กรมอนามัย หนุน สิทธิสุขภาพผู้พิการอย่างเท่าเทียม และไม่เลือกปฏิบัติ มอบรางวัล 8 หน่วยงาน 2 บุคคลต้นแบบ ร่วมส่งเสริมสุขภาพผู้พิการ

แพทย์หญิงอัมพร เบญจพลพิทักษ์ อธิบดีกรมอนามัย มอบหมายให้ดร.นายแพทย์ปองพล วรปาณิ รองอธิบดีกรมอนามัย เป็นประธานปิดการประชุมเชิงปฏิบัติการถอดบทเรียนและเชิดชูเกียรติบุคคลองค์กรต้นแบบด้านการส่งเสริมสุขภาพคนพิการทางการเคลื่อนไหว พร้อมด้วย นายแพทย์อรรถพล แก้วสัมฤทธิ์ รองประธานมูลนิธิศาสตราจารย์นายแพทย์สมบูรณ์วัชโรทัย และที่ปรึกษาโครงการฯ พร้อมทั้งเครือข่ายผู้ดำเนินงานด้านส่งเสริมสุขภาพคนพิการ ร่วมงาน โรงแรมที เค พาเลซ แอนด์ คอนเวนชั่น กรุงเทพมหานคร

ดร.นายแพทย์ปองพล วรปาณิ รองอธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข พร้อมสนับสนุนการดำเนินงานด้านส่งเสริมสุขภาพคนพิการ โดยเฉพาะการเข้าถึงบริการสุขภาพที่มีคุณภาพอย่างเท่าเทียม และไม่เลือกปฏิบัติ เพราะการส่งเสริมสุขภาพคนพิการถือเป็นภารกิจสำคัญของกระทรวงสาธารณสุขที่สอดคล้องกับหลักการของอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยสิทธิคนพิการ ปัจจุบัน ประเทศไทยมีประชากรคนพิการประมาณ 2.2 ล้านคน ซึ่งมีความต้องการด้านสุขภาพที่หลากหลายและซับซ้อน ทั้งในด้านการป้องกันโรค การรักษาพยาบาล การฟื้นฟูสมรรถภาพ และการส่งเสริมสุขภาพแบบองค์รวม ดังนั้น การส่งเสริมสุขภาพคนพิการทางการเคลื่อนไหวหรือร่างกายวัยทำงาน จึงเป็นกลุ่มประชากรที่มีศักยภาพเป็นกำลังสำคัญของประเทศ ซึ่งไม่เพียงตอบสนองต่อสิทธิขั้นพื้นฐานด้านสุขภาพ แต่ยังเป็นการลงทุนด้านทุนมนุษย์ที่จะส่งผลต่อการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมในระยะยาว การมีสุขภาพที่ดีจะเป็นรากฐานสำคัญที่ทำให้คนพิการสามารถเข้าถึงโอกาสในการศึกษา การทำงาน และการมีส่วนร่วมในสังคมได้อย่างเต็มศักยภาพ

นายแพทย์ปกรณ์ ตุงคะเสรีรักษ์ รองอธิบดีกรมอนามัย กล่าวเพิ่มเติมว่า กรมอนามัยได้มุ่งเน้นการพัฒนาระบบบริการสุขภาพที่สามารถตอบสนองความต้องการของคนพิการอย่างครอบคลุม โดยเฉพาะการส่งเสริมสุขภาพแบบองค์รวม (Holistic Health Promotion) ที่เน้นมิติทางกายภาพ (Physical Dimension) การดูแลร่างกาย การออกกำลังกาย โภชนาการที่เหมาะสม การพักผ่อนที่เพียงพอ และการป้องกันโรค มิติทางจิตใจ (Mental/Emotional Dimension) ครอบคลุมสุขภาพจิต การจัดการความเครียด มิติทางสังคม (Social Dimension) เกี่ยวข้องกับความสัมพันธ์ระหว่างบุคคล การมีเครือข่ายทางสังคม การสื่อสาร และการมีส่วนร่วมในชุมชน มิติทางจิตวิญญาณ (Spiritual Dimension) รวมถึงความหมายของชีวิต และการมีจุดหมายปลายทางในการดำรงอยู่ มิติสิ่งแวดล้อม (Environmental Dimension) ครอบคลุมสภาพแวดล้อมทางกายภาพ สังคม และวัฒนธรรมที่เอื้อต่อการมีสุขภาพดี นอกจากนี้กรมอนามัย ได้ให้ความสำคัญกับการขับเคลื่อนงานส่งเสริมสุขภาพคนพิการ โดยมีเครื่องมือหลักสูตร ” 13 ชม. สุขภาพดี มี.ไว้.ใช้.” เพื่อให้คนพิการมีความรู้ ทักษะในการดูแลสุขภาพตนเองอย่างเหมาะสม

นายแพทย์อรรถพล แก้วสัมฤทธิ์ รองประธานมูลนิธิศาสตราจารย์นายแพทย์สมบูรณ์วัชโรทัย และที่ปรึกษาโครงการฯ กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับการประชุมครั้งนี้ เพื่อถอดบทเรียนจากแนวปฏิบัติที่ดีของบุคคลและองค์กรที่ประสบความสำเร็จในการส่งเสริมสุขภาพคนพิการ ทั้งในระดับชุมชน ระดับท้องถิ่น และระดับประเทศ สร้างภาคีเครือข่ายความร่วมมือทุกภาคส่วน หรือความสัมพันธ์เชิงสุขภาพที่เข้มแข็งระหว่างระบบสุขภาพ ชุมชน และคนพิการ เพื่อให้การขับเคลื่อนการส่งเสริมสุขภาพคนพิการในระดับพื้นที่อย่างยั่งยืน ที่สำคัญ กรมอนามัยยังให้ความสำคัญในการมอบรางวัลเชิดชูเกียรติและสร้างแรงบันดาลใจให้กับบุคคลและองค์กรที่ดำเนินงานด้านสุขภาพคนพิการ ประกอบด้วย 8 หน่วยงานต้นแบบ 1) สมาคมคนพิการอำเภอนาหมื่น จังหวัดน่าน 2) ศูนย์บริการคนพิการทั่วไป เพื่อชมรมคนพิการจังหวัดยโสธร 3) ศูนย์บริการคนพิการตำบลห้างฉัตร จังหวัดลำปาง 4) ชมรมเพื่อเพื่อนผู้พิการตำบลแจ้ซ้อน จังหวัดลำปาง 5) สมาคมคนพิการจังหวัดตรัง 6) สมาคมผู้ปกครองและผู้ดูแลคนพิการไทยจังหวัดเชียงใหม่ 7) สมาคมคนพิการทางการเคลื่อนไหวหรือทางร่างกายจังหวัดสิงห์บุรี และ 8) มูลนิธิพระมหาไถ่เพื่อการพัฒนาคนพิการ จังหวัดชลบุรี และมอบโล่เชิดชูเกียรติบุคคลต้นแบบ 2 รางวัล ได้แก่ 1) นางพิมพ์ปวีณ์ วงษ์ธนะปัด จากสมาคมคนพิการอำเภอนาหมื่น จังหวัดน่าน และ 2) นายชำนาญ ทรัพย์แก้ว จากสมาคมคนพิการจังหวัดตรัง

ที่มา: กรมอนามัย