศึกษาอย่างจริงจังและต่อเนื่อง ผ่านการจัดประกวดโครงงาน “เท่ได้ ต้องไม่บูลลี่” ชิงถ้วยรางวัลพระราชทานสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี พร้อมทุนการศึกษา เพื่อเปิดพื้นที่ให้เยาวชนได้แสดงศักยภาพ มีส่วนร่วมในการสร้างการเปลี่ยนแปลง และร่วมผลักดันให้สภาพแวดล้อมในโรงเรียนปลอดภัยยิ่งขึ้น โดยผลงานกว่า 220 โครงงานที่ส่งเข้าประกวด ล้วนสะท้อนให้เห็นถึงพลังความคิดสร้างสรรค์และความตั้งใจของเยาวชน ซึ่งคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิได้คัดเลือกผลงานที่โดดเด่นด้านความแปลกใหม่ การต่อยอด และการนำไปใช้จริง เพื่อเป็นต้นแบบในการขยายผลต่อไป

นางสาวมาริสา จงคงคาวุฒิ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร หัวหน้าสื่อสารและภาพลักษณ์องค์กร ทีทีบี กล่าวว่า “เพราะเราเชื่อว่า โรงเรียนที่ปราศจากการบูลลี่ คือ จุดเริ่มต้นของการสร้างสังคมที่เคารพคุณค่าความเป็นมนุษย์อย่างแท้จริง จึงได้สนับสนุนการจัดการแข่งขันประกวด “โครงงาน เท่ได้..ต้องไม่บูลลี่” ซึ่งเป็น 1 ในกิจกรรมหลักภายใต้โครงการ “เท่อย่างไทย” โดยไฟ-ฟ้า ทีทีบี เพื่อเปิดพื้นที่ปลอดภัยให้เด็ก ๆ ได้แสดงศักยภาพและเติบโตอย่างมั่นใจ ตอกย้ำปรัชญา Make REAL Change ที่ต้องการสร้างการเปลี่ยนแปลงที่มีความหมายให้กับสังคม
เมื่อเร็ว ๆ นี้ ได้มีการจัดการแข่งขันรอบชิงชนะเลิศ “โครงงาน เท่ได้..ต้องไม่บูลลี่” มีน้อง ๆ จากหลายโรงเรียนที่ผ่านรอบคัดเลือกเข้ามาร่วมโชว์ไอเดียกันอย่างเต็มที่ โดยการประกวดครั้งนี้ไม่เพียงเป็นเวทีให้เยาวชนแสดงความคิดสร้างสรรค์ แต่เป็นกระบวนการเรียนรู้ที่ทำให้เด็กได้คิด และ ลงมือทำจริง พร้อมปลูกฝังคุณค่าของการเคารพ ความเข้าใจ และการอยู่ร่วมกันอย่างแตกต่าง โดยมุ่งหวังให้การรณรงค์ต่อต้านการบูลลี่เกิดขึ้นจากภายใน และเติบโตจนกลายเป็นวัฒนธรรมใหม่ในโรงเรียน” มาริสากล่าว
ปลูกเมล็ดพันธุ์แห่งความเข้าใจและตระหนักรู้ ในยุคโซเชียลเปราะบาง
อาจารย์ศศกร วิชัย รองผู้อำนวยการสถาบันสุขภาพจิตเด็กและวัยรุ่นราชนครินทร์ คณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ในการตัดสินรอบชิงชนะเลิศ ให้ความเห็นว่า “จากภาพรวมของโครงงานสะท้อนว่า เยาวชนไม่เพียงเข้าใจโจทย์อย่างแท้จริง แต่ยังนำไปประยุกต์ใช้กับบริบทของโรงเรียนได้อย่างสร้างสรรค์ และมีการต่อยอดไปถึงการสร้างสังคมให้น่าอยู่ รวมถึงเป็นกระบวนการเรียนรู้ที่ยั่งยืน ขอขอบคุณโครงการเท่อย่างไทย โดยไฟ-ฟ้า ทีทีบี ที่ให้โอกาสเยาวชนได้สร้างสรรค์ผลงานผ่านโจทย์ที่แฝงไปด้วยเรื่องราวของความรับผิดชอบต่อตนเองและสังคม ซึ่งจะช่วยสร้างเมล็ดพันธุ์ที่ดีมีภูมิคุ้มกัน กลายเป็นความหวังของสังคมในปัจจุบันและอนาคตได้ต่อไป”
จาก “ความต่าง” สู่ “พลังบวก”
เสียงสะท้อนจากกลุ่มชาติพันธุ์และผู้บกพร่องทางการได้ยินสะท้อนให้เห็นว่า “ความแตกต่างไม่ใช่จุดอ่อน” ทำให้กลุ่มเยาวชนผู้บกพร่องทางการได้ยินจากโรงเรียนเศรษฐเสถียร กรุงเทพฯ คว้ารางวัลชนะเลิศระดับชั้นมัธยมต้น และรางวัลชนะเลิศระดับชั้นมัธยมปลาย เป็นของโรงเรียนออมก๋อยวิทยา จ.เชียงใหม่
น้อง ๆ กลุ่มชาติพันธุ์ โรงเรียนออมก๋อยวิทยา จ.เชียงใหม่ ผู้ชนะเลิศระดับชั้นมัธยมปลาย บอกว่า ที่โรงเรียนมีหลากหลายชาติพันธุ์และมีความไม่เข้าใจในวัฒนธรรมของแต่ละชนเผ่า เกิดปัญหาการบูลลี่กันเยอะ จึงใช้แนวคิด “แตกต่างกันได้ แต่ต้องเคียงข้างกันอย่างให้เกียรติ” มาเป็นจุดขายหลักพร้อมทั้งกระตุ้นให้นำคำบูลลี่มาเป็นพลังบวก โดยเน้นสร้างคอนเทนท์ประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อต่าง ๆ เพื่อกระตุ้นความสนใจของเพื่อนในโรงเรียน และภายในระยะเวลาเพียง 3 เดือนเรามีแกนนำจิตอาสาเพิ่มขึ้นและสามารถลดพฤติกรรมการบูลลี่ในโรงเรียนได้อย่างเป็นรูปธรรม ต้องขอบคุณการสนับสนุนจากไฟ-ฟ้า โดย ทีทีบี ที่มีโครงการดี ๆ มาเป็นจุดเริ่มต้นในโรงเรียน ซึ่งจะมีการวางแผนส่งต่อให้รุ่นน้อง
ปลุกความกล้า ปล่อยเด็กคิดนอกกรอบอย่างสร้างสรรค์
ด้านมุมมองของคณะครูที่ปรึกษา โรงเรียนออมก๋อยวิทยา กล่าวว่า เด็กกลุ่มนี้ไม่ใช่เด็กกิจกรรม ไม่กล้าแสดงออก แต่มีไฟที่อยากเปลี่ยนทัศนคติการบูลลี่เรื่องชาติพันธุ์ เพราะเคยโดนมาก่อน ซึ่งความท้าทายของครู คือ การทำให้เด็กมีความคิดนอกกรอบอย่างสร้างสรรค์ เพื่อให้กิจกรรมประสบความสำเร็จมากที่สุด โดยทั้งหมดนี้เป็นกิจกรรมที่เด็กคิดเองและลงมือศึกษา ส่วนครูเป็นเพียงผู้ให้คำแนะนำ ไม่ได้ตัดสินใจแทน และวันนี้ดีใจมากที่ความทุ่มเทของเด็ก ๆ มีรางวัลชนะเลิศเป็นผลตอบแทน
สามารถติดตามประกาศผลรางวัลต่าง ๆ และรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับโครงการ “เท่อย่างไทย” โดย “ไฟ-ฟ้า ทีทีบี” ได้ที่ www.เท่อย่างไทย.com และติดตามกิจกรรมเพื่อสังคมอื่น ๆ ได้ที่ www.ttbfoundation.org
