เมืองขนาดเล็กของจีน “เริ่มต้นใหม่” ด้วยอีคอมเมิร์ซและไลฟ์สตรีมมิ่ง

เมื่อไม่นานมานี้ พิธีเปิดงานเทศกาล Humen International E-commerce Festival ครั้งที่ 7 ได้ถูกจัดขึ้นที่ศูนย์ประชุมและนิทรรศกาลหู่เหมิน ในเมืองตงก่วน ของมณฑลกวางตุ้ง กิจกรรมนี้นับเป็นแพลตฟอร์มการแลกเปลี่ยนและจัดแสดงอุตสาหกรรมสำหรับเขตหู่เหมิน ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีชื่อเสียงในด้านอุตสาหกรรมเสื้อผ้าสตรี เพื่อเร่งการเปลี่ยนผ่านจากอุตสาหกรรมแบบดั้งเดิมให้กลายมาเป็นดิจิทัล พร้อมยกระดับประสิทธิภาพห่วงโซ่อุปทาน และปรับภาพลักษณ์ของแบรนด์ท้องถิ่นและผลิตภัณฑ์ให้เหมาะสม

การพัฒนาอีคอมเมิร์ซและไลฟ์สตรีมมิ่งช่วยทำลายข้อจำกัดของอุตสาหกรรมแบบดั้งเดิมซึ่งเกิดขึ้นในเขตหู่เหมินแห่งเมืองตงก่วนของจีน

Wang Wei ประธานสวนอุตสาหกรรมอีคอมเมิร์ซของเขตหู่เหมินกล่าวว่า “โรคระบาดที่เกิดขึ้นในปีนี้ส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมของหู่เหมินเพียงเล็กน้อย เนื่องจากร้านขายเสื้อผ้าบางแห่งที่นี่ได้เริ่มขายสินค้าผ่านแพลตฟอร์มไลฟ์สตรีมมิ่ง ซึ่งเป็นวิธีการที่ดีที่สุดในการเข้าถึงลูกค้าในเมืองระดับเทียร์สามและสี่ของจีน มาตั้งแต่ต้นปี 2560 และนี่ก็คือสาเหตุว่าทำไมอุตสาหกรรมท้องถิ่นจึงต้านทานความเสี่ยงที่เกิดจากการแพร่ระบาดและมีการเติบโตในแง่ของปริมาณการขายได้” ในขณะที่ จีนให้การส่งเสริมกระบวนทัศน์ของการพัฒนาใหม่โดยใช้การหมุนเวียนในประเทศเป็นแกนหลัก ผสานกับการหมุนเวียนทั้งในประเทศและระหว่างประเทศที่เข้ามาช่วยส่งเสริมซึ่งกันและกัน นี่เป็นอีกครั้งที่เขตหู่เหมินแห่งตงก่วนก้าวมาเป็นแนวหน้าในการปฏิรูปด้านดังกล่าว

Yang Tao กรรมการบริหารของสถาบันวิจัยอีคอมเมิร์ซเซี่ยงไฮ้ยูไนเต็ดเชื่อว่า การแพร่ระบาดได้ทำให้พฤติกรรมการซื้อสินค้าของผู้บริโภคเปลี่ยนไปและความต้องการซื้อสินค้าออนไลน์ก็เพิ่มขึ้นอย่างมาก ข้อมูลและเทคโนโลยีของแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซจึงมีส่วนสำคัญในการสร้างความมั่นใจถึงการไหลเวียนอย่างไม่มีข้อจำกัดระหว่างอุปสงค์และอุปทาน การผลิตและการบริโภค ซึ่งจำเป็นต่อการช่วยการหมุนเวียนทรัพยากรในประเทศของจีน

“ในอดีต ผู้ผลิตต่างต้องพึ่งพาประสบการณ์ทางธุรกิจในการกำหนดรูปแบบและปริมาณการผลิตเสื้อผ้า แต่ตอนนี้พวกเขาสามารถทดสอบและวางขายล่วงหน้าทางแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ แล้วนำข้อมูลที่ได้จากการวางขายล่วงหน้ามาใช้ในการวิเคราะห์สไตล์ของเสื้อผ้าที่คาดว่าจะขายได้ รวมถึงการกำหนดปริมาณที่จะต้องผลิต เพื่อช่วยลดความเสี่ยงจากการสำรองสินค้า” Li Dingru ประธานสมาคมอีคอมเมิร์ซของหู่เหมินกล่าว

การเปลี่ยนแปลงนี้ ทำให้โครงสร้างด้านอุปทานของอุตสาหกรรมเสื้อผ้าในหู่เหมินถูกพัฒนาขึ้นเพื่อตอบสนองความต้องการที่มีคุณภาพสูงของผู้บริโภค ตัวอย่างเช่น สวนอุตสาหกรรมอีคอมเมิร์ซของหู่เหมิน ที่ให้บริการผู้ผลิตมากมาย เช่น การฝึกอบรมทำไลฟ์สตรีมมิ่ง การตลาดอีคอมเมิร์ซ การดำเนินการร้านค้าออนไลน์ และการออกแบบงานศิลปะที่เหมาะสมกับความต้องการเปลี่ยนแปลงและยกระดับบริษัท

Wang Yaoming นายกเทศมนตรีเขตหู่เหมินกล่าวว่า ขนาดและคุณภาพของอุตสาหกรรมอีคอมเมิร์ซในหู่เหมินยังคงพัฒนาขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยได้รับประโยชน์จากโครงสร้างที่เหมาะสมและการเร่งความเร็วในพัฒนานวัตกรรม และในปีนี้ อุตสาหกรรมที่พัฒนาไปมากขึ้นกว่าเดิม ก็ได้ช่วยกระตุ้นการบริโภค ดึงดูดการลงทุน และส่งเสริมการจ้างงานในพื้นที่แห่งนี้

ในปี 2562 หู่เหมิน มีประชากรที่พักอาศัยอยู่ถาวรประมาณ 600,000 คน มีบริษัทและธุรกิจส่วนตัวในด้านอีคอมเมิร์ซมากกว่า 10,000 แห่ง และพนักงานที่เกี่ยวข้องกว่า 150,000 คน โดย 90% ของจำนวนนั้นซึ่งมีความเกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมเสื้อผ้า มียอดขายทางออนไลน์เกือบ 4.78 หมื่นล้านหยวนผ่านแพลตฟอร์มบุคคลที่สาม และมีการส่งสินค้าผ่านการส่งด่วนประมาณ 380 ล้านชิ้น นับเป็นการเติบโตที่มากถึง 10% ต่อปี

แม้ว่าการพัฒนารูปแบบธุรกิจใหม่อย่างรวดเร็วจะมาช่วยส่งเสริมพื้นที่การเติบโตใหม่ ๆ แต่ขณะเดียวกันก็ทำให้เกิดปัญหาใหม่ ๆ ตามมา อาทิ การเข้าถึงเกณฑ์มาตรฐานที่ต่ำและคุณภาพของพนักงานที่ไม่สม่ำเสมอ ยังไม่รวมถึงปัญหาต่าง ๆ ที่สวนอุตสาหกรรมท้องถิ่นยังต้องเผชิญ เช่น การร้องเรียนจากผู้ซื้อ ป้ายผลิตภัณฑ์ที่ไม่ได้มาตรฐาน และการไลฟ์สตรีมมิ่งที่ไม่เป็นระเบียบ

เพื่อควบคุมดูแลพฤติกรรมต่าง ๆ และป้องกันการเกิดปัญหาตามมา คณะกรรมการเทคนิคเพื่อกำหนดมาตรฐานของสวนอุตสาหกรรมอีคอมเมิร์ซของมณฑลกวางตุ้ง จึงได้รับการก่อตั้งขึ้นอย่างเป็นทางการที่เขตหู่เหมินในปี 2562 และนับแต่นั้น คณะกรรมการดังกล่าวก็ได้มีส่วนร่วมอย่างต่อเนื่องในการสร้างมาตรฐานระดับประเทศ 4 มาตรฐานและมาตรฐานอุตสาหกรรม 2 มาตรฐาน เพื่อส่งเสริมการพัฒนาที่ดีและยั่งยืนของอุตสาหกรรม

Li Dingru ระบุว่า กุญแจสำคัญในการกำหนดมาตรฐานนั้นคือความร่วมมือกันอย่างใกล้ชิดระหว่างบุคลากรและอุตสาหกรรม ซึ่งร้านค้าท้องถิ่นในหู่เหมินสามารถสร้างไลฟ์สตรีมมิ่งของตัวเองจากบุคคลที่มีความรู้ความเข้าใจในผลิตภัณฑ์และแบรนด์ได้ดีกว่า และสามารถสร้างความประทับใจให้ผู้บริโภคได้อย่างแท้จริงด้วยผลิตภัณฑ์ของตนเอง เพิ่มความน่าเชื่อถือของร้านค้า ขณะเดียวกันก็หลีกเลี่ยงผลกระทบด้านลบจากการประชาสัมพันธ์ที่ผิดพลาดโดย KOL หรือเซเลบริตี้

ที่มา: งานเทศกาล Humen International E-commerce Festival ครั้งที่ 7

AsiaNet 87223

ที่มา: ซินหัว-เอเชียเน็ท/อินโฟเควสท์